http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,119,513
เปิดเพจ23,733,864

5 ประเด็นใหม่ ในพ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

5 ประเด็นใหม่ ในพ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หลังจากที่รอคอยกันมานานในที่สุด "พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550" ก็ได้ฤกษ์เกิดขึ้นมา ซึ่งถือเป็นการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพครั้งที่ 3 แล้ว
กรุพเทพธุรกิจ ออนไลน์ : พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบับใหม่นี้ เป็นการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ววันที่ "27 มกราคม 2551" ที่ผ่านมา
พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบับใหม่นี้ เป็นการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ววันที่ "27 มกราคม 2551" ที่ผ่านมา
โดยได้มีการแก้ไขเนื้อหาสาระใน 5 ประเด็นหลักๆ ด้วยกัน ซึ่งมีผลดีต่อลูกจ้าง และอำนวยความสะดวก แก่บริษัทนายจ้างหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถรับโอนเงิน จากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้, การจัดตั้งกองทุนที่มีหลายนโยบายได้, การขอคงเงิน, การทยอยรับเงินเป็นงวด และเงื่อนไขการรับเงินสมทบ
พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบับใหม่นี้ มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง Fundamentals สัปดาห์นี้ มีเรื่องราวมานำเสนอ
........................................
ใครที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรจะสนใจการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปและเกิดขึ้นในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550 นี้ เพราะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจาก พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิมใน 5 ประเด็นหลักที่สำคัญด้วยกัน ซึ่ง "อารยา ธีระโกเมน" หัวหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.ทิสโก้ ในฐานะอุปนายกสมาคมและประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จะมาอธิบายให้เราได้ฟังกัน
@การรับโอนเงินจาก กบข.
อารยา อธิบายว่า เดิมกฎหมายไม่มีเรื่องนี้การแก้ไขกฎหมาย ทำให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถรับโอนเงินจาก กบข.ได้ โดยต้องเป็นการโอนมาทั้งจำนวน และไม่สามารถโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไป กบข.ได้ ในข้อนี้ชัดเจนคือถ้าเขาย้ายจากการเป็นข้าราชการมาทำงานเอกชน เขาโอนเงินตัวนี้มาได้ด้วย สมมติย้ายจากกระทรวงการคลังมาทำงานที่กลุ่มทิสโก้ เขาก็มาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มทิสโก้ ในส่วนของเราเหมือนกับว่าในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของกลุ่มทิสโก้เรามีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน แทนที่เขาออกจากราชการมาร่วมงานกับกลุ่มทิสโก้จะมาเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ กลุ่มทิสโก้แบบตัวเปล่าๆ ก็มาเป็นสมาชิกเราพร้อมกับเงิน ก่อนหน้านี้เมื่อเขาออกจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะต้องเกษียณก่อนทำตามเงื่อนไข ทำให้เงิน 100 บาท ถ้าเขาออกจาก กบข.แล้วยังไม่ได้เกษียณ หรือเขาอาจจะทำงานมา 4 ปี เงินก้อนนี้ก็ต้องเสียภาษี แต่ถ้าเอาเงินอยู่ในระบบก็ไม่ต้องเสียภาษี
"ถ้าเรามองกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในภาคเอกชนหรือไม่ว่าจะเป็น กบข. ถ้าเรามองว่าเป็นระบบการออมเพื่อการชราภาพ คือยังเอาเงินทิ้งไว้ในระบบคุณก็ได้ประโยชน์ทางภาษีเหมือนกัน ทั้ง กบข.ทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเอกชนก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเขาโอนเงินได้อยู่ในระบบ เพียงแต่สังกัดนายจ้างเป็นข้าราชการหรือนายจ้างเป็นเอกชนเท่านั้น"
@จัดตั้งกองทุนที่มีหลายนโยบาย
เดิมถ้าสมาชิกต้องการเลือกลงทุนใน 2 นโยบาย ต้องจัดตั้ง 2 กองทุน (Employee's Choice) แต่ พ.ร.บ.ใหม่ให้กองทุนหนึ่งสามารถที่จะมีนโยบายการลงทุนหลายนโยบายได้ (Master Fund) ได้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องมี 2 กองทุน แต่สามารถมี 1 กองทุนแล้วมีนโยบายย่อยๆ ได้ แต่ผู้จัดการกองทุนต้องแยกทุกอย่างออกจากกันตามนโยบาย ยกตัวอย่าง บริษัท A มี Master Fund 1 กองทุน ที่มีนโยบายย่อย 2 นโยบาย คือ 1)นโยบายแบบผสมที่มีหุ้นไม่เกิน 15% กับ 2)นโยบายที่ไม่มีหุ้นเลยเป็นตราสารหนี้ล้วน การแยกย่อยข้างในบริษัทจัดการจะต้องมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายและรายได้ก็ต้องแยก พูดง่ายๆ ถ้าเราได้กำไรจากการซื้อขายหุ้นก็ต้องไปนโยบายหนึ่ง หรือการเก็บทรัพย์สินก็ตามผู้รับฝากทรัพย์สินก็ต้องเก็บแยกเหมือนกัน คือทุกอย่างเขาต้องการให้แยกแล้วเป็นกุญแจสำคัญที่กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อรองรับ
"ในอดีตเราทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ บางครั้งอาจจะเกิดการเคลมข้ามระหว่างกันของสมาชิก สมมตินาย A อยู่นโยบาย 1 นาย B อยู่นโยบาย 2 แล้วนโยบาย 1 หุ้นได้ผลตอบแทนดี นาย A ก็หัวหมอมาบอกว่าในเมื่อทรัพย์สินของกองทุนยังคลุกกันอยู่ ผลตอบแทนที่ดีจากหุ้นจะต้องเอามารวมไว้ในกองทุนใหญ่ ซึ่งจะเกิดความวุ่นวายตามมา วันนี้กำหนดออกมาชัดเจนแล้วว่าต้องแยก รายได้ค่าใช้จ่ายของนโยบาย 1 รายได้ค่าใช้จ่ายของนโยบาย 2 ต้องทำให้ชัดเจนจะได้ไม่เกิดความวุ่นวาย นี่เป็นข้อดี"
อารยา ยังบอกอีกว่า เมื่อเป็น Master Fund แล้วมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต้องแยกแต่ละนโยบาย มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (Unit Value) ก็ต้องแยก จากตัวอย่างเดิมกองที่มีหุ้นได้ผลตอบแทน 12% แต่กองตราสารหนี้ได้ 4.5% เพราะฉะนั้นตรง 12% กับ 4.5% มันจะสะท้อนมาในมูลค่าที่เราเรียกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยด้วย เพราะฉะนั้นนาย A ที่ลงทุนในนโยบาย 1 อาจจะมีสินทรัพย์สุทธิที่ 17 บาทต่อหน่วย ส่วนนาย B ที่ลงทุนในนโยบายที่ 2 อาจจะอยู่ที่ 12 บาทต่อหน่วย เพราะฉะนั้นพอสมาชิกออกไปก็จะได้ผลตอบแทนไปตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยของนโยบาย ที่ตัวเองเลือกอยู่ เพราะฉะนั้นตัวกองทุนไม่มีประโยชน์ที่จะทำมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยรวม เพราะไม่ได้มีใครได้อะไรตรงนั้นเลย
"เดิมเรื่องลงทุนมันแยกชัดเจนอยู่แล้วเพราะเป็นคนละกอง แต่ความชัดเจนตรงนั้นก็ทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นเมื่อเป็น 2 กอง ก็ต้องมีข้อบังคับของแต่ละกอง มีคณะกรรมการกองทุนของแต่ละกอง มันก็รุ่มร่าม งานจัดการมันก็เยอะ แต่แบบใหม่คือข้อบังคับไม่ต้องแยกเพราะเงินสะสมเงินสมทบที่ใส่เข้าหรือเกณฑ์การใส่เงินเข้าของ นายจ้างไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราอยู่นโยบายการลงทุนไหน จึงทำให้ตัว Master Fund ซึ่งมีข้อบังคับเดียวดีกว่า เขาส่งเงินที่เดียว เพียงแต่มีรายละเอียดบอกแค่นั้นเองว่านาย A อยู่ที่ไหน นาย B อยู่ที่ไหน นโยบายไหน แล้วไม่ได้มีผลกระทบกับการที่มีนโยบายย่อยๆ ออกไป ลดความยุ่งยากของนายจ้างลงไปได้มาก"
@ให้สมาชิกคงเงินไว้ในกองทุนได้
อารยาอธิบายว่า เดิมกองทุนไม่ได้กำหนดในเรื่องการคงเงินเอาไว้แต่สมาชิกที่ออกจากงาน สามารถขอรับเงินในกองทุนโดยไม่มีภาระภาษีถ้าคงเงินไว้ไม่เกิน 1 ปีและไม่มีการจ่ายเงิน ออกจากกองทุน โดยสมาชิกต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพจากกองทุนโดยเปลี่ยนฐานะเป็นเจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิได้รับดอกผลเพิ่มเติมจากเงินที่คงไว้ แต่ พ.ร.บ.ใหม่อนุญาตให้สมาชิกคงเงินไว้ใน กองทุนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่วันที่ออกจากงานและยังคงให้เป็นสมาชิกต่อไป (ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน) และมีสิทธิได้รับดอกผลจากการคงเงินเอาไว้
นั่นหมายความว่า ณ วันที่คุณออกจากงานสมมติวันที่ 31 ธ.ค.2550 มูลค่าต่อหน่วยอยู่ที่ 11 บาท คุณขอคงเงินไว้ 120 วัน ณ วันที่ 120 ถ้ามูลค่ามันขึ้นไป 19 บาท คุณก็ได้ 19 บาท ถ้ามูลค่ามันลดลงมา 10 สตางค์ คุณก็ได้เท่ากับ 10 สตางค์ไป ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ 100 บาท วันที่คุณออกจะยังเป็น 100 บาทเท่านั้นในวันที่คุณออก โดยของเดิมลูกจ้างคงเงินได้ไม่เกิน 1 ปี
ข้อกำหนดให้คงเงินได้ไม่น้อยกว่า 90 วันนี้เป็นการบอกขั้นต่ำไม่ได้บอกปลายทางที่จำกัดแล้ว ซึ่งขั้นต่ำตรงนี้จะทำให้เข้าใจผิดได้ คือสำนักงาน ก.ล.ต.บอกว่าระยะเวลาขั้นต่ำที่ บลจ.ต้องเปิดให้สมาชิกที่ออกจากงานสามารถคงเงินได้ คือเราต้องเปิดให้สมาชิกคงเงินได้ไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกจะขอคงน้อยกว่านั้นไม่ได้ ใครจะขอคงน้อยกว่านั้นก็ได้ แต่ผู้ให้บริการหรือ บลจ.ต้องเปิดอย่างน้อย 90 วัน แต่ถ้าจะขอคงเงินนานกว่านั้น เราก็สามารถทำให้ได้
"ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับว่าข้อบังคับกองทุนต้องกำหนดไว้ด้วย ถ้ากองข้อบังคับกองทุนบอกว่าการขอคงเงินในแต่ละคนเขาให้ไม่เกิน 1 ปี เพราะฉะนั้นไกลสุดที่นาย A จะขอได้ก็คือ 1 ปีเท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละกองทุน เพราะตัวข้อบังคับสามารถลิมิตได้"
อารยา บอกว่า ทุกวันนี้ถ้าเขายังเป็นพนักงานอยู่คณะกรรมการกองทุนสามารถที่จะติดต่อกับสมาชิกได้ เพราะอยู่ในบริษัทเดียวกัน สาขาอะไรก็แล้วแต่ เขาก็ยังติดต่อกันได้อยู่ แต่เมื่อพนักงานคนนี้ออกจากงานอาจจะย้ายลงไปอยู่จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการการกองทุนส่งข้อมูลอะไรทั้งหลายก็ลำบากขึ้น ถ้าคุณให้คงเงินเอาไว้ในกองทุนได้แบบไม่มีกำหนด คณะกรรมการกองทุนเองก็บอกว่าไม่ไหว ถ้าเกิดเขาทำไปวันหนึ่งข้างหน้าจะลำบากแล้วโอกาสที่เงินนั้นจะเสียไปในที่สุดมันจะมี เขาก็เลยให้กองทุนสามารถลิมิตได้ว่าคุณจะให้คงเงินไม่เกินกี่ปี จะกำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน แต่ตัว บลจ.จะต้องเปิดไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือมากกว่านั้น
"แต่การที่เขาให้เป็นสมาชิกกองทุนต่อไปเพียงเพื่อเขาจะได้รับประโยชน์เกิดขึ้นได้เท่านั้นเอง ในกรณีนี้เหมือนกับแม้เขาไม่เป็นลูกจ้าง แต่เขาก็เป็นสมาชิกต่อไปได้ เงินก็ยังอยู่ในกองทุนได้"
@จ่ายเงินให้กับสมาชิกเป็นงวด
อารยาบอกว่าเดิมเมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ ต้องรับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียงครั้งเดียวทั้งจำนวนภายใน 30 วันและสิ้นสมาชิกภาพจากกองทุน แต่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพเปิดโอกาสให้ "สมาชิกที่เกษียณ" ขอรับเงินเป็นงวดได้และยังเป็นสมาชิกของกองทุนต่อไปได้ตามระยะเวลา ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนแล้วระหว่างการรับเงินเป็นงวดไม่ต้องจ่ายเงินสะสมเงินสมทบเข้า กองทุน คำถามคือในระหว่างที่ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องภาษีและสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังไม่ได้กำหนดเกณฑ์การรับเงินเป็นงวดและ ไม่ได้มีการแก้ไขข้อบังคับกองทุน สมาชิกที่เกษียณอายุจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ถ้าเขายังไม่อยากรับเงินเป็นก้อน
"ถ้าสมมติเขาอยากรับเงินเป็นก้อนมันก็จบ ก็รับเงินเป็นก้อนไปเหมือนเดิมได้รับสิทธิประโยชน์ ทางภาษี 100% อยู่แล้ว ถ้าคุณอยากจะรับเงินเป็นงวดๆ ไป คุณก็ลองไปดูว่ากองทุนรวม ที่เขาออกประเภทต่างๆ มีโปรดักท์หลายหลากจะมีประเภทที่ขายคืนหน่วยอัตโนมัติมั้ย มันจะเหมือนกับการรับเงินเป็นงวดที่จะทยอยจ่ายเงินออกมาให้คุณเป็นงวดได้เหมือนกัน แล้วคุณได้ประโยชน์ทางภาษีเต็มที่อยู่แล้ว เพราะเป็นกองทุนรวม ไม่ต้องเสียภาษี เข้าออกเมื่อไรก็ได้ตามกองทุนรวมนั้น ในแง่ของการรับเงินเป็นงวดกับภาษีถ้าอยากจะทำเลยยังไม่ยาก เพราะยังมีทางออกในรูปของกองทุนรวมได้"
อย่างไรก็ตาม อารยา มองว่า ถ้าคนที่เกษียณแต่อายุในกองทุนยังไม่ถึง 5 ปี อันนี้จะมีลุ้นว่าจะทำยังไงดี เชื่อว่า บลจ.ส่วนใหญ่ยังไม่กล้าฟันธง กองทุนเขาก็คงต้องมีการคำนวณภาษีของคุณไว้ก่อน เพราะถือว่าเงื่อนไขเดิมยังอยู่คืออายุในกองทุนไม่ถึง 5 ปี สมมติคุณเกษียณวันที่ 30 มิ.ย.2551 แต่ว่าอายุกองทุนยังไม่ถึง 5 ปี แล้วมีคนเปิดโปรดักท์ที่ขอรับเป็นงวดได้ แต่ภาษียังไม่ได้ออกมาชัดเจนก็ต้องออกมา ณ วันที่ 30 มิ.ย.2551 เช่นกัน คือทุกอย่างจะเคลียร์เป็นในวันที่ขอคงเงิน วันที่ขอรับเงินเป็นงวด เพราะสรรพากรกลัวว่า คนจะใช้อันนี้เป็นช่องว่าขอคงไปอีกแค่ปีเดียวแล้วค่อยเอาออกเพื่อรับประโยชน์ทางภาษี
@เขียนเงื่อนไขในการรับเงินสมทบ
อารยาบอกว่า การกำหนดเงื่อนไขในการรับเงินสมทบ (Vesting Clause) ในกฎหมายเดิม คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าข้อบังคับสามารถกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการจ่าย เงินสมทบได้ แต่ต้องเป็นเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่เหมาะสมและมีเหตุผลพอสมควร ซึ่งใน พ.ร.บ.ใหม่ได้มีการเพิ่มบทบัญญัติในตอนท้ายมาตรา 9 (8) ว่าข้อกำหนดนั้นจะต้องไม่ตัดสิทธิของลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร
ทั้งนี้แนวทางของสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อที่จะให้ได้เงินของนายจ้าง 100% ไม่ควรจะต้องกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องอยู่กับเขาเกิน 10 ปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่โหดเกินไป หรือทำงาน 15 ปีถึงจะได้ 100% นายจ้างก็โหดเกินไป เพราะฉะนั้นถ้าบริษัทมาจดข้อบังคับใหม่ ก.ล.ต.ในฐานะนายทะเบียนจะไม่รับจด แต่เข้าใจว่าที่นายจ้างกำหนดเงื่อนไขไว้เช่นนั้น นายจ้างอาจจะไม่อยากให้มีการออกจากงานสูงเกินไปแต่มันแล้วแต่อุตสาหกรรมด้วยว่ากัน เป็นรายอุตสาหกรรมว่าจะให้กันยังไง แล้วต้องไม่ตัดสิทธิโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เว้นแต่เป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายร้ายแรงหรือลาออกจากกองทุนโดยไม่ลาออกจากงาน เพราะเชื่อว่าบริษัทส่วนใหญ่ที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เขาตั้งใจจะให้เป็นสวัสดิการกับลูกจ้าง อยู่แล้ว คงไม่ได้มาหวังกำไรขาดทุนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอะไร
"ตัวอย่างข้อบังคับที่เป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายร้ายแรง เช่น เหตุที่เขาให้ออกอาจจะไม่ให้เงินสมทบเลย แต่เหตุที่ให้ออกคือพนักงานสูบบุหรี่ ถ้าพนักงานบริษัททั่วไปถือว่าโหดร้ายเกินไป แต่ถ้าธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันการสูบบุหรี่ หมายถึงชีวิตของผู้ร่วมงานและหมายถึงกิจการของนายจ้างอันนั้นเขาอาจไล่ออกได้ แล้วไม่ให้เงินสมทบได้ เป็นตัวอย่างที่เห็นชัด"
ทั้งหมดนี้คือสาระสำคัญใน 5 ประเด็นหลักที่ได้มีการแก้ไขใน พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

สรวิศ อิ่มบำรุง

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

*

view