http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,009,391
เปิดเพจ23,603,713

กฎหมายค้าปลีกค้าส่ง... กับความจริงใจของรัฐบาล

โพสต์ทูเดย์ - ประเด็นการยกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่ค้างคามานาน แม้กระทรวงพาณิชย์จะนำกระแสมาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อให้กฎหมาย มีผลบังคับใช้โดยเร็ว แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถผ่านด่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล ชุดปัจจุบันได้เสียที
ล่าสุด กับการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ ที่ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ 28 ต.ค. ซึ่งถือเป็นการผลักดันรอบสอง หลังจากรอบแรกต้องถูก ครม.เบรกไว้ โดยอ้างว่าต้องให้รัฐมนตรีแต่ละท่านพิจารณาข้อมูลร่างกฎหมายให้ครบถ้วนเสีย ก่อน ถึงจะพิจารณาอนุมัติร่างกฎหมายได้ และรอบสองก็ถูกดึงเรื่องออกจากกลางที่ประชุม ครม.ด้วยเหตุผลเดียวกันว่า รัฐมนตรีแต่ละท่านยังพิจารณาร่าง ไม่เสร็จ

หากดูจากแนวโน้ม ที่ร่างกฎหมายค้าปลีก ค้าส่งจะสามารถผลักดันให้สำเร็จลุล่วงภายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรรอบปีนี้ ต้องลุ้นเหนื่อยเต็มที เนื่องจากเหลือระยะเวลาอีกเพียง 1-2 สัปดาห์ ที่ ครม.จะต้องผ่านร่างกฎหมายให้ทัน เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรให้ทันก่อนปิดสมัยการประชุมสภาใน วันที่ 28 พ.ย. นี้

ไม่เช่นนั้น จะต้องรอไปจนถึงเดือน ส.ค. ปีหน้า กว่าสภาจะเปิดรอบนิติบัญญัติใหม่ เท่ากับว่ากฎหมายค้าปลีกค้าส่งจะต้องค้างเติ่งไปอีก 1 ปีเต็มๆ และการนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระแรก ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ หรือหากผ่านวาระแรกไปได้จริง ก็ต้องผ่านขั้นตอน ของการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายค้าปลีกค้าส่ง เพื่อปรับปรุงกฎหมายรอบด้าน ซึ่ง ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนขึ้นไป

หรือเท่ากับว่ากว่าจะมีกฎหมายออกมาบังคับใช้อาจต้องกินเวลาไปถึง 2 ปี ในขณะที่การขยาย สาขาของค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) คงผุดครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยหมดแล้ว เพราะหากดูสถิติการขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่เพียงแค่ 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปีนี้ พบว่ามีสาขาเพิ่มขึ้นมาอีก 840 สาขา รวมเป็น 7,031 สาขา จากปี 2550 ที่มีสาขา 6,191 สาขา

เทียบกับปี 2544 ซึ่งเป็นช่วงที่กระทรวงพาณิชย์พยายามให้มีกฎหมายค้าปลีกค้าส่งในตอนนั้น มีจำนวนสาขาของร้านค้าปลีกสมัยใหม่เพียง 1,821 สาขา หรือเพิ่มขึ้นทุกปี และมาเพิ่มมากสุดในช่วงปี 2549 และ 2550 ต่อเนื่องถึงปีนี้ เพราะเป็นช่วง ที่กระทรวงพาณิชย์ได้พยายามผลักดันให้มีร่างกฎหมายค้าปลีกออกมาดูแลโชห่วย ไทยอีกครั้ง

จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มีกระแสการปัดฝุ่นประเด็นกฎหมายค้าปลีกค้าส่งขึ้นมา เมื่อไหร่ จำนวนสาขาค้าปลีกสมัยใหม่จะยิ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ตามแผนธุรกิจให้มากที่สุด ประกอบการบางรายได้เร่งขยายสาขาอย่างเต็มที่ ทั้งสาขาขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กลงไปถึงการเปิดร้านในลักษณะคล้ายๆ กับตลาดสด ซึ่งไม่เพียงแข่งขันกับโชห่วยโดยตรง แม้แต่ตลาดสดและ ร้านขายสินค้าเฉพาะอย่างก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เหลือ 1-2 สัปดาห์นี้ คงต้องวัดใจรัฐบาลแล้วว่า จะมีความจริงใจแค่ไหนในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ หรือหากเห็นว่ากฎหมายค้าปลีกค้าส่งยังไม่มีความจำเป็นเท่ากับการออกมาตรการ มาอุ้มตลาดทุน หรือการพยุงราคาสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร ที่รัฐบาลจะต้องเร่งรีบคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รัฐบาลก็ต้องให้คำตอบกับค้าปลีกรายย่อยให้ชัดเจนถึงสาเหตุไม่เร่งรีบผลักดัน และจะมีมาตรการใดมารองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการขยายสาขาจำนวนมากของห้าง ค้าปลีกสมัยใหม่ จนกระทบธุรกิจดั้งเดิมของคนไทยจำนวนมาก

เพราะกฎหมายเท่าที่รัฐบาลมีอยู่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นให้กับค้าปลีกชุมชนได้อย่างแท้ จริง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายผังเมืองและควบคุมอาคาร เนื่องจากไม่ใช่กฎหมายโดยตรงที่จะเป็นกฎกติกาให้กับการทำธุรกิจค้าปลีกค้า ส่ง ทำให้ดูแลการขยายสาขาของห้างค้าปลีกได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ยังเป็นช่องโหว่ที่รัฐบาลควรเห็นถึงความสำคัญ และถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลปัญหาจริงจังเสียที ก่อนที่ธุรกิจดั้งเดิมของไทยจะล้มหายตายไปจากสังคมไทยหมด

view

*

view