http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท09/02/2019
ผู้เข้าชม20,890,463
เปิดเพจ24,837,794
Gold charts on InfoMine.com

ร้อยเรื่องราว คู่รักของเท้า

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย : นันทขว้าง สิรสุนทร


คงไม่มีใครมีรองเท้าแค่คู่เดียว แต่เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า นอกจากดีไซน์ ความสวย หน้าที่ห่อหุ้มเท้าอันเปลือยเปล่า คุณใส่รองเท้าด้วยเหตุผลใดอีก

เรียวเท้าของหญิงสาวนั้น ย่อมเป็นคนละส่วนกับ "รองเท้า"

ทว่า มิอาจแยกพรากด้วยความหมายอันสอดรับด้วยหน้าที่แห่งกันและกัน... รองเท้าที่เปิดเปลือย เผยให้เห็นถึงเสน่ห์แห่งสตรีเพศ เท่าๆ กับที่รองเท้าที่สั้นงุ้ม แสดงถึงชนชั้นและ class ของผู้หญิงในยุคสมัยหนึ่ง

นี่ยังไม่นับรองเท้าส้นสูงหรูระยับ ที่สะท้อนถึงอำนาจ (power) และความองอาจแห่งตัวตน และหากว่าคุณเป็นผู้ที่รักสุขภาพ ครั้งหนึ่งรองเท้าผ้าใบก็เป็นความสนใจของกลุ่มนี้

คงเป็นร้อยพันความหมายหากจะแจกแจงบอกเล่า...และคงมากกว่าหมื่นแสนรองเท้า ถ้าจะนับด้วยหน้าตาอันแตกต่าง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ถ้าใครสักคนจะเข้าไปค้นหาแง่มุมในนิทรรศการ "ร้อยเรื่องรองเท้า" ซึ่งจัดที่ TCDC หรือศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

Identity มีส้น

นิทรรศการร้อยเรื่องรองเท้าและ ความหมายนั้น เป็นฝีมือการคัดสรรของภัณฑารักษ์ประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการสื่อสารฝรั่งเศส อีฟ ซาบูแร็ง (Yves Sabourin) ร่วมกับ มารี-โจเซฟ บอสซัง-ปิโกต์ (Marie-Josephe Bossan-Picaud) หัวหน้าภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์รองเท้านานาชาติเมืองโรมองซ์ (International Shoes Museum, Romans) หนึ่งในสองพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ซึ่งว่ากันว่ามีการเก็บสะสมรองเท้าจากทั่วทุกมุมโลกไว้

พิพิธภัณฑ์ทั้งสองได้ร่วมกันคัดสรรรองเท้าจากยุคสมัยและวัฒนธรรมที่หลาก หลายจากศตวรรษที่ 18 - 21 ของฝรั่งเศสและชนชาติต่างๆ เช่น จีน อินเดียนแดง หรือ ตุรกี ที่อยู่ในคอลเลคชั่นสะสมของพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนรองเท้าแบรนด์ดังของฝรั่งเศส อาทิ ชาแนล เรเปตโต และคริสเตียน ลาครัวซ์ พร้อมผลงานศิลปะร่วมสมัยทั้งภาพลายเส้น ภาพถ่าย และงานศิลปะแบบจัดวางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าและเท้า

เท้าที่ผู้คนเดินนั้น อาจเดินไปในพื้นที่ แต่ความหมายนั้นกลับ "ท่องเที่ยวไป" ได้ไกลกว่า..มันเป็นทั้งเครื่องมือช่วยสื่อภาพลักษณ์ สถานะ อำนาจ และความสง่างาม ผ่านรูปทรงที่สื่ออารมณ์และความรู้สึก การออกแบบมาเพื่อสร้างท่วงท่าการเดินที่เย้ายวน และเพื่อตอบสนองวิถีการใช้สอยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิประเทศทั้งในพื้น ถิ่นทุรกันดารและสภาพอากาศที่แตกต่าง

ขณะที่รองเท้าหลายคู่ยังสามารถแสดงถึงยุคสมัยและตัวตนของผู้ที่สวมใส่ได้ เป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องราวของรองเท้าที่ร้อยเรียงกันนำเสนอแง่มุมที่หลากหลายเหล่านี้จะ เกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจาก กระบวนการคิด การออกแบบ ด้วยวัสดุหลากชนิดและเทคนิคเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบสนองมิติการสวมใส่ที่หลากหลายต่างกันไป

"กาละแมร์" เบญจมาศ พัชรศรี บอกกับ "จุดประกาย" ว่า เธอมีรองเท้าเยอะมาก และแต่ละคู่ก็ล้วนมีความหมายแตกต่างกันไปนอกเหนือไปจากการมีหน้าที่ "ถูกใส่" ในแต่ละวัน มุมมองนี้ของ 1 ใน 4 พิธีกรสาวผู้หญิงถึงผู้หญิง ถูกสนับสนุนด้วยอีกเสียงหนึ่งจาก นางเอกที่กำลังป๊อปอย่าง "ต่าย" ชุติมา ทีปะนาถ (season change, หนีตามกาลิเลโอ)

"รองเท้าที่สะท้อนตัวตนต่าย ก็คือ คัทชู ของ พอล สมิธ ที่รักสุดๆ ซื้อมา 2 คู่ คือ สีน้ำตาล เอาไว้ใส่ออกงานทางการ หรือใส่ไปชอป เพราะจะดูเรียบร้อย ส่วน พอลสมิธ คู่ลายๆ จะเอาไว้ใส่กับเสื้อผ้าสีพื้นๆ ซึ่งต่ายยอมรับว่า รองเท้าทำให้ต่ายดูเป็นนางเอกขึ้นมา และยังเป็นรองเท้า 2 คู่ที่ใส่บ่อยที่สุด เอาไปใส่ที่ 3 ประเทศ อังกฤษ-ฝรั่งเศส-อิตาลี

ตอนไปโปรโมทหนัง หนีตามกาลิเลโอ 8 วันที่เดินทางตลอด ต่ายไม่รู้สึกเมื่อย เพราะรองเท้าใส่สบายมาก เดินไม่เจ็บ เท้าไม่เป็นแผล จัดว่าเป็นรองเท้าคู่ใจ ที่นำพาเราเดินไปได้อย่างสบายๆ ค่ะ"

เธอบอกว่า รองเท้าแบบนี้คือ identity ของเธอ มากกว่าที่จะเป็นรองเท้าส้นสูงออกงาน ซึ่งไม่ค่อยใช่บุคลิกของเธอนัก

ส่วนอีกคนหนึ่ง "เต้ย" จรินทร์พร จุนเกียรติ์ ซึ่งแสดงเป็น "นุ่น" ดูโอในหนัง "หนีตามกาลิเลโอ" ก็บอกว่า เธอเลือกลักษณะรองเท้า ที่บอกถึงความเป็นหญิงสาวอย่างเธอเหมือนกัน

"เต้ยเลือกรองเท้า “lanvin” เป็นรองเท้าคู่กายของเต้ยที่ใส่ไปไหนมาไหนเป็นประจำ เป็นรองเท้าส้นสูงสีดำที่ใส่สบายมาก และเป็นรองเท้าคู่แรกที่เต้ยเก็บเงินซื้อเองและอยากได้มานานแล้ว เป็นยี่ห้อที่เราชื่นชอบ เต้ยจะใส่บ่อยเป็นพิเศษ ทั้งใส่ไปออกงาน ไปเดินห้าง รวมทั้งใส่ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ได้ด้วย เวลาใส่แล้วทำให้ดูสูงด้วยค่ะ"

หลายคนสงสัยว่า จริงหรือ แค่หน้าตารองเท้า และรูปลักษณ์ของมันนั้น สามารถสะท้อนถึงยุคสมัย ขนบธรรมเนียม เพศและความเย้ายวน ตลอดจนเสรีภาพได้ ?

อีฟ ซาบูแร็ง ซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ในนิทรรศการได้จัดแบ่งและตีความหมายรวมถึงสัญลักษณ์ที่ สื่อผ่านรองเท้าประเภทต่างๆ ออกเป็น 5 อย่าง ได้อย่างน่าสนใจ

อย่างแรกคือ การแสดงออกถึง "อำนาจและความสง่างาม" (Politics and Ceremonial) ผ่านการสำแดงภาพลักษณ์ต่อสาธารณะ (มาริลีน มอนโร และบรรดาเซเลบ ชอบสวมใส่รองเท้าแบบนี้)

"รองเท้าซึ่งสะท้อนถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ชนชั้น และความงามสง่าของผู้สวมใส่ผ่านรองเท้าแบบต่างๆ อาทิ คุยซาร์ด บูทหนังสูงปักประดับอย่างหรูหราจากคริสเตียน ลาครัวซ์ หรือรองเท้าส้นสูงสีดำขรึมสง่าของชาแนลซึ่งออกแบบโดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์"

ทั้งนี้รองเท้าส้นสูงได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา โอ่อ่านับตั้งแต่ถูกสวมใส่โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส (ค.ศ.1638-1715) ผู้รับสั่งให้ก่อตั้งโรงเรียนนาฏศิลป์หลวง (Acad?mie Royale de Danse) ซึ่งนับเป็นการเปิดดินแดนใหม่ให้กับงานออกแบบรองเท้าและเป็นจุดเริ่มต้น อุตสาหกรรมการผลิตและพัฒนารองเท้าเต้นรำที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักออกแบบทำ รองเท้าที่แสดงถึงความสง่างามยามก้าวเดิน เช่น รองเท้าเต้นรำแบบคลาสสิกของเรเป็ตโต้ แบรนด์รองเท้าฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงจากการผลิตรองเท้าเต้นรำและรองเท้ารูป แบบคลาสสิกต่างๆ

มีอำนาจแล้ว ก็มาถึงอย่างที่สองคือการแสดงซึ่ง "ความเย้ายวนสายตา" และสร้างความปรารถนา (Sensual or Free & Easy)

เขาบอกว่ารองเท้ามักได้รับการเชื่อมโยงเข้ากับอิสตรี เนื่องจากเท้าสตรีเป็นอวัยวะเร้าอารมณ์ความรู้สึกในหลายวัฒนธรรม เช่น รองเท้าสำหรับการมัดเท้าแบบดอกบัวทองคำของสตรีจีนชาวฮั่นในอดีตที่มัดแน่นจน เหลือเพียง 3 นิ้ว เพื่อรองรับท่าเดินเยื้องย่างที่เกิดจากความเจ็บปวดซึ่งชายจีนกลับมองอย่าง ชื่นชมมากว่า 2,000 ปี

และรองเท้าส้นเข็มแบนบางสูงชะลูดที่บางครั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลางส้นเพียง 1/ 3 นิ้ว (stiletto heel) เพื่ออวดเรียวขาและท่าเดินที่น่ามองในทศวรรษที่ 1950 (คุณสามารถพบว่า ซาร่าห์ เจสสิก้า พาร์คเกอร์ ในซีรีส์ sex and the city มักคร่ำครวญอยากใส่รองเท้าแบบนี้บ่อยๆ)

อย่างที่สามก็คือ รองเท้าที่มีแง่มุมการกีฬาและธรรมชาติ เช่นรองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะฟางสานช่วยระบายอากาศ (ได้รับอิทธิพลจากชาวประมงริมชายฝั่งทางใต้ของจีนที่มีอากาศร้อนชื้นใน ศตวรรษที่ 19) รองเท้าที่สะท้อนความหมายนี้ กลายเป็นกิจกรรมหย่อนใจในยุคสมัยเดียวกันจนทำให้รองเท้าผ้าใบขายดีเป็นที่ นิยม และการผลิต

อย่างที่สี่คือ รองเท้าในยุคบาโรค ร็อค แอนด์ โรล หรือรองเท้าที่สามารถสะท้อนยุคสมัย โดยจะเห็นได้ว่า รองเท้าจากยุคบาโรคที่มีรองเท้ารูปทรงส้นโค้งมนหรูหรารับกับภาพหลังแห่งยุค ที่งานออกแบบเน้นเส้นสายและความโค้งเว้า จนถึงสมัยใหม่ที่สามีภรรยานักออกแบบ มาริเต้ และฟรองซัวร์ จีโบต์เลือกผสมผสานวัฒนธรรมและแฟชั่นจากท้องถนนเข้ากับรูปแบบรองเท้าในอดีต ได้เป็นรองเท้าแหวกขนบทั้งด้านรูปทรงและวัสดุ เปิดให้ผู้สวมใส่ได้แสดงตัวตนในยุคสมัยแห่งความอิสรเสรี

ขณะที่รองเท้าในความหมายสุดท้ายคือ นวัตกรรมรองเท้าที่แสดงถึงเทคนิคหลากหลาย โดยส่วนหนึ่งเป็นรองเท้าที่ตอบสนองวิถีใช้สอยในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เช่น เกตะ-เกี๊ยะไม้ของชาวญี่ปุ่นที่ออกแบบมาให้มีแผ่นยกสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ ชุดประจำชาติที่มีชายลากยาวเปรอะเปื้อนสกปรก

รองเท้าดี ชีวิตจะดี

ถึงตรงนี้ นั่นหมายความว่า นอกจากสไตล์เสื้อผ้าจะบอกถึงบุคลิกเจ้าของร่างกายแล้ว... รองเท้าที่ห่อหุ้มร้อยรัดเรียวเท้า ยังสะท้อนนัยผ่านตัวตนอีกมาหลาย ผ่านหน้าตาของมันอีกด้วย ทั้งรองเท้าผ้าใบ ส้นสูง เปิดเปลือย มัดเท้า ห่อหุ้ม ฯลฯ

"โดยปกติแล้ว เป็นคนชอบใส่รองเท้าไม่มีส้น (Flat) ลักษณะคล้ายรองเท้าบัลเลต์มากกว่ารองเท้าส้นสูง" ฉายนันท์ มโนสันติภาพ นักแสดงสาวคุณภาพจากหนังเรื่อง Happy Birthday บอกกับ "จุดประกาย"

"เพราะสะดวกในการทำงาน สวมใส่ได้ง่าย มีความคล่องตัวสูง และที่สำคัญรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เข้ากับชุดได้ง่าย อย่างตอนนี้จะชอบดีไซน์ของแบรนด์ StellaLuna ซึ่งเป็นแบรนด์รองเท้าแฟชั่นที่มีรองเท้าให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งส้นสูง และแบบไม่มีส้น ซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้หญิงเป็นอย่างมาก รู้สึกได้เลยว่าเวลาใส่แล้วจับต้องได้ ไม่ได้ดูหรูหราจนเกินไป แต่มีความเป็นแฟชั่น มีกลิ่นอายของความ Chic ค่อนข้างสูง โทนสีสวย แบบสวย นอกจากนี้ เวลาจะตัดสินใจซื้อรองเท้าสักคู่ โดยมากจะไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์เป็นหลัก แต่ว่าจะเน้นที่ดีไซน์ แบบและโทนสีของรองเท้ามากกว่า บางครั้งเจอแบบที่ถูกใจ ก็จะซื้อทีเดียวหลายๆ คู่ ประมาณ 2-3 สี/แบบ"

จะเห็นได้ว่าเธอเน้นไปที่ดีไซน์และโทนสี เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกรองเท้าให้กับเท้า แต่สาวอีกนางหนึ่งที่เป็นสีสันของวงการบันเทิงนับตั้งแต่หนังเพื่อนสนิทออก ฉาย ก็คือ ปณิสรา พิมพ์ปรุ หรือ "โอปอลล์" ซึ่งประกาศตัวเด่นชัดว่า รองเท้าที่เธอใส่ต้อง "มีส้น" เท่านั้น

"ถ้าจะให้พูดถึงรองเท้าที่ชอบ และบอกสไตล์ของ โอปอลล์ ได้ดีที่สุด คงจะเป็นรองเท้าส้นสูง เพราะตั้งแต่สลัดรองเท้านักเรียนออก ก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยจนโลดแล่นในวงการบันเทิง ไม่มีวันไหนที่โอปอลล์ใส่รองเท้าไม่มีส้น แต่ขนาดส้นจะยาวกี่นิ้วค่อยดูตามความเหมาะสมของชุดที่เลือกใส่กันอีกที ถ้าพี่ถามต่อไปว่า “ทำไมถึงชอบรองเท้าส้นสูง” ก็ตอบได้ว่า เพราะด้วยหน้าที่การงานที่รับผิดชอบในแต่ละวัน นอกเหนือจากการจัดการรายการวิทยุแล้ว โอปอลล์ยังรับงานพิธีกรตามอีเวนท์ต่างๆ วันหนึ่งก็หลายงานอยู่เหมือนกัน ครั้นจะมีแค่รองเท้าเพียงคู่เดียวใส่ทั้งวัน ใส่ไปทุกงาน มันก็จะดูแปลกๆ ไปหน่อย อย่างน้อยเพื่อความอุ่นใจโอปอลล์จะมีรองเท้าอยู่หลังรถประมาณ 20-30 คู่ ที่สามารถเลือกใส่ให้เข้ากับชุดทุกสถานการณ์ โดยแบบส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรียบๆ ไม่เน้นลวดลายมากนัก เน้นโทนสีดำ น้ำตาล ทอง และสีเงิน ขนาดความสูง 4 นิ้วขึ้นไป เพราะเพิ่มความมั่นใจได้สุดๆ"

แน่นอนว่าในการสวมใส่นั้น ทุกคนย่อมแบรนด์ ไม่ต่างจากการมีแนวทางของตัวเอง

"แต่ถ้าจะให้พูดถึงแบรนด์โปรด ต้องยกให้แบรนด์ CHRISTIAN LOUBOUTIN เพราะชอบดีไซน์รองเท้าส้นสูงแต่ละคอลเลคชั่นของเขา ด้วยสไตล์นิ่งๆ ใส่ง่าย แถมใส่สบายอีกด้วย แต่สนนราคาคู่หนึ่งก็แพงเอาการอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ โอปอลล์ก็ยังมีรองเท้าแบรนด์อื่นๆ ที่ชื่นชอบอีกมากมาย ซึ่งเวลาที่ตัดสินใจซื้อแต่ละคู่ก็จะดูที่ราคาด้วยเหมือนกัน เพราะการซื้อรองเท้าก็เหมือนกับการลงทุน เป็นสมบัติทางใจด้วย โอปอลล์ทำงานเยอะ ใช้ตัวเองเยอะ เพราะฉะนั้นการเสียเงินซื้อรองเท้า ก็เป็นการลงทุนเพื่อหน้าที่การงาน เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองมากกว่า และเวลาซื้อก็เลือกที่ตัวเองชอบมากที่สุด ใส่แล้วเป็นตัวเองมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปตามแฟชั่น เพราะแฟชั่นไม่ได้เหมาะกับคนทุกคนในสังคมเสมอไป โอปอลล์เชื่อเสมอว่า รองเท้าดีๆ จะสามารถนำพาเราไปในที่ที่ดีๆ ได้”

คำพูดของเธอยืนยัน ราวกับเป็นน้ำหนักว่า เมื่อเท้าได้ก้าวเดินไป ความหมายก็ได้ท่องเที่ยวไปด้วย ในก้าวย่างเดียวกัน

    * รองเท้าก็มี "พิษ" !

คุณผู้หญิงครับ เคยทราบไหมว่าภายใต้ “ทุกท่วงท่า” ที่ “ก้าวเดิน” เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพและสารพัดโรคภัยที่คาดไม่ถึงที่ตามมาไม่รู้จบ

Belinda Luscombe คอลัมนิสต์สาวจากนิตยสาร Time ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "พิษร้ายรองเท้าส้นสูง" หลังจากได้เข้าร่วมเวิร์คชอปที่ชื่อว่า High Heel Fitness Class & High Heel Walking Workshop ที่สอนท่วงท่าการเดินแบบ “อกผาย” ด้วย “อาวุธสูงหกนิ้ว” !!!

อาการติดเชื้อต่างๆ ที่ผู้หญิงประสบ แถมยังยากแก่การอธิบายนั้น มีการวิจัยกันว่า รองเท้าส้นสูงนี่แหละ ที่น่าฉงนสนเท่ห์มากที่สุด มีเสียงเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ว่าการสวมรองเท้าส้นสูงอาจทำให้เกิดโรคชนิด ร้ายแรงต่างๆ นานา มากมายอย่างคาดไม่ถึง เช่น กระดูกพรุน ข้ออักเสบ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อสะโพกขั้นรุนแรง ข้อนิ้วหัวแม่เท้าเสื่อม หรือ “เล็บขบ”

แต่ก็มีอาการที่ไม่ถึงกับรุนแรงนัก ที่มีชื่อเรียกประหลาดๆ อย่าง hammertoe หรือ Haglund’s deformity (โรคที่มีก้อนเนื้อผุดขึ้นมาตรงเส้นเอ็นของส้นเท้าหรือมีชื่อเรียกอีกชื่อ ว่า pump bump) และมีการศึกษาอย่างจริงจังในหลายประเทศ  ที่น่าสนใจคือข้อมูลจากการศึกษาที่สวีเดนมีการนำ “รองเท้าส้นสูง” มาโยงกับโรค “ซกิดโซฟรีเนีย” โรคจิตชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแปลกๆ หรือบางครั้งก็ทำตัวแปลกๆ เกิดภาพหลอนบางอย่าง และบางคนถึงขั้นเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น (อ้างจากนิตยสาร time)

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวออกมาแค่ไหนก็ตาม บรรดาสาวๆ ก็ยังคงออกไปทำงานกับรองเท้าคู่ใจด้วยความวิงเวียน ปวดเท้ามากขึ้น นั่นก็เพราะปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นผลิตรองเท้าที่สูงปรี๊ดขึ้นไปถึง 6 นิ้วออกมาขาย (อนาคตอาจจะ 7 นิ้ว) นักวิจารณ์บางคนบอกว่า มันก็คือสร้างตึกไว้ใต้เท้าตัวเองดีๆ นี่เอง

view

*

view