http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท09/02/2019
ผู้เข้าชม20,881,742
เปิดเพจ24,828,729
Gold charts on InfoMine.com

ตามรอยอารยธรรม ปราสาทขอม

จาก โพสต์ทูเดย์
รายงานโดย :อรพร บาลี       :


สิ่งก่อสร้างจากศิลาแลงอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นหลักฐานความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมขอมโบราณ ทอดตัวสงบนิ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในโครงการเช็กอินอีสาน ได้พาตามรอยอารยธรรมเหล่านี้เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยเริ่มต้นจากปราสาทอันสร้างอยู่บนยอดภูเขาไฟซึ่งดับสนิท “วนํรุง” คือคำที่ปรากฏในจารึก หาก “พนมรุ้ง” คือคำเรียกที่คุ้นหู เทวสถานสมัยพุทธศตวรรษที่ 1518 แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ตัวปราสาทสร้างขึ้นตามแบบลัทธิไศวนิกายซึ่งบูชาพระศิวะ ครั้นต่อมาก็มีแบบพุทธศาสนานิกายมหายานเข้ามาผสมผสาน เนื่องด้วยความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงไปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นผู้ครองอาณาจักรในสมัยนั้น

เบื้องหน้าคือบันไดทอดยาว ถัดจากสะพานนาคราชขึ้นไปคือปราสาทประธานซึ่งเป็นที่บรรจุเรือนธาตุ โดยปราสาทนี้จะหันหน้าสู่ทิศตะวันออก หากมาเยือนที่นี่ในยามอาทิตย์ขึ้นหรือลง จะสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ลอดผ่านบาน

ประตูที่วางเรียงกันเป็นแนวเดียวกัน ลวดลายสลักเสลาบนตัวปราสาทวิจิตรงดงาม ภาพพระศิวะวาดกรร่ายรำและพรนารายณ์บรรทม หลับ ยังคงเป็นที่ประทับใจผู้คนทุกครั้ง เมื่อยามได้มาเยี่ยมชม “หน้าบันศิวนาฏราช” และ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” ซึ่งได้รับการบูรณะอย่างดีพร้อมกับศิลปะวัตถุชิ้นอื่นๆ ณ ปราสาทแห่งนี้

ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เคลื่อนผ่านบารายกว้างใหญ่ ไปสู่ปราสาทซึ่งมีบารายขนาดกลางล้อมรอบอยู่ 4 ทิศ หรือที่เรียกกันว่า “ปราสาทเมืองต่ำ” ใน อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นเทวสถานลัทธิไศวนิกายอีกแห่ง ซึ่งใช้ศิลปะแบบคลังบาปวน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ แผนผังของปราสาทเป็นแบบรายล้อมเข้าสู่จุดศูนย์กลาง คือตัวปราสาทหินทั้ง 5 เปรียบองค์ประธานเป็นดั่งเขาพระสุเมรุซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของจักรวาล แม้ว่าตัวปราสาทจะเหลือเพียงฐานราก หากสระน้ำหักมุมทั้ง 4 และ “โคปุระ” ซึ่งเป็นระเบียงคดที่ล้อมรอบ ก็ยังคงความงดงามเก่าแก่ไว้ได้โดยไม่เสื่อมคลาย

ความเป็นศิลปะคลังบาปวน สังเกตได้จากทับหลังและกรอบประตู ซึ่งเป็นรูปสัตว์ประหลาดคล้ายยักษ์กำลังคายท่อนพวงมาลัยออกจากปาก มีนามเรียกว่า “หน้ากาล” บางความเชื่อกล่าวว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโกรธความหลง ซึ่งกลืนกินทุกอย่างกระทั่งตนเอง หน้ากาลนี้มักปรากฏอยู่ในภาพกรอบประตูทางเข้า ร่วมกับเทพเจ้าองค์อื่นๆ โดยทับหลังที่สำคัญของปราสาทเมืองต่ำแห่งนี้ก็คือ “ทับหลังพิธีสยุมพระศิวะและพระนางปารพตี” อันเป็นจำหลักภาพท้าวหิมวันต์ถวายนางปารพตีพระธิดา (พระนางอุมาเทวี) ถวายแด่พระศิวะ

 

นารายณ์บรรทมสินธุ์
กลุ่มปราสาทตา เมือนธม ในเขต จ.สุรินทร์ เป็นอีกสถานที่ซึ่งได้มาเยี่ยมชมในช่วงก่อนจะสิ้นแสงของวัน กลุ่มปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทเล็กๆ อยู่แยกห่างกันไปไม่ไกลนัก ประกอบด้วย “ปราสาทตาเมือน” ซึ่งอดีตเป็นที่พำนักของศาสนิกชนผู้เดินทาง “ปราสาทตาเมือนโต๊ด” อโรคยาสถาน หรือสถานพยาบาลเพื่อใช้รักษาผู้เจ็บป่วย และแห่งสุดท้ายคือ “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งตั้งอยู่สุดเขตแดนไทยกัมพูชา บันไดทางขึ้นของปราสาทหันไปทางทิศใต้ ไม่ใช่ทิศตะวันออกเช่นเดียวกับแห่งอื่น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 1617 และฐานศิวลึงค์ที่ค้นพบเป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นไศวนิกายของกลุ่มปราสาท เหล่านี้

วันที่สองเริ่มต้นขึ้นด้วยการมาเยี่ยมชมหน้าบันศิวนาฏราชที่แกะสลัก อย่างละเอียดลออ ณ ปราสาทศรีขรภูมิ จ.ศรีสะเกษ จำหลักนี้เป็นหนึ่งในศิลปวัตถุซึ่งมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และกล่าวกันว่าอาจสมบูรณ์ไม่แพ้ที่ค้นพบในนครวัดเลยทีเดียว เทวสถานแห่งนี้สร้างขึ้นตามลัทธิไศวนิกายเช่นเดียวกับปราสาทอื่น สังเกตได้จากภาพจำหลัก และศิวลึงค์ซึ่งอยู่ในองค์ประธาน ตัวปราสาทซึ่งมีลักษณะเป็นปรางค์หมู่ 5 องค์ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก เวลาที่สร้างนั้นสันนิษฐานว่าอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 17 หากคงมีเหตุบางประการให้การก่อสร้างต้องหยุดลง เพราะส่วนที่เสร็จสมบูรณ์มีเพียงด้านหน้าและด้านข้างบางส่วนเท่านั้น

ยามบ่ายเคลื่อนที่ไปยัง “ปราสาทสระกำแพงใหญ่” ใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ อันเป็นเทวสถานที่ตั้งอยู่ร่วมกับวัดสระกำแพงใหญ่ในศาสนาพุทธ ลักษณะปราสาทเป็นหมู่ปรางค์ 3 องค์ที่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ล้อมรอบด้วยระเบียงคด อยู่ถัดจากบารายที่มีลักษณะคล้ายรูปตัวแอล (L) แผนผังแบบนี้คล้ายคลึงกับ “ปราสาทสระกำแพงน้อย” ใน อ.ขลุง ต่างกันตรงที่ปราสาทสระกำแพงน้อยมีขนาดเล็กและทรุดโทรมกว่ามาก และเคยใช้งานเป็นอโรคยาสถาน มากกว่าจะเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างปราสาทสระกำแพงใหญ่

ปราสาทหินแห่งที่เข้าเยี่ยมชมในวันสุดท้าย เป็นปราสาทหินทำจากศิลาแลงสีชมพู ที่เป็นหนึ่งในปราสาทซึ่งมีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน จ.นครราชสีมา มีชื่อเรียกขานคุ้นหูว่า “ปราสาทหินพิมาย” ซึ่งเป็นเทวสถานในไศวนิกาย สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 และมีความเป็นพุทธนิกายมหายานผสมผสานด้วยอิทธิพลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เช่นเดียวกับปราสาทพนมรุ้ง

เทวสถานปราสาทหินพิมายตั้งอยู่ในพื้นที่ราบ หันหน้าออกไปยังทิศใต้ผิดจากปราสาทอื่นๆ ที่มักหันออกทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าทำเพื่อให้หันรับกับเส้นทางตัดมาจากเมืองยโศธรปุระ เมืองหลวงในสมัยนั้นของขอม ซึ่งเข้ามาสู่เมืองพิมายทางทิศใต้ ทางเบื้องหน้ามีโคปุระ หรือซุ้มกำแพงแก้วทอดยาวเพื่อนำทางเดินสู่ส่วนกลางซึ่งมีความเชื่อว่าเป็น ที่อยู่ของเทพเจ้า ชาลาทางเดินนั้นก่อสร้างด้วยหินทราย โอบล้อมส่วนกลางไว้ด้วยหมู่ระเบียงคดพบแนวจารึกสลักไว้ไปตลอดทาง ส่วนสำคัญที่สุดคือปราสาทประธานซึ่งมีภาพจำหลักเกี่ยวกับเรื่องรามเกียรติ์ สลักไว้รายรอบ จะมีเพียงด้านทิศใต้เท่านั้นที่ต่างออกไปด้วยจำหลักลายศิวนาฏราช

 

ปราสาทหินพิมาย
ปราสาทประธานแบ่ง เป็นสองส่วนคือ มณฑปกับเรือนธาตุ ในเรือนธาตุนั้นมีส่วนที่เรียกว่าห้องครรถหะซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ สำคัญ พื้นห้องต่อร่องน้ำมนตร์ยาวออกไปจนถึงภายนอก เรียกกันว่า ท่อโสมสูตร ถัดออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์พรหมทัติซึ่งสร้างจากศิลาแลง ประตูทำมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ทิศ ด้านในเคยบรรจุประติมากรรมชิ้นสำคัญ ซึ่งปัจจุบันถูกโยกย้ายไปอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

เส้นทางตามรอย 3 วัน 2 คืน สิ้นสุดลงด้วยความอิ่มอกอิ่มใจของผู้มาเยือน กรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่อุทยานต้องใช้ความยากลำบากไม่ใช่น้อยที่จะบูรณะและ ดำรงรักษาสภาพไว้ให้ได้สมบูรณ์ที่สุด หากหน้าที่ในการดูแลรักษาก็อยู่ในมือของผู้เยี่ยมชม นั่นคือการชื่นชมความงามอย่างมีจิตสำนึก ไม่ทำลายหรือลักเล็กขโมยน้อย เก็บชิ้นส่วนอันควรเป็นมรดกของชาติกลับเข้ามาเป็นสมบัติของตนเสียเอง

เข้าดูรายละเอียดเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tourismthailand. org/checkinisan

view

*

view