http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท09/02/2019
ผู้เข้าชม20,879,313
เปิดเพจ24,826,085
Gold charts on InfoMine.com

ฮอตด็อกร้อนๆ จ้า

จาก โพสต์ทูเดย์
รายงานโดย :เรื่อว ปณิฏา สุวรรณปาล / ภาพ อฐิณป ลภณวุษ:


เปลี่ยนอารมณ์จากของกินไฮโซตามโรงแรมทั้งหลาย มาชิมของกินง่ายๆ หาได้ใกล้ๆ บ้านบ้างดีกว่า...
“ฮอตด็อก” ไม่ใช่สุนัขร้อนๆ (ฮาสักหน่อย) แต่เป็นไส้กรอก (ส่วนใหญ่จะใช้ชนิดแฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ แฟรงก์ วีเนอร์ หรือวีนี) ที่ไม่ว่าจะรมควันหรือย่างให้สุก นำมาปรุงให้นุ่มลงด้วยซอสต่างๆ เพื่อเพิ่มหน้าตาให้สวยงามและเพิ่มความอร่อย

ส่วนใหญ่จะนิยมเสิร์ฟร้อนๆ ภายในขนมปังทรงยาวๆ อาจเสิร์ฟเฉพาะซอสเนื้อ ซอสเนื้อชนิดชีลี่ หรือใส่ส่วนผสมอื่นๆ เช่น มายองเนส ชีส ซอสมะเขือเทศ หัวหอมใหญ่หั่นเต๋า และอื่นๆ ตามสูตรฮอตด็อกของแต่ละที่ เช่นเดียวกับหลายแห่งที่นึกสนุก เปลี่ยนเอาไส้กรอกฉบับออริจินัลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องถิ่น เช่น โบโลนยา หรือไส้กรอกบอกเวิร์ธขนาดบิ๊กเบิ้มของเยอรมัน รวมทั้งในประเทศมุสลิมก็มีการดัดแปลงใช้เนื้อฮาลาลที่ทำจากเนื้อวัว เนื้อไก่ หรือไก่งวง ขนาดฮอตด็อกเจก็ยังมีคนคิดขึ้นมาตอบสนองกลุ่มคนรับประทาน

ฮอตด็อกต่างจากไส้กรอกชนิดอื่นๆ ที่สามารถกินหรือขายให้แบบดิบๆ ได้ ทว่าสำหรับฮอตด็อกจะต้องกิน ต้องเสิร์ฟแบบร้อนๆ เท่านั้น

สำหรับที่มาของฮอตด็อกนั้นยากจะชี้เช่นเห็นชัดไปได้ว่า ใครกันแน่เป็นรายแรกที่คิดค้นเจ้าไส้กรอกจานร้อนนี้ขึ้นมา เพราะว่าต่างออกมาอ้างกันมากมายว่าข้าพเจ้านี่เองคือเจ้าของสูตรไส้กรอกใน ขนมปังตัวจริงเสียงจริง

หากลองพิจารณาดูชนิดของไส้กรอกที่มักจะเลือกใช้แฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ (Frankfurter) ใส่ลงในขนมปัง นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่าฮอตด็อกมีจุดเริ่ม ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ขณะที่วีเนอร์ (Wieners) ก็หมายถึงกรุงเวียนนาของประเทศออสเตรีย ซึ่งในภาษาเยอรมันเรียกเมืองหลวงของประเทศนี้ว่า Wien แปลความว่า “บ้านแห่งไส้กรอก”

คนเวียนนาเรียกฮอตด็อกว่า วีเนอร์ หรือวีเนอร์ เวิร์สเชน (หมายถึงไส้กรอกเล็กๆ) ขณะที่คนสวิสฝั่งพูดภาษาเยอรมันเองก็เรียกฮอตด็อกว่า วีเนอร์ลี (Wienerli)

ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอตด็อกจึงลงมติว่า น่าจะเป็นเมืองใดเมืองหนึ่งใน 2 เมืองนี้ (แฟรงก์เฟิร์ตและเวียนนา) แน่ๆ ที่เป็นต้นกำเนิดของฮอตด็อก โดยที่แฟรงก์เฟิร์ตอ้างว่าพวกเขานั้นผลิตไส้กรอกไซส์บิ๊กชนิดที่มีชื่อเดียว กับเมืองมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1480 โดยเป็นการคิดอาหารพิเศษขึ้นมาเพื่อฉลองในโอกาสที่พระเจ้ามักซิมิเลียนที่ 2 จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันทรงขึ้นครองราชย์ ขณะที่ฮอตด็อกเป็นหัวคิดของโยฮัน จอร์จ ลาห์เนอร์ พ่อค้าเนื้อจากเมืองโคบูร์ก แคว้นบาวาเรีย ในราวศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งมีบันทึกเอาไว้ว่า ได้คิดค้นเมนูทำจากไส้กรอกชื่อว่า “ดัชชุนด์” (dachshund) หรือ “ลิตเติลด็อก” ขึ้นมา

ว่ากันว่า ที่ฮอตด็อกต้องเสิร์ฟร้อนๆ ก็เพราะอากาศที่เยอรมนีและออสเตรียหนาวจัด ก็คนยังต้องสวมแจ็กเกตกันหนาว ไส้กรอกก็เลยต้องสวม (ขนมปัง) บ้าง แถมขนมปังยังให้ความอบอุ่นได้มากกว่าเสิร์ฟเพียงไส้กรอกอย่างเดียว

ฮอตด็อกข้ามมายังฝั่งอเมริกา ที่ถนนเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ที่เริ่มมีร้านขายฮอตด็อกตั้งแต่ปี 1880 โดยเจ้าของร้านเป็นหญิงสาวชาวเยอรมัน อันโตนอยเน ฟอยชต์วันเงอร์ ลูกค้าทุกๆ คนจะต้องสวมถุงมือสีขาวเวลากิน เพื่อที่ฮอตด็อกจะไม่ลวกมือ ขณะที่อันตัน ลุดวิก ฟอยชต์วันเงอร์ สามีของเธอซึ่งเป็นคนขายไส้กรอกจากบาวาเรีย ก็ได้มาเสิร์ฟไส้กรอกในขนมปังที่เรียกว่าฮอตด็อก ในงานแสดงสินค้าเวิลด์แฟร์ในชิคาโก ปี 1893 และที่ลุยเซียนา ปี 1904 – เล่ากันว่า มีลูกค้าจิ๊กถุงมือที่ใช้ในการกินฮอตด็อกไปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก

หลังจากฮอตด็อกได้เดินทางเข้ามาในอเมริกาในปลายศตวรรษที่ 19 นั่นเอง ก็เริ่มเข้ามามีความผูกพันกับสนามเบสบอล และสวนสนุก โดยมีคริส ฟอน เดอร์ อะเฮ ผู้อพยพชาวเยอรมันเป็นผู้บุกเบิกวิธีคิด และก่อตั้งร้านเซนต์หลุยส์ บราวน์ของเขาขึ้นมา ก่อนที่แฮร์รี เอ็ม สตีเวนส์ ที่เป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬาต่างๆ มาตั้งแต่ปี 1889 ก็เริ่มนำเอาฮอตด็อกมาเป็นหนึ่งในรายละเอียดของอีเวนต์ต่างๆ

ฮอตด็อกกลายเป็นเรื่องฮอตๆ ขึ้นมา ในปี 1916 เมื่ออดีตลูกจ้างของเฟลต์แมน ชื่อว่า เนธาน แฮนด์เวอร์เคอร์ นำเอาเซเลบริตีอย่าง เอดดี แคนเตอร์ และจิมมี ดูรันเต มาโปรโมตแบรนด์ฮอตด็อก เพื่อที่จะต่อสู้กับแบรนด์ของอดีตนายจ้าง พร้อมๆ ไปกับการหั่นราคาขายลงครึ่งหนึ่ง แถมยังดูแลภาพลักษณ์ สุขอนามัยในร้านอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน เช่น นอกจากจะมีถุงมือให้สวมใส่ตามธรรมเนียมนิยมในการเสิร์ฟฮอตด็อกแล้ว ยังมีการแจกผ้ากันเปื้อนให้ลูกค้าอีกด้วย

ไม่เพียงเฉพาะโยฮัน จอร์จ ลาห์เนอร์ ที่ตั้งชื่อไส้กรอกในขนมปังของเขาว่า ดัชชุนด์ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในที่มาของคำว่า “ด็อก” ทว่าเมื่อสืบความไปในหลายแห่งของยุโรป อย่างเช่นที่อัมสเตอร์ดัม ในเนเธอร์แลนด์ เรียกไส้กรอกว่า “ด็อก” มาตั้งแต่ปี 1884 แล้ว เนื่องมาจากเคยมีความเข้าใจผิดว่าไส้กรอกทำมาจากเนื้อสุนัขตั้งแต่ปี 1845

ส่วนผสมที่มักจะหาได้ในไส้กรอก ประกอบด้วย เนื้อสัตว์ ไขมัน ถ้ามีการเติมรสชาติก็มักจะเพิ่มเกลือ พริก หรือกระเทียมลงไป ถ้ามีส่วนผสมอื่นๆ ด้วยมักจะเพิ่มเติมคำว่า Link เข้าไปเพื่อบ่งบอกว่าเริ่มจะมีการกลายพันธุ์ไปจากสูตรดั้งเดิมของไส้กรอก

ฮอตด็อกส่วนใหญ่จะใช้ไส้กรอกเนื้อหมูหรือเนื้อวัว แต่ถ้าราคาถูกลงมาหน่อยจะเป็นเนื้อไก่หรือไก่งวง คุณค่าทางอาหารของฮอตด็อกฉบับดั้งเดิมจะอุดมไปด้วยโซเดียม ไขมัน และไนเตรตสูง ปัจจุบันที่หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพจึงทำให้ฮอตด็อกเนื้อไก่ ไก่งวง และมังสวิรัติเป็นทางเลือกที่นอกจากราคาถูกกว่าแล้วยังดีต่อสุขภาพมากกว่า

ทั่วโลกมีการเสิร์ฟฮอตด็อกมากมายหลายรูปแบบ บ้างก็เสิร์ฟมาพร้อมมัสตาร์ด มะเขือเทศ ผักดอง โคลสลอว์ หอมซอย มายองเนส มะเขือเทศ เนย พริก ฯลฯ แต่ที่แน่ๆ คือต้องเสิร์ฟมาในขนมปัง จากผลสำรวจในอเมริกาปี 2005 มัสตาร์ดเป็นส่วนผสมยอดฮิตในฮอตด็อก ตามมาด้วยซอสเนื้อสับที่เรียกว่าชีลี่ และหัวหอมสับ ตามลำดับ โดยชาวใต้จะนิยมรสชาติจัดจ้าน ขณะที่ชาวมิดเวสต์จะเลิฟรสชาติของซอสมะเขือเทศมากกว่า

ชาวชิคาโกจะมีฮอตด็อกในสไตล์ตัวเอง นอกจากตัวไส้กรอกจะมีขั้นตอนพิเศษ คือ ต้องผ่านการอบไอน้ำหรือนำไปต้มแล้ว ยังต้องเลือกแบบเป็นเนื้อวัวล้วนๆ และเสิร์ฟพร้อม “บัน” หรือขนมปังที่มีเมล็ดป๊อปปี้ แต่งหน้าด้วยมัสตาร์ด หอมซอย ผักดอง ซอสรีลิช (ซอสปรุงรสสีเขียวใส) มะเขือเทศ พริกดอง แต่จะไม่มีการใส่ซอสมะเขือเทศเด็ดขาด หลายคนเรียกฮอตด็อกสไตล์ชิคาโกว่า เป็นฮอตด็อกลุยสวน เนื่องจากมีพืชผักสวนครัวมากมายหลายชนิดนั่นเอง

ฮอตด็อกริมทางชื่อดังในอเมริกามีมากมายหลายเจ้า ส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายใหญ่ยักษ์มีร้านสาขามากมาย เช่น โซนิก ไดรฟ์-อิน (Sonic Drive-In) ด็อก เอ็น ซัดส์ (Dog n Suds) ฮาร์ดีส์ (Hardee’s) แดรี่ ควีน (Dairy Queen) เอ แอนด์ ดับเบิลยู (A&W) เนธานส์ เฟมัส (Nathan’s Famous) ฯลฯ

ในภัตตาคาร ฮอตด็อกมักจะอยู่ในเมนูสำหรับเด็ก เพราะว่าเมนูนี้ได้กลายเป็นเมนูง่ายๆ สำหรับเวลาไปชมกีฬาหรือเดินเล่นในสวนสนุก ไม่ก็เพื่อประทังหิวระหว่างการเดินทาง

จะว่าไป ได้ร้อนๆ สักชิ้นก็ดีนะ...

view

*

view