http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท09/02/2019
ผู้เข้าชม20,890,270
เปิดเพจ24,837,601
Gold charts on InfoMine.com

ป้องกัน อาชญากร ยึดสนามบินซ้ำรอย ออกข้อบังคับเข้ม ยกเว้นการตรวจค้นแค่ ๕ กลุ่ม

จากประชาชาติธุรกิจ



     ผู้สื่อข่าว ประชาชาติออนไลน์ รายงานว่า ผลพวงจาการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองของ กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้สร้างความเสียหายมากกว่า  ๒ แสนล้านบาท แต่ความเสียหายที่มากกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจ คือความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงาน สนามบินสาธารณะของประเทศไทย  ที่ถูกวิจารณ์ว่าต่ำกว่ามาตรฐาน                      
      ล่าสุด  นาย โสภณ ซารัมย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  ประธานคณะกรรมการการบินพลเรือน ได้ลงนามในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน   ฉบับที่ ๘   ว่าด้วยการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ  
     ข้อบังคับฯ  มีบทบัญญัติ ๘  ข้อ โดยจะมีผลใช้บังคับ วันที่  ๒ ๗ พ.ย.  ๒๕๕๒
    ประชาชาติออนไลน์ เห็นว่า สาระสำคัญของข้อบังคับ ดังกล่าว มีความน่าสนใจ จึงนำข้อบังคับทั้งฉบับมานำเสนอ โดยละเอียดเป็นฉบับสมบูรณ์ที่สุด
                                                                                    ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน   ฉบับที่ ๘๓
                        ว่าด้วยการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ                 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๖) และมาตรา ๖๐/๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ   พ.ศ. ๒๔๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็น พระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙  มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้    โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการการบินพลเรือนโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกข้อบังคับ ตามภาคผนวก ๑๗ แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่าง ประเทศ ค.ศ. ๑๙๔๔ ในเรื่องการตรวจค้นเพื่อรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบิน   สาธารณะไว้ ดังต่อไปนี้
     ข้อ ๑ ในข้อบังคับนี้
    "การตรวจค้น"  (Screening) หมายความว่า การใช้วิธีการทางเทคนิคหรือวิธีการอื่นใดในการตรวจหาอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใด ซึ่งอาจใช้ในการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ
  " การแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย "  (Acts of Unlawful Interference) หมายความว่า  การกระทำหรือพยายามกระทำอันเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือนและ การขนส่ง     ทางอากาศ ดังต่อไปนี้
(๑) การยึดอากาศยานระหว่างทำการบินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(๒) การยึดอากาศยานขณะอยู่ที่ภาคพื้นดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(๓) การจับตัวประกันบนอากาศยานหรือที่สนามบินสาธารณะ
(๔) การบุกรุกโดยใช้กำลังเข้าไปในอากาศยาน ณ สนามบินสาธารณะหรือบริเวณที่ตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ
(๕) การนำอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใดซึ่งมีเจตนาใช้ตามความมุ่งหมายในทางอาชญากรรมขึ้นไป บนอากาศยานหรือเข้าไปในสนามบินสาธารณะ
(๖) การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานระหว่าง ทำการบินหรือขณะอยู่ที่ภาคพื้นดินของผู้โดยสาร ลูกเรือ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นหรือสาธารณชนในสนามบินสาธารณะหรือในบริเวณที่ตั้งสิ่ง อำนวยความสะดวกทางการบินพลเรือน
 " เขตการบิน " (Airside) หมายความว่า พื้นที่เคลื่อนไหวของอากาศยานในสนามบินสาธารณะ บริเวณข้างเคียง รวมทั้งอาคารหรือส่วนของอาคาร ซึ่งมีการควบคุมการเข้าถึง
 "เขตหวงห้าม"  (Security Restricted Area) หมายความว่า เขตการบินของสนามบินสาธารณะซึ่งมีการควบคุมการเข้าพื้นที่และการควบคุมรักษา ความปลอดภัยอย่างอื่น อันประกอบด้วยพื้นที่ เช่น    พื้นที่ผู้โดยสารขาออกในเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างจุดตรวจค้นและอากาศยาน ลานจอด พื้นที่    จัดกระเป๋า พื้นที่ซึ่งได้นำอากาศยานเข้าไปให้บริการกระเป๋าและสินค้าที่ผ่านการตรวจค้น สถานที่ เก็บสินค้า ศูนย์ไปรษณียภัณฑ์ พื้นที่จัดอาหารให้บริการบนอากาศยานและสถานที่ทำความสะอาด  อากาศยาน เป็นต้น
    ข้อ ๒    ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจค้นผู้ โดยสาร ผู้ประจำหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานที่จะขึ้นอากาศยาน รวมถึงสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำ  ขึ้นอากาศยานตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจค้นก่อนที่บุคคลและสิ่งใด ๆ จะขึ้นบนอากาศยาน
(๒) ใช้เครื่องมือตรวจค้นที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ซึ่งกรมการขนส่งทางอากาศประกาศกำหนดเป็นอย่างน้อย
(๓) ได้รับความยินยอมจากบุคคลผู้จะถูกตรวจค้น
(๔) ตรวจค้นด้วยความรอบคอบ สุภาพและระมัดระวังตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่
(๕) ตรวจค้นตามระดับภัยคุกคามที่กรมการขนส่งทางอากาศแจ้งให้ทราบเป็นอย่างน้อย
(๖) ตรวจค้นอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้มีส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย เสื้อผ้าหรือสิ่งใด ๆ ถูกมองข้ามไป
(๗) การตรวจค้นต้องดำเนินการโดยสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีอาวุธ วัตถุระเบิด หรือ วัตถุอันตรายอื่นใดหลายชิ้น
(๘) ตรวจค้นสิ่งใด ๆ ที่จะนำขึ้นอากาศยานต่อหน้าบุคคลที่เป็นเจ้าของสิ่งนั้น และต้องไม่ให้เจ้าของแทรกแซงการตรวจค้นได้
(๙) เมื่อมีความสงสัยว่าสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำขึ้นอากาศยาน เป็นที่ซ่อนอาวุธวัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใด ต้องเปิดและแยกสิ่งนั้นออกไปตรวจค้น เพื่อไม่ให้ปะปนกับสิ่งของอื่น
(๑๐) สิ่งใด ๆ ที่ผ่านการตรวจค้นแล้วจะคืนให้แก่บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของได้ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้น ได้ผ่านการตรวจค้นแล้ว
(๑๑) ต้องดำเนินการตรวจค้นภายในระยะเวลาที่เพียงพอ เพื่อให้การตรวจค้นมีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นถึงการซุกซ่อนอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใด
(๑๒) นอกจากการตรวจค้นตามปกติแล้ว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะมีอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใดซุกซ่อนอยู่ ต้องตรวจค้นเพิ่มเติมเสมอ
(๑๓) บุคคลและสิ่งใด ๆ ซึ่งถูกตรวจค้นด้วยเครื่องมือและมือแล้ว แต่ไม่ผ่านต้องปฏิเสธไม่ให้ขึ้นอากาศยานและผ่านจุดตรวจค้นไปได้ และแจ้งเตือนผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกรายที่สนามบิน สาธารณะทราบถึงบุคคลและสิ่งนั้น
(๑๔) ประกาศหรือแจ้งให้บุคคลที่จะถูกตรวจค้นทราบว่า มิให้พกสิ่งใด ๆ ในระหว่าง การตรวจค้นร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุซึ่งเป็นโลหะต้องนำออกไปก่อนตรวจค้นด้วย หากตรวจค้น ด้วยเครื่องมือแล้วมีเสียงส่งสัญญาณเตือนต้องตรวจเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุ อันตรายอื่นใดหรือไม่ หากไม่เป็นอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใด จึงจะยินยอมให้บุคคลนั้น ผ่านจุดตรวจค้นไปได้
(๑๕) การตรวจค้นบุคคลและสิ่งใด ๆ ด้วยวิธีการตรวจค้นเป็นการเฉพาะบุคคล (Private Search) ให้ดำเนินการต่อหน้าบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นเพศเดียวกันกับผู้ทำการตรวจค้นและบุคคลที่ถูกตรวจค้น
(๑๖) ต้องจัดให้มีการบันทึกรายการอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใดขึ้นบนอากาศยานที่ตรวจพบด้วยความถูกต้องแม่นยำ
(๑๗) สภาพแวดล้อมของสถานที่ตรวจค้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างน้อย ดังนี้
(ก) สถานที่ตรวจค้นบุคคลและสิ่งใด ๆ ต้องดำเนินการใกล้เคียงกัน เพื่อป้องกันการย้ายสิ่งนั้นกลับไปมาระหว่างบุคคลนั้นไปสู่บุคคลอื่น
(ข) สถานที่ตรวจค้นต้องมีการออกแบบให้สามารถควบคุมบุคคลและกำจัดความเสี่ยงที่บุคคลจะหลบเลี่ยงการตรวจค้นได้
(ค) สถานที่ตรวจค้นต้องมีการออกแบบให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารซึ่งแตกต่าง กันอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนเที่ยวบิน เพื่อลดปัญหาจากการปฏิบัติงานตรวจค้นให้เหลือน้อยที่สุด
(ง) การติดตั้งเครื่องมือรักษาความปลอดภัยต้องพิจารณาเรื่องการรบกวนอุปกรณ์ อื่น  เช่น อุปกรณ์คลื่นความถี่ของวิทยุ เครื่องมือสื่อสารของสนามบินสาธารณะ เป็นต้น
(จ) พื้นที่สำหรับการตรวจค้นในวิธีการตรวจค้นเป็นการเฉพาะบุคคล (Private Search) ต้องเป็นพื้นที่ปิดและเป็นพื้นที่ที่แยกจากการตรวจค้นบุคคลอื่น ๆ
(ฉ) มีโต๊ะที่เหมาะสมสำหรับตรวจค้นด้วยมือ ซึ่งสิ่งใด ๆ ที่บุคคลจะนำขึ้นอากาศยาน โดยบุคคลที่เป็นเจ้าของสิ่งที่ถูกตรวจค้นนั้นสามารถมองเห็นการตรวจค้นได้ แต่ไม่อาจอยู่ในจุดที่รบกวนการตรวจค้นได้
(ช) ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับรับข้อมูลหรือคำแนะนำเกี่ยวกับงานประจำวันและอุปกรณ์สื่อสารอื่น เพื่อแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินได้
(ฎ) จัดระบบอุณหภูมิ แสงสว่าง และการระบายอากาศอันเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานตรวจค้นที่มีประสิทธิภาพ
(๑๘) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อื่นที่กรมการขนส่งทางอากาศประกาศกำหนด
   ข้อ ๓ ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจค้น สัมภาระหรือสิ่งของที่จะบรรทุกไปกับอากาศยานตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) สัมภาระ
(ก) การตรวจค้นสัมภาระที่เดินทางไปพร้อมกับเจ้าของสัมภาระ ให้ดำเนินหลังจากมีการแสดงตนเพื่อการขึ้นเครื่อง (Check - in) ต่อผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ดำเนินการเดินอากาศหรือตัวแทนแล้วเท่านั้น   สัมภาระที่ไม่มีเจ้าของเดินทางไปด้วย (Unaccompanied Baggage) ต้องมีป้ายกำกับไว้  เป็นการเฉพาะ และมีการตรวจค้นเพิ่มเติม (Additional Screening) มากกว่าการตรวจค้นสัมภาระที่เดินทางไปพร้อมกับเจ้าของสัมภาระ
(ข) ต้องใช้เครื่องมือร่วมด้วยในการตรวจค้นสัมภาระ
(ค) การตรวจค้นสัมภาระต้องมีผลกระทบให้น้อยที่สุดต่อการแสดงตน เพื่อการขึ้นเครื่อง (Check - in) การให้ผู้โดยสารขึ้นอากาศยาน ตลอดจนการจัดและนำสัมภาระขึ้นบนอากาศยาน ซึ่งอาจดำเนินการได้ทั้งก่อนและหลังการแสดงตนเพื่อการขึ้นเครื่อง (Check - in)
(ง) ต้องตรวจค้นสัมภาระด้วยมือต่อหน้าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของสัมภาระ เพื่อให้แน่ใจได้ว่า สัมภาระเป็นของเจ้าของสัมภาระในเที่ยวบินนั้นซึ่งได้ขึ้นอากาศยานแล้ว และสัมภาระได้ถูกควบคุมด้านการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น ตลอดจนได้รับอนุญาตให้นำขึ้นอากาศยานในเที่ยวบินดังกล่าวด้วย
(จ) สัมภาระของบุคคลซึ่งไม่ได้รับความยินยอมให้ขึ้นอากาศยานไม่ว่า ด้วยเหตุใด ๆ  ต้องนำลงจากอากาศยาน
(ฉ) ต้องตรวจค้นสัมภาระทุกชิ้นของบุคคลที่เริ่มต้นขึ้นอากาศยานของผู้โดยสาร เปลี่ยนลำ และสัมภาระซึ่งไม่มีเจ้าของเดินทางไปด้วย ที่สนามบินสาธารณะแห่งนั้น
(ช) ต้องป้องกันการสอดแทรกอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่นใด ให้แก่สัมภาระทั้งหมดที่ผ่านการตรวจค้นแล้ว และจัดให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการตรวจตราจนกระทั่งลำเลียงขึ้นบน อากาศยาน
(๒) สิ่งของ
 "สิ่งของ"  ตามข้อนี้ หมายความว่า สินค้าปกติ สินค้าที่ถูกนำมารวบรวมเข้าด้วยกันกับสินค้าของผู้ส่งรายอื่น สินค้าที่เปลี่ยนถ่ายจากอากาศยานหรือช่องทางอื่น ไปรษณียภัณฑ์ ตลอดจนอุปกรณ์และสิ่งของที่ผู้ดำเนินการเดินอากาศใช้ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ในระหว่างการเดินทาง
(ก) สิ่งของทุกชิ้นซึ่งใส่ในช่องเก็บสินค้าของอากาศยาน เช่น ไปรษณียภัณฑ์ของผู้ดำเนินการเดินอากาศ เอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับเที่ยวบิน ต้องผ่านการตรวจค้นก่อนที่จะนำขึ้น
อากาศยาน
(ข) สิ่งของที่นำขึ้นบนอากาศยานต้องมีการดำเนินการอยู่ภายในสภาพแวดล้อมที่มีการ ควบคุมรักษาความปลอดภัย ตามระบบควบคุมรักษาความปลอดภัยในระดับที่เพียงพอก่อนจะนำขึ้นบนอากาศยาน และต้องตรวจค้นสิ่งของเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีระดับการรักษาความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ จะนำสิ่งของขึ้นอากาศยานได้ก็ต่อเมื่อได้ทำการตรวจค้นว่าปลอดภัยแล้ว
(ค) การตรวจค้นสิ่งของจะมีระดับความเข้มข้นมากน้อยเพียงไร อย่างน้อยต้องคำนึงถึงการบรรจุหีบห่ออย่างปลอดภัย สภาพการเก็บรักษาไว้ในที่ซึ่งได้รับการรักษาความปลอดภัยแล้ว
(๓) ให้นำหลักเกณฑ์ในเรื่องการตรวจค้นบุคคลและสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าว จะนำขึ้นอากาศยานตามข้อ ๒ มาใช้บังคับแก่การตรวจค้นสัมภาระและสิ่งของโดยอนุโลม
(๔) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อื่นที่กรมการขนส่งทางอากาศประกาศกำหนด
   ข้อ ๔ ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจค้น บุคคล ยานพาหนะ รวมทั้งสิ่งของที่จะเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะตามหลักเกณฑ์   ดังนี้
(๑) ควบคุมการเข้าออกเขตหวงห้ามอย่างเข้มงวดโดยจำ กัดให้เข้าได้เฉพาะบุคคลยานพาหนะ รวมทั้งสิ่งของของผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานในขณะนั้นเท่านั้น และจัดช่องทางเข้าออก
ให้เหลือน้อยที่สุด
(๒) ตรวจค้นบุคคลทุกคน ยานพาหนะทุกคัน และสิ่งของทุกชิ้นที่จะเข้าไปในเขตหวงห้ามซึ่งบุคคลและยานพาหนะดังกล่าวต้อง มีบัตรผ่านเข้าพื้นที่รักษาความปลอดภัยก่อน จึงจะอนุญาตให้เข้าสู่เขตหวงห้ามได้
(๓) ส่งตัวผู้ที่เข้าไปในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับบุคคลที่มีบัตรผ่านเข้าพื้นที่รักษาความปลอดภัย หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จะก่ออาชญากรรม  ต้องทำการสอบถามบุคคลนั้นให้แน่ใจว่าไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการดังกล่าว และต้องรายงานไปยังหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินและหน่วยงานอื่นที่ เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบด้วย
(๔) เมื่อสนามบินสาธารณะมีการแบ่งเขตหวงห้ามออกเป็นหลายพื้นที่ ต้องระบุในบัตรผ่านเข้าพื้นที่รักษาความปลอดภัยว่า สามารถเข้าไปยังพื้นที่ใดได้บ้าง อันแบ่งเป็นระดับโดยใช้เครื่องหมาย เป็นตัวเลข ตัวอักษร แถบสีหรือวิธีการอื่นใด
(๕) ในระหว่างช่วงเวลาที่มีระดับภัยคุกคามสูงขึ้นกว่าปกติต้องพิจารณาถึงความจำ เป็นในการทำบัตรผ่านเข้าพื้นที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเป็นบัตรชั่วคราว หรือบัตรที่ออกให้เป็นรายวันให้แก่บุคคลผู้ได้รับอนุญาตเมื่อมาถึงสนามบิน และรับคืนบัตรด้วยทุกครั้ง เมื่อบุคคลดังกล่าวหมดเวลา ในการปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นแล้ว
(๖) แจ้งกฎเกณฑ์เกี่ยวกับหน้าที่ของบุคคลที่จะเข้าไปยังเขตหวงห้าม ให้ทุกองค์กรที่มีการปฏิบัติงานในเขตหวงห้ามได้รับทราบ และปิดประกาศข้อความสำคัญไว้ประจำ ณ ประตู
ทางเข้าออกเขตหวงห้ามด้วย
(๗) ให้นำหลักเกณฑ์ในเรื่องการตรวจค้นบุคคลและสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำขึ้นอากาศยานตามข้อ ๒ และการตรวจค้นสัมภาระและสิ่งของที่บรรทุกไปกับอากาศยานตาม    ข้อ ๓ มาใช้บังคับแก่การตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ รวมทั้งสิ่งของที่จะเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบิน สาธารณะ โดยอนุโลม
(๘) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อื่นที่กรมการขนส่งทางอากาศประกาศกำหนด
 ข้อ ๕ ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต้องตรวจค้นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้โดยสารที่พาสิ่งของซึ่งมีมูลค่าสูง ผู้โดยสารที่ใช้เครื่องมือกระตุ้นหัวใจ (Heart Pacemaker) ผู้โดยสารที่มีขีดจำกัดในการเคลื่อนที่ (Passengers with Reduced Mobility) และผู้โดยสารที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีอาวุธ วัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตรายอื่นใด อาจได้รับการตรวจค้นด้วยวิธีการตรวจค้นเป็นการเฉพาะบุคคล (Private Search) ตามข้อ ๒ (๑๕) เมื่อผู้โดยสารร้องขอด้วยตนเอง หรือ  พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสม
(๒) ผู้โดยสารที่เป็นนักโทษซึ่งถูกควบคุมตัวต้องได้รับการตรวจค้นด้วยวิธีการ ตรวจค้น เป็นการเฉพาะบุคคล (Private Search) ตามข้อ ๒ (๑๕) ในสถานที่ตรวจค้นที่จัดขึ้นเป็นการเฉพาะ
(๓) ตัวแทนทางการทูต เจ้าพนักงานกงสุล และบุคคลอื่นที่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือ ความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งสัมภาระและสิ่งใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวจะนำขึ้นอากาศยานต้องได้รับการตรวจค้นด้วยเหตุผลด้านการ รักษาความปลอดภัยถุงเมล์ทางทูต และถุงเมล์ทางกงสุลที่มีเครื่องหมายภายนอกแสดงลักษณะของถุงเมล์ดังกล่าว  จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจค้น ก็ต่อเมื่อถุงเมล์นั้นได้รับการปิดผนึก (sealed) ไว้เรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ผู้ขนส่งถุงเมล์ทางทูต (Diplomatic Courier) หรือเจ้าหน้าที่ผู้ขนส่งถุงเมล์กงสุล (Consular Courier) ได้แสดงหลักฐานอันประกอบด้วยบัตรประจำตัวของตัวแทนทางการทูตหรือเจ้าพนักงาน กงสุล และหนังสือแต่งตั้งของสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลแต่งตั้งให้บุคคล ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ขนส่งถุงเมล์นั้น
(๔) บุคคลดังต่อไปนี้ รวมทั้งสัมภาระและสิ่งใด ๆ ที่บุคคลนั้นนำขึ้นอากาศยานได้รับการยกเว้นจากการตรวจค้น คือ
(ก) พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และ พระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศไทย
(ข) ผู้แทนพระองค์ของบุคคลตาม (๔) (ก)
(ค) ประมุขของต่างประเทศและสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมเดินทางมาด้วย
(ง) ผู้นำรัฐบาลของประเทศที่ประเทศไทยให้การรับรอง และสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมเดินทางมาด้วย และ
(จ) พระราชอาคันตุกะ อาคันตุกะอื่น ๆ ของรัฐบาลไทย และสมาชิกในครอบครัว ของบุคคลดังกล่าวที่ร่วมเดินทางมาด้วย
(๕) บุคคลสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศได้ให้การรับรองเป็นหนังสือ รวมทั้งสัมภาระและสิ่งใด ๆ ที่บุคคลนั้นนำขึ้นอากาศยาน ได้รับการยกเว้นจากการตรวจค้น ก็ต่อเมื่อบุคคล สัมภาระ และสิ่งดังกล่าวได้รับการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีและปราศจากอาวุธ วัตถุระเบิดหรือวัตถุ อันตรายอื่นใด โดยอยู่ในความอารักขาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำ เที่ยวบิน และผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ให้บริการนั้น
   ข้อ ๖ การรับการแสดงตนเพื่อการขึ้นเครื่อง (Check - in) และมีสัมภาระที่จะบรรทุก ไปกับอากาศยาน ซึ่งดำเนินการนอกสนามบินเป็นการอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานที่ภาคผนวก ๙  แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ. ๑๙๔๔ กำหนด อันต้องมีการควบคุมการนำส่งสัมภาระไปยังสนามบินสาธารณะด้วยความปลอดภัย เพื่อรับการตรวจค้นอีกครั้งหนึ่ง ตามมาตรา ๖๐/๑๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ หากตรวจค้นสัมภาระแล้ว แต่ไม่ผ่านต้องติดต่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของสัมภาระดังกล่าวเพื่อขอเปิดดู สัมภาระนั้น
    ข้อ ๗ ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะต้องจัดให้มีคู่มือมาตรฐาน การปฏิบัติการตรวจค้น สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติการตรวจค้นใช้ประจำ ณ จุดตรวจค้น และต้องปรับปรุงหรือแก้ไขคู่มือดังกล่าวให้ทันสมัยอยู่เสมอพร้อมสำหรับให้ เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางอากาศตรวจสอบได้ตลอดเวลา
 ข้อ ๘   ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
 โสภณ ซารัมย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ประธานคณะกรรมการการบินพลเรือน

view

*

view