หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 20/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,001,358
Page Views 23,573,874
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เงินคงคลังล้น ใช้ดีกว่าเก็บ

จาก โพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเงินคงคลังของประเทศ แต่คราวนี้มาแปลกกว่า

โดย...ทีมข่าวการเงิน

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งสำหรับเงินคงคลังของประเทศ แต่คราวนี้มาแปลกกว่า ไม่ใช่เงินคงคลังมีน้อยจนรัฐบาลถังแตก ทว่าเป็นเรื่องเงินคงคลังมีมากจนเกินความจำเป็น ทำให้รัฐบาลหนักอก

เรื่องของเรื่อง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ประชุมผู้บริหารติดตามฐานะการคลังของประเทศ แล้วก็ออกมาเปิดเผยพบว่า เงินคงคลังของประเทศตอนปิดหีบงบประมาณ 2554 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนสูงถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งมากเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าหากปล่อยไว้อย่างนี้ เงินคงคลังในปี 2555 จะสูงขึ้นไปอีก 6 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้เป็นภาระของประเทศแบบเสียเปล่า

รมว.คลัง พุ่งประเด็นว่าเงินคงคลังของประเทศส่วนหนึ่งมาจากงบไทยเข้มแข็งของรัฐบาล เก่าที่กู้มากองไว้และยังไม่เบิกจ่าย ถือว่ามีการบริหารจัดการโครงการไม่ดี ทำให้เป็นภาระของประเทศ

รมว.คลัง ยังให้โจทย์การบ้านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และกรมบัญชีกลางที่เกี่ยวข้องกับเงินคงคลัง ไปหาทางบริหารจัดการเงินคงคลังให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยยอดเงินคงคลังควรอยู่ในระดับ 12 แสนล้านบาท ก็พอเหลือเฟือแล้ว โดยส่วนเกินอาจจะใช้หนี้ก่อนกำหนด

อย่างไรก็ตาม เมื่อไปผ่าเงินคงคลังจะพบว่าเงินคงคลังที่ล้นโอ่งมีมากเกินความจำเป็นตามที่ รมว.คลัง กังวลหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้รอบด้าน

โดยยอดเงินคงคลังสิ้นปีงบประมาณ 5 แสนล้านบาท เป็นเงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งที่กู้มากองทิ้งไว้ตั้งแต่สิ้นปี 2553 จำนวน 5 หมื่นล้านบาท ตามที่ รมว.คลัง เปิดเผย

แต่ก็ยังมีคำถามว่าเงินคงคลังที่เหลืออีก 4.5 แสนล้านบาทมาจากไหน เมื่อไปดูไส้ในพบว่าปีงบประมาณ 2554 การเก็บรายได้ของประเทศเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 2 แสนล้านบาท ถือเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดทำให้เงินคงคลังมีจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีเงินกู้จากการออกตั๋วเงินคงคลัง 1.2 แสนล้านบาท ในส่วนนี้เป็นการกู้เพื่อรักษาวงเงินการออกตั๋วเงินไว้ในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปรับสภาพคล่องเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมใน แต่ละช่วง หากมีรายได้ภาษีเข้ามามากก็ไม่ต้องกู้โดยการออกตั๋วเงินมาเสริม แต่หากช่วงไหนเงินภาษีเข้ามาน้อย แต่การเบิกจ่ายมาก ก็ต้องกู้เงินโดยการออกตั๋วเงินมาเสริม พอมีรายได้เหลือก็นำไปใช้คืน

ตั๋วเงินคลังเป็นการกู้เงินระยะสั้นตั้งแต่ 1 วัน ไม่เกิน 1 ปี โดยการกู้ 1.2 แสนล้านบาท เป็นการกู้แค่ระยะเวลา 3 วันเท่านั้น พอข้ามปีงบประมาณ สบน.ก็ใช้คืนเงินกู้ เหตุที่ต้องทำก็อย่างที่บอกว่าต้องรักษาวงเงินการออกตั๋วเงินไว้ หากไม่มีวงเงินเหลือไว้ หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินระยะสั้น สบน.จะต้องทำเรื่องขออนุมัติวงเงินจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่

ในอดีตสมัยรัฐบาลพลังประชาชนก็เคยเจอพิษเรื่องวงเงินกู้จากการออกตั๋ว เงินไม่พอมาแล้ว เพราะช่วงหนึ่งเป็นจังหวะที่รายได้ภาษีเก็บได้น้อย ตั๋วเงินคงคลังมีวงเงินเพียง 5 หมื่นล้านบาท ไม่พอที่จะเสริมสภาพคล่องให้กับเงินคงคลัง ทำให้เริ่มมีปัญหาเงินไม่พอเบิกจ่ายเงินเดือนหรือโครงการลงทุนได้

ทำให้รัฐบาลไม่มีทางเลือก คลังต้องขอ ครม.ออกตั๋วเงินคงคลังเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท แต่ปรากฏว่ารัฐบาลพลังประชาชนถูกประโคมข่าวว่าใช้เงินทำโครงการประชานิยมจน ประเทศถังแตก จึงต้องแก้เกี้ยวโดยการอนุมัติวงเงินการออกตั๋วเงินเหลือแค่ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคลังก็รักษาวงเงินดังกล่าวมาถึงทุกวันนี้ และมีการออกเพิ่มเป็น 1.2 แสนล้านบาท เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยใหญ่ขึ้น การเตรียมวงเงินเสริมสภาพคล่องมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย

เมื่อดูไส้ในจะเห็นว่าเงินคงคลังมาจากหลายส่วน ทั้งรายได้ที่เกินเป้า การกู้เงินเพื่อรักษาวงเงินปรับสภาพคล่อง การกู้ไทยเข้มแข็งที่ต้องกู้ตามที่กฎหมายกำหนด หากหักยอดต่างๆ เหล่านี้ออกไปก็จะพบว่าเงินคงคลังที่เหลือจริงก็มีอยู่ที่ระดับ 1 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งก็เป็นระดับที่ รมว.คลัง ต้องการ

ดังนั้น การที่ รมว.คลัง ออกมาเปิดเผยว่าเงินคงคลังของประเทศขณะนี้มีมากเกินไป ถือเป็นเรื่องถูกต้อง แต่เงินคงคลังที่มากขึ้นถือเป็นภาวะที่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้มากจริงเป็นระยะยาวถาวรจนน่าเป็นกังวลแต่อย่างไร

เพราะเงินคงคลังที่มีอยู่ 5 แสนล้านบาท จะเห็นว่าในส่วนของการออกตั๋วเงิน 1.2 แสนล้านบาท ได้คืนเงินกู้ไปแล้ว ส่วนที่เหลือคาดว่าในแต่ละเดือนจะมีการเบิกจ่ายเงินกู้ 68 หมื่นล้านบาท จะทำให้เงินคงคลังยุบไปอีก 2 แสนล้านบาท เงินคงคลังก็จะเหลืออยู่ในระดับ 12 แสนล้านบาท ที่เป็นระดับที่เหมาะสม

เหตุผลอีกประการหนึ่งของการ บริหารเงินคงคลัง จะพบว่าในช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณการเก็บรายได้ของประเทศจะได้น้อย ไม่พอกับรายจ่ายของประเทศ เพราะยังไม่มีภาษีตัวใหญ่อย่างภาษีนิติบุคคลเข้ามา ทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องสำรองเงินคงคลังไว้มากกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อรองรับ การเบิกจ่ายในช่วงต้นปีงบประมาณไม่ให้มีปัญหา

นอกจากนี้ สถานการณ์ประเทศขณะนี้ถือว่าไม่ปกติ เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่คาดว่าสร้างความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจ 23 หมื่นล้านบาท และสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชน ผู้ประกอบการ และของประเทศอีกกว่าแสนล้านบาท ความเสียหายต่างๆ เหล่านี้รัฐบาลต้องอัดฉีดเงินเข้าไปช่วยเหลือจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องใช้เงินคงคลัง หากเงินมีไม่มากพอ ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาช่วยเหลือติดขัดและไม่ทันสถานการณ์ได้

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องของงบไทยเข้มแข็งที่ค้างท่ออยู่ในเงินคลังที่ รมว.คลัง ทิ้งปมไว้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแก้ไข โดย รมว.คลัง ควรจะประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เร่งดำเนินการโครงการเบิกจ่าย หากเห็นว่าโครงการนั้นเป็นประโยชน์ก็ควรรีบดำเนินการให้มีการเบิกจ่าย

หรือหากพิจารณาแล้วพบว่าโครงการไม่เป็นประโยชน์ก็ควรยุบโครงการ จะได้คืนเงินกู้ในส่วนนั้น ไม่เป็นภาระดอกเบี้ยมากองทิ้งไว้ในเงินคงคลัง ซึ่งหาก รมว.คลัง คิดถึงประโยชน์ของประเทศ โดยไม่คำนึงว่าเป็นโครงการของพรรคไหนเริ่มต้น และเร่งดำเนินการเรื่องนี้ ก็น่าจะได้รับเสียงปรบมือชื่นชมไม่น้อย

อย่างน้อยก็ดีกว่าทิ้งปมไว้ให้เป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมืองว่าเงินคง คลังที่ล้นถังมาจากเงินกู้ไทยเข้มแข็งของรัฐบาลที่แล้วเสียทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ หาก รมว.คลัง ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินคงคลังจริง ก็ควรเร่งแก้กฎหมายเงินคงคลังที่กรมบัญชีกลางกับ สบน. โดยสาระสำคัญที่จะแก้ก็คือให้คลังสามารถนำเงินคงคลังไปฝากหาดอกผลกับธนาคาร พาณิชย์ได้ จากปัจจุบันที่ต้องฝากไว้ในบัญชีคงคลังที่ 1 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งไม่ได้ผลตอบแทนแม้แต่บาทเดียว

หากปลดล็อกตรงนี้ได้ นอกจากเงินคงคลังจะไม่เป็นภาระต้นทุนให้เสียเงินเปล่า ยังได้กำไรจากผลตอบแทนที่ฝากกับธนาคารพาณิชย์ ถือว่าแก้ปัญหาที่เดียวได้กำไรหลายต่อ

ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้วยการแก้กฎหมาย น่าจะเป็นการแก้ไขได้ตรงจุดมากกว่า เพราะการที่เศรษฐกิจใหญ่ขึ้น การเบิกจ่ายงบประมาณโตขึ้นทุกปี เงินคงคลังที่ต้องเตรียมสำรองไว้ก็ต้องเพิ่มมากขึ้นไปด้วย หากเงินส่วนนี้มีดอกมีผลจะมีมากไปนิดก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยก็มีผลตอบแทนกลับมาบ้าง ไม่ได้กองนอนไว้เฉยๆ ไม่เกิดดอกเกิดผล

โดยรวมต้องถือว่าเงินคงคลังที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่า นั้น ไม่ได้เป็นมากจนน่าเป็นห่วง ต้องรีบไปใช้หนี้ก่อนกำหนดตามที่ รมว.คลัง แนะแนวทางไว้ เพราะอาจเป็นปัญหาว่าสุดท้ายเดี๋ยวเงินคงคลังจะมีไม่พอเบิกจ่ายในแต่ละเดือน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรปลดล็อกให้เงินคงคลังไปฝากหาผลตอบแทนได้เร็วที่สุด เรื่องปัญหาเงินคงคลังมีมากไปเป็นภาระกับประเทศ หรือมีน้อยไปจนไม่พอเบิกจ่าย ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหามากวนใจการทำงานของรัฐบาลอีกต่อไป


สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.,สำนักงานสอบบัญชี พีแอนด์อี
ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,จดทะเบียนธุรกิจ,วางระบบบัญชี

Tags : เงินคงคลังล้น ใช้ดีกว่าเก็บ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view