http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,121,246
เปิดเพจ23,735,636

เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟู (2)

เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟู (2)

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์



สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอความเห็นของ ศปร. ในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาสถาบันการเงินในกรณีของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ และการบริหารกองทุนฟื้นฟู
ในสัปดาห์ก่อนผมได้นำเสนอบทสรุปของ ศปร. ในส่วนของข้อบกพร่องในการดำเนินนโยบายการเงิน สัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอความเห็นของ ศปร. ในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาสถาบันการเงินในกรณีของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ และการบริหารกองทุนฟื้นฟู รวมทั้งข้อเสนอแนะของ ศปร.  ดังนี้ครับ
 

กรณีธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด และผลกระทบต่อความมั่นคง (คัดลอกจากรายงาน ศปร.)
 

ศปร.มีความเห็นว่า ธปท.ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การอย่างเด็ดขาด ทั้งที่ควรจะยอมรับความร้ายแรงของสถานการณ์มาตั้งแต่ต้น และดำเนินการลดทุนและเพิ่มทุนเสียในระยะแรกพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แต่ทาง ธปท.กลับมิได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ธปท.อธิบายว่าการที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในทันทีก็เพื่อให้มีส่วนร่วมในการติดตามหนี้เพื่อลดความเสียหายและที่ไม่ได้สั่งการลดทุนในเวลาต่อมาเนื่องจากไม่ต้องการให้ทางการเสียหาย เนื่องจาก ธปท.ได้ไปชักชวนธนาคารออมสินและกลุ่มผู้ถือหุ้นเอกชนมาซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การไว้ก่อนหน้าแล้ว อีกทั้งในช่วงนั้นธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การเป็นสถาบันการเงินแห่งเดียวที่มีปัญหา จึงต้องการแก้ไขปัญหาอย่างนุ่มนวล ไม่ให้มีผลกระทบไปยังสถาบันการเงินอื่น
 

ในประเด็นดังกล่าว ศปร.เห็นว่า ธปท.สามารถสั่งการลดทุนและเพิ่มทุนได้หลายจุด อีกทั้งการไม่เปลี่ยนแปลงผู้บริหารก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด แต่กลับเป็นมาตรการที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริหารเดิมมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าแม้ ธปท.จะพบว่าธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การมีปัญหารุนแรง แต่ ธปท.กลับมิได้สั่งการให้มีการรายงานการตรวจสอบพิเศษนอกจากปีละครั้ง การดำเนินการแบบไม่เด็ดขาดดังกล่าวเป็นผลให้ความเสียหายในธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา นอกจากนี้ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การยังมีผลกระทบไปยังภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของ ธปท.อีกด้วย
 

ในส่วนของผู้ตัดสินใจเรื่องการดำเนินการให้ความช่วยเหลือธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การนั้นผู้มีบทบาทมากที่สุดในเรื่องการลดทุนเพิ่มทุนและการแก้ปัญหาที่ไม่เด็ดขาดก็คือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งในช่วงนั้นคือนายวิจิตร สุพินิจ (ตุลาคม 2533-มิถุนายน 2539)
 

การบริหารจัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
 

ในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น ศปร.เห็นว่าบทบาทของกองทุนฟื้นฟูฯ ผิดไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการแยกแยะระหว่างปัญหาสภาพคล่องและปัญหาฐานะการดำเนินงานของสถาบันการเงิน สิ่งนี้เป็นผลให้กองทุนละเลยหน้าที่ในการฟื้นฟูกิจการด้วย การเพิ่มทุนให้เพียงพอและไม่เผชิญกับปัญหาหนี้เสียอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งเมื่อให้กู้เงินไปก็ไม่มีการติดตามดูแลการดำเนินงานของสถาบันการเงินในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่และแม้กระทั่งเมื่อมีการปิดสถาบันการเงินไปแล้ว กองทุนฟื้นฟูฯ ก็ไม่มีบทบาทในการเป็นผู้นำในการหารือกับเจ้าหนี้เพื่อฟื้นฟูกิจการแต่อย่างใด ในบางครั้งกลับไม่ยอมร่วมเจรจากับเจ้าหนี้อื่นเพื่อแก้ปัญหาอันก่อให้เกิดผลเสียกับทั้งกองทุนฟื้นฟูฯ เจ้าหนี้และสถาบันการเงินอื่นในเวลาต่อมา
 

นอกจากนี้ในส่วนโครงสร้างของกองทุนฟื้นฟูฯ ในปัจจุบันก็มีปัญหาเนื่องจากขาดความอิสระ การตรวจสอบในการประเมินฐานะของสถาบันการเงินก็ต้องอาศัยฝ่ายกำกับและตรวจสอบของ ธปท.ดำเนินการต่างๆ  คณะกรรมการจัดการกองทุนก็มอบอำนาจให้ประธานกรรมการจัดการกองทุน (ซึ่งก็คือผู้ว่าการ ธปท.) สามารถดำเนินการได้ก่อนทำให้ยากที่จะมีความเห็นทัดทานนโยบาย ธปท.ได้ ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าในช่วงวิกฤตการณ์ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ เป็นเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่หาเงินและจ่ายเงินตามนโยบายของทางการเท่านั้น แต่ไม่มีส่วนร่วมในการประเมินและร่วมแก้ปัญหาแต่อย่างใด
 

ในส่วนของการแก้ปัญหาสถาบันการเงินนี้ ศปร.เห็นว่า ธปท.ในฐานะผู้กำกับสถาบันการเงินและกองทุนฟื้นฟูฯ นั้นขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาและไม่มีการเตรียมแผนงานเพื่อรองรับในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้น เป็นผลให้มาตรการและแนวทางที่ดำเนินการไปมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง อันนำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อ ธปท. เมื่อประกอบกับการขาดความเชื่อมั่นในสถาบันการเงิน จึงเป็นเหตุนำไปสู่วิกฤตการณ์ที่ผ่านมา
 

ข้อเสนอแนะของ ศปร.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบการเงิน
 

ในส่วนของโครงสร้างนั้น ศปร.เห็นว่าควรมีการแยกธนาคารกลางและการกำกับตรวจสอบดูแลสถาบันการเงินออกจากกัน ซึ่งจะเป็นผลดีในการช่วยลดการขัดแย้งด้านนโยบายและเป็นการง่ายต่อการสรรหาบุคลากรในระดับบริหาร ทั้งนี้เนื่องจากการหาบุคคลที่มีความสามารถทำงานทั้งสองด้านให้ดีเด่นคงทำได้ยาก อีกทั้งการแยกความรับผิดชอบที่เด่นชัดทำให้การประเมินผลทำได้ง่าย ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น ศปร.เห็นว่าควรมีการยกเลิกโดยเร็วโดยเฉพาะการรับประกันโดยไม่มีขอบเขต โดยแปลงมาเป็นส่วนงานทางด้านประกันเงินฝากและรวมเข้ากับส่วนงานด้านกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน ทั้งนี้เนื่องจากสถาบันประกันเงินฝากในฐานะผู้รับประกัน จำเป็นต้องมีการตรวจสอบฐานะการเงินของสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่เหมาะสม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของสถาบันประกันเงินฝาก ดังนั้นการรวม 2 ส่วนงานนี้เข้าด้วยกันจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม
 

บทสรุปรายงานการศึกษาของ ศปร. ที่ได้กล่าวมานับแต่สัปดาห์ที่แล้ว ได้ชี้ให้เห็นสาเหตุความบกพร่องในการบริหารจัดการสถาบันการเงินและนโยบายการเงิน ซึ่งนำมาสู่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 1997 ผ่านมาแล้ว 14 ปีแต่ดูเหมือนว่าความรับผิดชอบต่อความเสียหายต่อระบบสถาบันการเงินในอดีต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงในคราวต่อไปครับ



สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.,สำนักงานสอบบัญชี พีแอนด์อี
ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,จดทะเบียนธุรกิจ,วางระบบบัญชี

Tags : เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟู (2)

view

*

view