หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,998,176
Page Views 23,559,278
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

นโยบายการเงินสิ้นมนต์ขลัง ประชาชนแบกภาระเพิ่ม

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ปฏิบัติการแข็งขืนของสมาคมธนาคารไทยที่ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปในทิศทาง เดียวกับนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว 0.25% ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน จนกระทั่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงเหลือ 3% แต่ธนาคารพาณิชย์แทบจะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยลงเลย ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเพิกเฉย

สมาคมธนาคารไทย อ้างว่า สาเหตุที่ระบบธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามนโยบายการเงิน ได้ เนื่องจากระบบการแข่งขันไม่เป็นธรรม เกิดความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะ กิจของรัฐ ที่ทำให้ต้องแข่งขันกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในการระดมเงินฝากเพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการขยายตัวของสิน เชื่อในระยะต่อไปให้เพียงพอ ธนาคารพาณิชย์จึงจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง เพื่อไม่ให้ฐานเงินฝากลดลง และไม่ให้ลูกค้าเงินฝากของตัวเองย้ายหนี้ไปหาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และในเมื่อลดดอกเบี้ยเงินฝากลงไม่ได้ ก็ไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลูกค้าได้เช่นกัน

กระทั่งมีการประชุมสมาคมธนาคารไทยครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาคมธนาคารไทยมีมติและยินดีที่จะปฏิบัติตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเก็บเงินนำส่งตามฐานเงินฝากให้ ธปท. เพื่อนำเงินไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ แม้อัตราที่จะเก็บเงินนำส่งดังกล่าวจะสูงกว่า 0.4% ที่ธนาคารพาณิชย์เคยส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากในปัจจุบัน โดยอัตราที่จะเก็บคาดว่าจะไม่เกิน 0.6% ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่าง 0.5-0.56% ของฐานเงินฝาก

แต่ก่อนจะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น สมาคมธนาคารไทยเรียกร้องให้ ธปท.และกระทรวงการคลังมีการแก้ไขปัญหา โดยการใช้อำนาจสั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐต้องจ่ายเงินนำส่งให้ กระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เหมือนธนาคารพาณิชย์ด้วย เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม เพราะ พ.ร.ก.ที่ออกมานั้นไม่ครอบคลุมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ

สมาคมธนาคารไทยบอกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิด 1.เงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีโอกาสเติบโตขึ้น จากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวต่อเนื่องปีละ 20% ขณะที่เงินฝากธนาคารพาณิชย์ขยายตัวปีละ 5% เท่านั้น

2.การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.ที่ใช้ดอกเบี้ยนโยบายในการดูแลควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมายในแต่ละ ปีอาจจะใช้ไม่ได้ผล รวมถึงจะมีผลต่อการดูแลสภาพคล่องและปริมาณธนบัตรที่จะจัดพิมพ์ในระบบด้วย ซึ่งปริมาณเงินในระบบส่งผลต่อเงินเฟ้อ

และ 3.ควรให้ความชัดเจนในอัตราการเก็บเงินนำส่งในการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุน ฟื้นฟูฯ ว่าครบแล้วจะเป็นเท่าไร เพราะธนาคารพาณิชย์ต้องตอบคำถามต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้น

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า การแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ไม่เท่ากัน จะทำให้ระบบสถาบันการเงินเบี่ยงเบน และทำให้การส่งผ่านนโยบายการเงินของ ธปท.ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะยังมีเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีกกว่า 30% ที่อยู่ในตลาด ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้

ปฏิบัติการดื้อดึงของสมาคมธนาคารไทยในครั้งนี้ สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน ที่ไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยในตลาดการเงิน เพราะการเปิดหน้าสู้กันอย่างชัดเจนของระบบธนาคารพาณิชย์ในครั้งนี้ เป้าหมายก็เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงการคลังและ ธปท.มีการจัดการในระบบการแข่งขันให้เป็นธรรม ให้มีการแข่งขันบนบรรทัดฐานเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้เปรียบเสียเปรียบในการดำเนินธุรกิจ

แต่ถ้า ธปท.และกระทรวงการคลังยังปล่อยให้การแข่งขันเกิดความไม่เป็นธรรมอยู่เช่นนี้ แถมยังมีภาระใหม่ในการเก็บเงินนำส่งจากฐานเงินฝากไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ตาม พ.ร.ก.ปรับปรุงหนี้มาให้อีก ธนาคารพาณิชย์จะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไปในทิศทางที่สอด คล้องกับทิศทางเดียวกับนโยบายการเงิน หรือดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ที่เปลี่ยนแปลงไป จนกว่า ธปท.จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันได้

ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นตามมาจากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ คือ ถ้า ธปท.แก้ปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมยังไม่ได้ หรือกระทรวงการคลังควบคุมธนาคารเฉพาะกิจของรัฐไม่ให้มาแข่งขันแย่งเงินฝาก หรือสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ เคราะห์กรรมจะมาตกที่ประชาชนผู้บริโภคและผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ที่จะไม่ได้ประโยชน์จากต้นทุนเงินกู้หรือต้น ทุนทางการเงินที่ต่ำลงเลย

เพราะแม้นโยบายการเงินจะผ่อนคลาย หรือจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงกี่ครั้ง หรือต่ำลงแค่ไหนก็ตาม เพราะธนาคารพาณิชย์จะไม่ปรับดอกเบี้ยลงตามการส่งสัญญาณของ ธปท.อีกต่อไป


สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.,สำนักงานสอบบัญชี พีแอนด์อี
ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,จดทะเบียนธุรกิจ,วางระบบบัญชี

Tags : นโยบายการเงิน สิ้นมนต์ขลัง ประชาชนแบกภาระเพิ่ม

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view