http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,111,477
เปิดเพจ23,725,418

เงินเฟ้อตัวทำลายสเน่ห์ลงทุนตลาดอินโดฯ

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

นักลงทุนเริ่มเมินตลาดอินโดนีเซียเพราะกลัวว่าราคาน้ำมันพุ่งจะกระตุ้นเงินเฟ้อในดินแดนแห่งนี้และบั่นทอนผลกำไรจากการลงทุนที่ควรจะได้
ตลาดอินโดนีเซีย เคยมีแนวโน้มที่ดีในช่วงต้นปีนี้ โดยตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ถือเป็นตลาดที่พุ่งขึ้นมากที่สุดในบรรดาตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกในปี 2552-2554 และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสองแห่งได้ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซีย กลับสู่สถานะน่าลงทุนอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา
แต่แนวโน้มของอินโดนีเซีย ก็ตกต่ำลงภายในเวลาอันรวดเร็ว

โดยเฉพาะในช่วงนี้ นักลงทุนกำลังหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรของอินโดนีเซีย แม้อินโดนีเซีย ยังคงมีปัจจัยบวกหลายประการ ซึ่งรวมถึงการที่เศรษฐกิจสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้ดีกว่าประเทศอื่นๆในช่วงที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนทวีความรุนแรง มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก และการที่ชนชั้นกลางในอินโดนีเซียขยายตัวออกไป

แต่ความสับสนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจในระยะนี้ ส่งผลให้เงินลงทุนจากต่างชาติไหลออกจากอินโดนีเซีย โดยนักลงทุนต่างชาติ พากันลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซีย เนื่องจากกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อในอินโดนีเซีย อาจได้รับแรงหนุนจากความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงในอินโดนีเซียในอัตรา 33 %

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์บางราย ยังตั้งข้อสงสัยต่อประโยชน์ที่ได้รับจากมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของอินโดนีเซียนับตั้งแต่ปลายปี 2554
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุด โดยประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.75 % สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างพลิกความคาดหมายในเดือนก.พ. ท่ามกลางความวิตกที่ว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเป็นผลจากแผนการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงในประเทศ

การเปิดประมูลพันธบัตรอินโดนีเซียในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดึงดูดนักลงทุนไม่มากนัก และส่งผลให้รัฐบาลระดมทุนได้เพียง 1 ใน 3 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งแตกต่างจากผลการประมูลที่แข็งแกร่งในการเปิดประมูลสองครั้งก่อนหน้านี้

อัตราเงินเฟ้อในอินโดนีเซีย เคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือนที่ 7 % ในเดือนม.ค. 2554 ซึ่งส่งผลให้กองทุนบางแห่งถอนการลงทุนออกไป และทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 % สู่ 6.75 % ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2554

อัตราเงินเฟ้อร่วงลง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 22 เดือนที่ 3.6 % ในเดือนก.พ.ปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.75 % ในช่วงปลายปี 2554 และลดลงอีก 0.25 % ในเดือนก.พ. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุมในช่วงนั้น และมีความกังวลกันว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียอาจได้รับแรงกดดันจากปัญหาในยุโรป

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ระดับสูง ทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะเงินเฟ้ออีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยุดโดโยโนของอินโดนีเซีย กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศและได้ยื่นญัตติเข้าสู่รัฐสภาสำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำมัน

รัฐบาลอินโดนีเซีย ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อประจำปีนี้ ขึ้นสู่ 7 % จาก 5.3 % ด้วย

อัตราเงินเฟ้อ ที่ระดับสูงจะส่งผลลบต่อปริมาณการบริโภคภายในประเทศ และปัจจัยนี้ทำให้กองทุนบางแห่งมองว่า มูลค่าหุ้นอินโดนีเซียในขณะนี้อยู่ในระดับที่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศตลาดเกิดใหม่

เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโต 6.5 % ในปี 2554 ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 15 ปี แต่ถ้าหากอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 7 % ในปีนี้ อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวก็อาจอยู่สูงกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยโพลล์ล่าสุด คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียอาจอยู่ที่ 6.1 % ในปีนี้

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียในเดือนธ.ค. 2554 และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ปรับขึ้นอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียในเดือนม.ค.ปีนี้ โดยปรับขึ้นสู่เกรดน่าลงทุนอีกครั้ง หลังจากอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเคยอยู่ในสถานะขยะนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินเอเชียในปี 2540-2541เป็นต้นมา

ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าเพียง 183 ล้านดอลลาร์ ในช่วงตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 2 มี.ค. หลังจากที่เคยมีเงินไหลเข้ามากถึง 2.65 พันล้านดอลลาร์ในปี 2554

ขณะที่ กองทุนหุ้นอินโดนีเซีย ไม่มีเงินไหลเข้าสุทธิในช่วง 2 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ก.พ. ถึงแม้ตลาดเกิดใหม่มีเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งในช่วงเวลาเดียวกัน

ดัชนีตลาดหุ้นจาการ์ตา ปรับตัวขึ้นเพียง 3 % เท่านั้นจากช่วงต้นปีนี้ ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 10.3 % ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามพุ่งขึ้นมาแล้ว 26 % จากช่วงต้นปี และถือเป็นตลาดที่ทะยานขึ้นมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หุ้นบริษัทอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย ปรับตัวอ่อนแอกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ โดยหุ้นยูนิลีเวอร์ อินโดนีเซียทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีนี้ ในขณะที่หุ้นแอสตรา อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทประกอบรถยนต์ ดิ่งลง 6.6 %


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เงินเฟ้อ ตัวทำลาย สเน่ห์ลงทุน ตลาดอินโดฯ

view

*

view