หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,997,349
Page Views 23,558,163
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ถึงเวลา ยิ่งลักษณ์ ยุติศึกประจักญบานแบงก์ออมสิน

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ความขัดแย้งในธนาคารออมสินระหว่าง พรรณี สถาวโรดม ประธานธนาคาร และเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการ ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน จนธนาคารได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลการดำเนินงานของธนาคารไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิเหลือ 3,000 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้ามีกำไรถึง 6,000 ล้านบาท

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากผลพวงความขัดแย้งที่มีมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 ที่พรรณีได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีให้นั่งเป็นประธานธนาคารออมสิน และเริ่มเปิดศึกปะทุความขัดแย้งกับเลอศักดิ์ในทันที ได้ลากผลประกอบการให้ธนาคารทรุดต่ำลง

พรรณีถือว่าเข้ามานั่งเป็นประธานธนาคารออมสินเหนือความคาดหมาย

ถือเป็นคนนอกราชการกระทรวงการคลังคนแรกที่ได้นั่งเป็นประธานธนาคารออมสิน แซงหน้าแม้กระทั่ง อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ปัจจุบันได้นั่งแค่ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เท่านั้น

คนที่ผลักดันพรรณีเข้ามานั่งเป็นประธานธนาคารไม่ใช่คนอื่นไกล คือ นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ เจ้านายเก่าที่พรรณีให้ความเคารพนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง

ว่ากันว่านิพัทธสายตรงถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายใหญ่ต่างแดนผลักดันให้พรรณีได้นั่งเป็นประธานธนาคารออมสิน จากที่ก่อนหน้านี้หลายปีก่อนเคยผลักดันพรรณีนั่งเป็นกรรมการคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาแล้ว

ภาพที่สลัดไม่หลุดระหว่างพรรณีกับนิพัทธ ทำให้การทำงานของพรรณีถูกมองว่าได้รับใบสั่งจากเจ้านายเก่า

การที่พรรณีเข้ามาเป็นประธานกรรมการธนาคาร และชงเรื่องตั้งคณะกรรมการสอบเลอศักดิ์ทันที ก็ถูกมองว่าถูกสั่งมาจากนายเก่าที่ไม่ลงรอยกับเลอศักดิ์ ที่ไม่ยอมช่วยเหลือในคดีที่ถูกธนาคารออมสินฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 500 ล้านบาท กรณีที่สมัยเป็นประธานธนาคารออมสินก่อนปี 2540 นำเงินไปซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือบีบีซี ทำให้เสียหาย

คดีดังกล่าวมาถึงขั้นศาลฎีกาที่จะตัดสินในไม่ช้านี้ หลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้นิพัทธชดใช้ความเสียหายให้กับ ธนาคารออมสิน

แน่นอนว่า หากศาลฎีกาตัดสินให้แพ้อีก ทางธนาคารออมสินจะต้องดำเนินการฟ้องเอาผิดทางอาญาเป็นขั้นตอนต่อไปอีกคดีหนึ่ง

ดังนั้น เมื่อเลอศักดิ์เลือกที่จะเมินในการให้ความช่วยเหลือ ทำให้ปฏิบัติการปลดเลอศักดิ์พ้นจากเก้าอี้นี้ให้ไวที่สุด จึงเข้มข้นถึงพริกถึงขิง

พรรณีจึงตั้ง วิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานสอบเลอศักดิ์ ซึ่งเลอศักดิ์คัดค้านว่าวิจิตรมีความสนิทสนมกับนิพัทธ สมัยที่วิจิตรเป็นผู้ว่าการ ธปท. เป็นผู้กำกับดูแลธนาคารบีบีซี และเป็นคนชวนให้นิพัทธนำเงินธนาคารออมสินไปซื้อหุ้นบีบีซีจนได้รับความเสีย หายจนทุกวันนี้

แต่การคัดค้านของเลอศักดิ์ไม่เป็นผล และผลสอบของวิจิตรก็เป็นไปตามคาดว่า แม้ว่าไม่มีหลักฐานว่าเลอศักดิ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อทำให้ ธนาคารออมสินเสียหาย

แต่วิจิตรได้ระบุไว้ในรายงานตรวจสอบว่า ถึงอย่างไรเลอศักดิ์ก็มีความบกพร่องในการดูแลติดตามคณะกรรมการอนุมัติสิน เชื่อต่างๆ ดำเนินการไม่ให้เกิดความเสียหายกับธนาคาร

เรียกว่าผูกมัดเลอศักดิ์ไว้จนใครยากจะแก้ไข

ผลสอบของวิจิตรสวนทางกับสมัยที่นั่งเป็นประธานสอบ ธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่วิจิตร ระบุว่า การดำเนินการของธีรศักดิ์ไม่มีความบกพร่อง

ผลสอบที่ออกมาทำให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ที่ยืนอยู่ฝ่ายเลอศักดิ์ ตอบโต้การทำงานของพรรณีอย่างหนัก ถึงขั้นยื่นหนังสือถึง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้ปลดพรรณีออกจากตำแหน่งประธาน

 

อย่างไรก็ตาม กิตติรัตน์ไม่ได้ลงมาแก้ไขในเรื่องนี้เลย ทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นแผลติดเชื้อลุกลามจนรักษาไม่หาย

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกรรมการธนาคารบางส่วนที่หนุนเลอศักดิ์ แต่จำนวนที่หนุนพรรณีก็มีมากกว่า ได้ยื่นคำขาดให้ยุติความขัดแย้ง

ถึงขนาดมีการขอให้ต่างฝ่ายต่างหยุด โดยผลสอบของเลอศักดิ์ให้ส่งไปให้กิตติรัตน์พิจารณาต่อไป โดยที่กรรมการธนาคารจะไม่ลงความเห็นใดๆ ทั้งนั้น

หลังจากนั้นก็ขอให้แต่ละฝ่ายทำงานของตัวเองไปจนหมดวาระของตัวเอง คือ เลอศักดิ์จะหมดวาระในเดือน ก.ค.นี้

แต่ความขัดแย้งที่เป็นแผลติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษา ก็มีอาการปะทุรุนแรงขึ้นอีก

หลังจากยุติศึกยกแรกไม่นาน พรรณีก็ให้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ โดยชงตัวเองเป็นประธานสรรหาเอง โดยที่ข้ามขั้นตอนการประเมินผลงานของผู้อำนวยการคนเก่า และพิจารณาว่าจะต่อวาระให้หรือไม่

แม้ว่ามีกรรมการธนาคารคัดค้าน แต่พรรณีได้อ้างว่านายกรัฐมนตรีสั่งมา ทำให้กรรมการได้แต่มึนและงงที่มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้ง ทั้งที่ไม่ได้กำกับดูแลธนาคารออมสินโดยตรง

ด้านเลอศักดิ์ก็ตอบโต้พรรณีชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน ส่งคนทำหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีว่ามีมติ ครม. เดือน มิ.ย. 2552 ไม่ให้ประธานรัฐวิสาหกิจเป็นประธานกรรมการสรรหาผู้บริหารองค์กร เพื่อให้หลักธรรมาภิบาลที่ดี

เรื่องดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่า พรรณีไม่ควรนั่งเป็นประธานกรรมการสรรหา และได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการให้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งตอนแรกพรรณียืนยันจะลาออก และเปลี่ยนใจในภายหลัง โดยมีคนใกล้ชิดพรรณีไปวิ่งเต้นกับนายกรัฐมนตรีว่า พรรณีเป็นได้ ไม่ขาดคุณสมบัติ ทำให้ทีมงานนายกรัฐมนตรีถึงกับหัวปั่น สั่งให้ สคร.ทำหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีตัดสินชี้ขาด

ส่งผลให้ถึงวันนี้ยิ่งลักษณ์ที่ถูกอ้างว่าเข้ามายุ่งกับการบริหารธนาคาร ออมสินอยู่ตลอดเวลา จะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ตาม นายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถนิ่งเฉยกับปัญหานี้ต่อไปได้แล้ว

นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และอยู่บนความถูก ต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องทำไม่ให้ธนาคารเกิดความเสียหายมากไปกว่านี้

ยิ่งลักษณ์สามารถสั่งการให้ รมว.คลัง ที่เป็นผู้กำกับดูแลธนาคารออมสินดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ให้ถึงต้นตอ ไม่ปล่อยไปตามมีตามเกิดอย่างที่ผ่านมาอีกเป็นเวลาหลายเดือน จนธนาคารรวน ขวัญกำลังใจพนักงานระส่ำไปทั่ว

ประเด็นเรื่องการเป็นประธานกรรมการสรรหาได้ไม่ได้ ต้องทำให้ชัดเจน ในเมื่อมีมติ ครม.กำกับไว้ชัดเจน ก็ควรสั่งให้พรรณียอมถอย เพราะการดื้อไม่เป็นประโยชน์ เพราะจะถูกเลอศักดิ์ฟ้องศาลให้กรรมการสรรหาชุดนี้เป็นโมฆะ ทำให้ปัญหาไม่จบสิ้นเป็นปัญหาซ้อนปัญหา แก้ยากขึ้นไปอีก

นี่ยังไม่รวมกับที่เลอศักดิ์จะฟ้องว่าถูกกีดกันจากคณะกรรมการสรรหา ที่เขียนคุณสมบัติให้ตัวเองที่เหลืออายุทำงาน 2 ปี สมัครชิงตำแหน่งไม่ได้ เป็นการเลือกปฏิบัติ


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ถึงเวลา ยิ่งลักษณ์ ยุติศึกประจักญบาน แบงก์ออมสิน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view