http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,119,872
เปิดเพจ23,734,230

อดีตตุลาการ สมลักษณ์-สวัสดิ์ โฟกัสพ.ร.บ.ปรองดอง

อดีตตุลาการ'สมลักษณ์-สวัสดิ์'โฟกัสพ.ร.บ.ปรองดอง

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




“ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย" Thaireform เผยแพร่คำสัมภาษณ์ 2 อดีตตุลาการ"สมลักษณ์-สวัสดิ์" โฟกัส"ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง"
เว็บไซด์ http://www.thaireform.in.th/ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย" Thaireform โดย“ทีมศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ” เผยแพร่บทสัมมภาษณ์ 2 อดีตตุลาการ ต่อสถานการณ์ร้อนแรงการเมืองในวันนี้กับการเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติของสภาผู้แทนราษฏร ว่ามีมุมมองและความเห็นอย่างไร ดังนี้

ขณะที่การเดินหน้าเร่งรัดออกพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ พ.ศ…ของสภาผู้แทนราษฏร ที่มีการเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. … รวมกันทั้งสิ้น 4 ฉบับ

คือทั้งร่างของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 34 คน –ร่างของส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … -ร่างของส.ส.เพื่อไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกส.ส.เสื้อแดงและคณะ รวม 74 คน เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และร่างของนายนิยม วรปัญญา ส.ส.ระบบบัญชี พรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.ลพบุรีหลายสมัย

กำลังดำเนินไปอย่างร้อนแรงท่ามกลางเสียงเห็นด้วยและคัดค้าน ทั้งในสภาผู้แทนราษกรและนอกรัฐสภา

โดยมีนานาทัศนะความคิดเห็นจากทั้งนักกฎหมาย-นักวิชาการ-กรรมการองค์กรอิสระ –อดีตผู้พิพากษา-นักการเมือง ออกมาแสดงความเห็นต่อบทบัญญัติของร่างพ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับในแง่มุมต่างๆ

“ทีมศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ” ได้สัมภาษณ์ทัศนะของสองอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ ต่อสถานการณ์ร้อนแรงการเมืองในวันนี้กับการเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติของสภาผู้แทนราษฏร ว่ามีมุมมองและความเห็นอย่างไร

เริ่มจาก “สมลักษณ์ จัดกระบวนพล”อาจารย์พิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา

โดย "อาจารย์สมลักษณ์" กล่าวว่า ขอพูดในหลักกว้างๆ ว่าในส่วนของร่างพ.ร.บ.ปรองดองที่มีเนื้อหาบางส่วนจะให้มีการนิรโทษกรรมกับบุคคลบางกลุ่มเช่นคนที่ถูกดำเนินคดีในคดีความเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ค่อนข้างเห็นด้วยกับเรื่องการนิรโทษกรรม แต่ต้องเป็นการนิรโทษกรรมในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้ว คือมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันแล้ว มีการต่อสู้คดีตามขั้นตอนในชั้นกระบวนการยุติธรรมจนศาลตัดสินแล้ว

“แต่ที่บอกว่าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ไม่ใช่การให้ยกเลิกคดีอาญาทุกอย่างหรือที่เรียกกันว่าล้างผิดทุกอย่างทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความจริงกัน ตรงนี้ต้องแยกแยะให้ดี“

ช่วยขยายความด้วยครับ ?

“คืออย่างคดีซึ่งอยู่ในชั้นตำรวจ อัยการ หรือศาล ยังไม่มีการตัดสิน แบบนี้นิรโทษหรือล้างผิดไม่ได้ อย่างคดีความผิดอาญา ที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุชุมนุมความวุ่นวายการเมือง พวกอะไรล่ะ เผาบ้านเผาเมืองที่เขาพูดกัน คดีเผาศาลากลางจังหวัด คดีทำลายทรัพย์สินราชการ  ถ้าศาลยังไม่ตัดสิน ยังไม่รู้เลยว่าใครถูกใครผิด ยังไม่ควรนิรโทษ คนที่ถูกกล่าวหา เขาอาจคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำ ก็ควรให้ต่อสู้คดีกันไปก่อน ไม่ใช่จะมานิรโทษกันเลย ถ้าต่อมาพบว่าทำผิดจริง แล้วทำผิดเพราะอะไร สารภาพไหม สาเหตุที่ทำเพราะอะไร กระบวนการพิสูจน์ความจริงมันก็จะปรากฏ ไม่มีอะไรคั่งค้าง มองอีกทางหนึ่งมันอาจจะเป็นบทเรียนที่ทำให้เรารู้ว่าเหตุของปัญหาหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอะไร กระบวนการทำผิดเขาทำผิดอย่างไร

ตรงนี้ก็จะเป็นบทเรียน เป็นอุทาหรณ์ได้ เช่น อย่างเผาศาลากลาง มีการสืบสวนสอบสวนคดีกันไป ก็จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร แล้วศาลก็ตัดสินลงโทษ จำคุกกี่ปี กี่ปี ไม่รอลงอาญา ต้องเข้าคุกก่อนเลย คนก็จะเกิดความกลัว ต่อไปไม่กล้าทำผิดอีก อย่าลืมนะว่าคุก แค่เข้าไปวันเดียว ก็จะตายกันแล้ว ไม่มีใครอยากเข้าคุกหรอกแค่วันเดียวก็ไม่มี ถ้าแบบนี้ แล้วค่อยไปนิรโทษกรรมอาจารย์รับได้นะ”

แต่คนจำนวนมากทั้งนักวิชาการ-นักฎหมาย-นักการเมือง-สื่อสารมวลชน ต่างคัดค้านว่าเป้าหมายของการเสนอร่างกฎหมายปรองดองเพื่อช่วยเหลือนักการเมือง พวกเดียวกันเองโดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะตามร่างพ.ร.บ.ปรองดองของพลเอกสนธิและส.ส.พรรคเพื่อไทยรวมถึงของส.ส.เสื้อแดงพรรคเพื่อไทย ก็ระบุว่าให้บุคคลที่ได้รับผลระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากคำสั่งคปค.มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด?

อาจารย์สมลักษณ์กล่าวว่า เรื่องการรับโทษหรือกลับมาเข้าคุกของพ.ต.ท.ทักษิณ เคยเขียนบทความแสดงความเห็นไปก่อนหน้านี้แล้วในช่วงที่มีการถกเถียงกันในเรื่องการอภัยโทษหรือการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษว่า ผู้จะได้รับการอภัยโทษไม่จำเป็นต้องเคยต้องโทษหรือเคยติดคุกมาก่อน เพราะได้ไปค้นคว้ากฎหมายมาอย่างละเอียด ตรวจดูการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษหลายฉบับ ดูระเบียบขั้นตอนการขออภัยโทษในอดีต ก็ไม่มีการเขียนระบุชัดว่า การอภัยโทษจะให้เฉพาะกับผู้ที่เคยต้องโทษมาก่อน จึงเคยบอกไปว่า แม้จะไม่เคยต้องโทษก็สามารถได้รับการอภัยโทษได้ หากมีการออกพระราชกฤษฏีกาออกมา

“ก็จะกลับมาตรงที่อาจารย์บอกไว้ข้างต้น คดีที่ดินรัชดาฯ มีการต่อสู้คดีกันแล้ว มีการพิสูจน์ความจริงกันแล้ว คนทั้งประเทศ นักการเมือง รู้กันหมดแล้วว่าการที่คนซึ่งเป็นนักการเมืองเป็นผู้นำประเทศแล้วไปเซ็นชื่อการซื้อที่ดินราชการให้ภรรยา มันผิดกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 100 ต่อไปคนก็จะไม่ทำแบบนี้อีก ก็ได้รู้แล้วว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายอย่างไร ศาลตัดสินลงโทษถึงขั้นจำคุกไม่รอลงอาญา สังคมก็ได้เห็นแล้ว ต่อไปก็จะไม่มีใครทำอีก

อันนี้พูดตามหลัก จึงมองว่าหากจะนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นผิดคดีที่ดินรัชดาฯ ก็น่าจะทำได้ แต่อีกหลายคดีที่เหลือซึ่งค้างอยู่ที่ยังไม่มีการไต่สวนดำเนินคดี คดียังไม่ถึงที่สุด คนยังไม่รู้ว่า ที่มีการกล่าวหากัน เป็นอย่างไร แบบนี้ก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการนิรโทษกรรมทั้งหมด คืออะไรที่กระบวนการพิสูจน์ความจริงยังไม่จบ ก็ไม่เห็นด้วยที่จะล้างผิดหมด”

“อาจารย์สมลักษณ์” กล่าวต่อไปว่า การนิรโทษกรรมมีสองรูปแบบคือ 1.นิรโทษโดยทั่วไป 2.นิรโทษแบบตัวบุคคลที่จะให้มีการนิรโทษกรรม ที่คนพูดกันว่าแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่า พร้อมจะสนับสนุนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเลย หรือไม่คัดค้านการที่จะให้มีการทำเรื่องขออภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ขอเพียงแค่ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมารับผิด ติดคุก ไม่ต้องสองปีหรอก คือก็พูดกันได้ แต่สิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้คือ กระบวนการจะทำเรื่องขออภัยโทษให้กับนักโทษ ค่อนข้างช้ามาก บางคนกว่าจะได้รับการพิจารณามันนานมาก  ที่พูดได้เพราะเคยอยู่ศาลมาก่อน เคยเป็นกรรมการพิจารณาเรื่องการขออภัยโทษมาก่อน ถึงรู้ว่าขั้นตอนไม่ได้รวดเร็ว เสนอแล้วทำได้เลย มันต้องตรวจอะไรต่างๆ กว่าจะเสร็จใช้เวลานานมาก

“ถ้าจะคิดในเชิงการเมือง คือเอาแบบที่ประชาธิปัตย์พูดว่า เออขอให้กลับมารับโทษก่อนได้ไหม แต่ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าแล้วจะกลับมาต้องติดคุกเท่าไหร่ การทำเรื่องถึงจะแล้วเสร็จ กระบวนการยุติธรรมเรื่องส่วนนี้ก็ควรต้องทำให้รวดเร็วมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

คนไม่อยากอยู่หรอกในคุก วันเดียวก็ไม่มีใครอยากอยู่ ถ้ามีหนทางที่ทำให้เอาเป็นว่ามีหลักประกันว่า มารับโทษก่อน ติดคุก 7 วัน 15 วันแล้วอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรมทำเสร็จเลย ก็คิดว่าอาจทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง จะมาบอกว่ากลับมาเถิดมาติดคุกก่อน แล้วค่อยว่ากัน มันไม่ถูกต้อง เขาก็ต้องกลัวว่ากลับมาแล้วจะมาติดคุกเป็นปี ถึงได้เขียนบทความไปว่า การจะอภัยโทษ ผู้จะได้รับสิทธินี้ไม่จำเป็นต้องเคยติดคุกมาก่อน”

แต่ไม่ใช่แค่เรื่องไม่ต้องรับผิดคดีที่ดินรัชดาฯอย่างเดียว คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ซึ่งศาลตัดสินว่าร่ำรวยผิดปกติ จากการใช้อำนาจการเมืองโดยมิชอบ นักกฎหมายหลายคนดูตามร่างพ.ร.บ.ปรองดองแล้วก็เห็นว่าเปิดช่องทำให้มีการคืนเงินทั้งหมดที่ถูกยึดทรัพย์ไปด้วย ?

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาผู้นี้แสดงความเห็นว่า ตรงไหนที่คิดว่าเป็นประเด็นซึ่งสังคมคัดค้านต่อต้าน ไม่เห็นด้วย จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากอย่างเช่นกรณีนี้ซึ่งศาลตัดสินไปแล้ว ก็สามารถเขียนเว้นไว้ในกฎหมายได้ เช่น เขียนไว้ว่า ให้ไม่หมายรวมถึงคดีไหนๆ แบบนี้เขียนยกไว้ได้แล้วแต่ฝ่ายนิติบัญญัติจะตกลงกัน จะให้เขียนว่าไม่ให้รวมถึงการยึดทรัพย์สินก็เขียนไว้ระบุเฉพาะเจาะจงไปเลยก็ยังได้

เมื่อถามย้ำว่าในร่างพ.ร.บ.ปรองดอง จะให้คำวินิจฉัยคดียุบพรรคทั้งหมดของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงปี 48-54 ต้องถูกยกเลิกไปและต้องคืนสิทธิการเมืองพวกกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบไป ก็มีหลายคนบอกว่า ไม่น่าจะทำได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญเนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด ?

“อาจารย์สมลักษณ์”แสดงทัศนะว่า การออกกฎหมายที่ตัวบทกฎหมายมีลักษณะย้อนหลังแล้วเป็นคุณ ไม่ใช่ย้อนหลังแล้วเป็นโทษ น่าจะทำได้  กรณีแบบนี้เป็นการออกกฎหมายที่ย้อนหลังแล้วเป็นคุณกับพวกกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบพรรคไป

“ตอนคดียุบพรรคไทยรักไทย คดีนี้มีการทำผิดก่อนที่จะมีการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มีการส่งเรื่องไปกกต.-อัยการ ก่อนการทำรัฐประหาร แล้วต่อมาก็มีคำสั่งคปค.ออกมาว่าให้ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคเป็นเวลาห้าปี เป็นการออกคำสั่งที่เป็นโทษย้อนหลัง

ในการลงมติและทำความเห็นของตุลาการรัฐธรรมนูญเวลานั้น ท่านปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกาเวลานั้น ที่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจะให้ไปตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในคำวินิจฉัยเขียนไว้ชัดเจน ว่าท่านพิจารณาจากหลักนิติธรรม การไปตัดสิทธิย้อนหลังเป็นการขัดกับหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง การออกกฎหมายถ้าการบังคับใช้มีผลย้อนหลังแล้วเป็นคุณทำได้ แต่ถ้าเป็นโทษไม่ได้

การตัดสิทธิการเมืองสำหรับนักการเมืองแล้ว เป็นเรื่องรุนแรงมาก บางทีมันแรงกว่าคดีอาญาบางกรณีเสียอีก การออกคำสั่งคปค.ที่ให้มีผลไปตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคย้อนหลังเป็นการออกคำสั่งที่รุนแรงมาก บางคนเขาถึงบอกว่าทำให้เป็นการตายไปทางการเมืองเลยทั้งที่กรรมการบริหารพรรคบางคนเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร”

อดีตกรรมการป.ป.ช.ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน สมัยเป็นประธานคปค. กล่าวว่าประเมินแล้วแรงต่อต้านการออกกฎหมายปรองดองที่มีตอนนี้คงทำให้สถานการณ์การเมืองโดยทั่วไปมีความวุ่นวายทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็ควรต้องปล่อยให้ทุกอย่างว่าไปตามกติกา ให้สภาฯเขาถกเถียงกัน จะออกมาเคลื่อนไหวอะไรนอกสภาก็เป็นสิทธิแต่จะดีกว่าถ้าให้ฝายที่เขามีหน้าที่ทั้งรัฐบาล นิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ส่วนนี้ ตรงไหนไม่เห็นด้วย แย้งอะไรก็สื่อสารออกมาแต่อย่าทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายหรือเหตุรุนแรง

ด้าน "สวัสดิ์ โชติพานิช" อดีตประธานศาลฎีกาและกรรมการกฤษฏีกา แสดงความเห็นในเรื่องร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ กับ "ทีมศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ" เช่นกันว่าจากการติดตามที่มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ก็คิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดปัญหาวุ่นวาย แรงต่อต้านจากฝ่ายต่างๆ เพราะเป็นการออกมาในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม ยิ่งหลักการของกฎหมายที่จะให้มีการนิรโทษกรรมล้างผิดคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้วอย่างศาลฎีกา ในฐานะที่เป็นอดีตผู้พิพากษาทำงานมาหลายสิบปีจนพ้นจากตำแหน่งก็ยังไม่เคยมีที่จะให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วไปล้มล้างความผิดโดยยกเลิกคำตัดสินของศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยเห็นมีใครออกกฎหมายแบบนี้ หากออกมาจริงก็จะเป็นครั้งแรกเลย ซึ่งก็ไม่เห็นด้วย ต้องศึกษาให้ดีก่อน ไม่ควรรีบเร่งออกมา

เมื่อถามว่าแรงคัดค้านไม่เห็นด้วยที่คนไม่ยอมรับร่างพ.ร.บ.ปรองดองเพราะเป็นการเอาอำนาจนิติบัญญัติไปล้มล้างอำนาจตุลาการ ในทางกฎหมายทำได้หรือไม่ ?

อดีตประธานศาลฎีกาชี้ว่า ในทางกฎหมายเมื่อยังไม่เคยมีการออกกฎหมายแบบนี้ คือนิรโทษกรรมโดยให้คำพิพากษาสิ้นสุดล้มไปด้วย ก็จะเป็นครั้งแรก ถ้าถามว่าในทางกฎหมายทำได้หรือไม่ ก็อาจจะทำได้ ถ้าเขาคิดจะทำ เพียงแต่การจะเขียนรายละเอียดในร่างกฎหมายควรต้องมีรายละเอียดให้ชัดเจนถึงขอบเขตการนิรโทษกรรม เข้าใจว่าแนวคิดของผู้ดำเนินการคงไปดูจากตัวอย่างในต่างประเทศเช่นในยุโรปหรือที่อังกฤษ ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายคลึงกับแนวคิดร่างพ.ร.บ.ปรองดอง แต่สิ่งที่จะทำ อย่าคิดแค่ในรูปของลักษณะกฎหมายต้องคำนึงถึงลักษณะบ้านเมือง ความสงบเรียบร้อย สภาพสังคมด้วย เพราะแต่ละประเทศก็มีสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน

“เท่าที่จำได้ ติดตามการออกฎหมายนิรโทษกรรมมาทุกฉบับ ก็จะไม่มีการไปถึงเรื่องคำตัดสินของศาลฎีกา ก็จะเป็นครั้งแรกที่มีการออกกฎหมายลักษณะนี้ แน่นอนว่าฝ่ายนักกฎหมายที่เคร่งครัดย่อมรับไม่ได้ ถ้าถามผมว่าเขาทำได้หรือไม่ ก็คงตอบในหลักการว่าก็ทำได้ถ้าฝ่ายนิติบัญญัติจะเขียนให้ออกมาแบบนั้น  แต่เขาก็ต้องทำความเข้าใจกับสังคมด้วย

การนิรโทษในอดีตที่เป็นเรื่องการชุมนุมทางการเมืองก็มีหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ยกเลิกคำตัดสินของศาล คือคำพิพากษาอะไรก็ยังคงอยู่ พอจะทำแบบนี้ ก็ต้องมีสองฝั่งคือฝั่งเห็นด้วยฝั่งไม่เห็นด้วย มันก็เกิดการเผชิญหน้ากัน จนอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง”

เมื่อถามว่ากรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ร่ำรวยผิดปกติ จนมีการยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ถ้าร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ที่มีเนื้อหาบางมาตราว่าถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดจะทำให้ต้องมีการคืนเงินทั้งหมดหรือไม่ ?

นายสวัสดิ์กล่าวว่าแน่นอนเมื่อกฎหมายบอกเช่นนั้นก็ต้องถือว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิด คดีหายไปแล้ว เมื่อถือว่าไม่เคยกระทำผิดก็ต้องคืนเงินเขาทันที  แต่อย่างหนึ่งที่ขอพูดคือ การเมืองในอดีตกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน เช่นหลังเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แล้วรัฐบาลต่อมามีการยึดทรัพย์จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีในช่วง 14 ตุลาคม 2516 อย่างที่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้

คือรัฐบาลต่อๆมา หลายคนก็เป็นลูกน้องเก่าจอมพลถนอม กิตติขจร  แล้วอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคนถัดจากท่านจอมพลถนอมโดยเฉพาะที่เป็นอดีตนายทหารเขา ก็คุ้นเคยกับจอมพลถนอม แต่รัฐบาลหลายชุดเขาก็ไม่กล้าจะไปช่วยเหลือจอมพลถนมด้วยการออกกฎหมายช่วยเหลือกันให้มีการคืนทรัพย์สินให้  เพราะเขาก็รู้ว่าคนไม่เห็นด้วยจะออกมาคัดค้าน ผมถึงบอกไงว่า ในทางการเมืองคุณมีอำนาจรัฐ จะทำอะไรก็ได้แต่ก็ต้องคำนึงความเหมาะสมด้วย”

เป็นสองทัศนะของอดีตตุลาการซึ่งในบางแง่มุมก็มีความเห็นในข้อกฎหมายที่ต่างกัน อันเป็นเรื่องปกติที่กฎหมายมาตราเดียวกัน เขียนแค่สองบรรทัด คนก็ยังตีความด้วยความเห็นที่ต่างกันไป ส่วนการเดินหน้าออกพ.ร.บ.ปรองดองของสภาฯเพื่อไทยจะสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตาม


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : อดีตตุลาการ สมลักษณ์ สวัสดิ์ โฟกัส พ.ร.บ.ปรองดอง

view

*

view