http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,119,561
เปิดเพจ23,733,912

เปิดคำชี้แจง ขุนค้อน แก้ทุกข้อหาล้มล้างประชาธิปไตย

จาก โพสต์ทูเดย์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ขึ้นเบิกความและตอบข้อซักถามต่อศาลรัฐธรรมนูญแก้ทุกข้อหาล้มล้างประชาธิปไตย

โดย.. ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

หมายเหตุ: นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ขึ้นเบิกความและตอบข้อซักถามต่อศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้ถูกร้องที่1ตามคำ ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

ในชีวิตของผมไม่เคยคาดฝันว่าวันหนึ่งจะมาเป็นผู้ถูกร้องในข้อหาล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะผมเองเป็นคนที่เกิดในชนบท ไม่คิดเลยจะได้เติบโตมาเป็นประธานรัฐสภาหนึ่งในประมุขอำนาจอธิปไตย ผมโตทางการเมืองด้วยระบอบการปกครองนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สุดในชีวิตผมที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถึง5ครั้ง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคิดล้มล้างการปกครอง จึงเป็นประจักษ์พยานที่ผมศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสบายใจว่าสิ่งที่ผมถูกกล่าวหามันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จริงๆ ยิ่งจะให้กระทำเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่

การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับรัฐสภา ทุกขั้นตอน การบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ดีๆบรรจุเข้ามาเพราะต้องให้ข้าราชการ กลั่นกรองและเสนอมาที่ผมโดยต้องไม่ขัดข้อบังคับ ถ้าทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องบรรจุระเบียบวาระภายใน 20 วัน ผมมีหน้าที่แค่ดำเนินการให้การประชุมรัฐสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาเท่านั้น ส่วนอื่นผมไม่ได้ก้าวล่วงแค่ทำให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้

สิ่งหนึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้ติดตามการประชุมจะเห็นว่าผมได้อะลุ่มอล่วย ไม่ได้เร่งรัดตามที่มีการกล่าวหา ไม่เคยกำหนดเวลาประชุม จะประชุมทุกวันแบบไม่หยุดเลยก็ได้ ตั้งแต่มีรัฐสภามาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหา 7 หน้ากระดาษเอ4แต่ใช้เวลาพิจารณา 15 วัน 15 คืน ดังนั้น ที่บอกว่ารวบรัดจึงกล่าวหาขัดกับความเป็นจริง
 
ส่วนประเด็นที่ติดใจ คือ มาตรา 291/13 ที่ให้อำนาจประธานรัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าข่ายล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ เรื่องนี้ต้องเรียนว่าผมไม่ได้กำหนดให้อำนาจผมเอง รัฐสภากำหนดให้ผมและผมก็ไม่อยากจะได้ สมาชิกรัฐสภาหลายคนทักท้วงว่าจะเชื่อใจประธานรัฐสภาได้อย่างไรหรืออาจไปซู เอี๋ยกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ส่งไปประชามติ แม้แต่ท่าประธานศาลรัฐธรรมนูญก็ห่วง
ผมถึงได้พูดกับสมาชิกรัฐสภาว่าผมจะ ใช้ดุลยพินิจด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อใช้ดุลยพินิจแทนผม คณะกรรมการ คือ ข้าราชการรัฐสภา แต่พอผ่านมาจนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรอลงวาระ 3 มีหลายคนเป็นห่วง เพื่อให้เกิดความสบายใจแก่ทุกฝ่ายรวมศาลรัฐธรรมนูญด้วย ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบคณะกรรมการว่าไม่ควรใช้ข้าราชการรัฐสภาเพราะจะมองว่า ผมสั่งได้ แต่จะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่เป็นกลางมาพิจารณาแทน
 
ใน ฐานะประธานรัฐสภาเชื่อว่าคงมีเกียรติพอที่จะพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็น กลางจริงๆ เช่น อาจใช้คณบดีคณะนิติศาสตร์ทุกมหาวิทยาลัย หรือการเสนอชื่อบุคคลเข้ามา ถ้ามีการร้องเรียนเข้ามาว่ามีใครไม่มีความเป็นกกลางก็ตัดชื่อออก เมื่อได้คณะกรรมการแล้วตัดสินอย่างไรผมก็ว่าตามนั้นเพื่อให้เป็นไปตามครรลอง ครองธรรม
 
ใช่สิผมเป็นสส.พรรคเพื่อไทยจะไว้วางใจอย่างไร แต่จะให้ผมทำอย่างไรเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดมาอย่างนั้น แต่ประธานรัฐสภามีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่ใช่อยู่พรรคไหนจะมาสั่งกันได้ ที่ผ่านมาผมถูกกล่าวหาเรื่องความไม่เป็นกลางเพราะใช้ดุลยพินิจไม่ได้ดั่งใจ ใคร แต่ไม่เคยบอกว่าผมไม่เป็นกลางอย่างไรบอกเพียงว่าผมรับใบสั่ง ผมจะเอาเกียรติของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อไปเอาเปรียบทางการเมืองในรัฐสภา เรื่องเล็กๆน้อยๆทำไม

ในทางกลับกันในเรื่องสำคัญอย่างลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 พรรคเพื่อไทยทั้งพรรคมีความเห็นอยากให้ลงวาระ 3 เสื้อแดงก็ชัดเจน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคก็ให้ลงวาระ 3 มีผมหนึ่งเดียวที่ไม่เห็นด้วย... กล่าวหาผมรับคำสั่งจากคนทางไกลแต่ทำไมวาระ 3 ผมยืดออกไปก่อนตามความเห็นของผู้นำฝ่ายค้าน (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) อย่างนี้หมายถึงผมรับคำสั่งผู้นำฝ่ายค้านใช่หรือไม่
 
(จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ผู้ร้องได้ซักถาม)
 
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา : ทราบว่าประธานรัฐสภารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมา 3ฉบับและมีร่างแก้ไขของภาคประชาชนอีก 2 ฉบับอยากถามว่าร่างของประชาชนหายไปไหน
 
สมศักดิ์ : เข้าใจว่าในประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญให้ตกไปแล้วใช่หรือไม่
 
พล.อ.สมเจตน์ : เหตุที่เลื่อนร่างแก้ไขของภาคประชาชนออกไปเพราะใช้เวลาตรวจสอบรายชื่อจนต้องประนีประนอมให้ถอนร่างแก้ไขออกไป
 
สมศักดิ์ : เรื่องนี้ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษที่ไม่รอเพราะวันที่พิจารณาร่างแก้ไขรัฐ ธรรมนูญได้หารือเพราะพบว่ามีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ จึงได้หารือกับนพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งก็ไม่ได้ติดใจอะไร
 
พล.อ.สมเจตน์ : ระบอบประชาธิปไตยให้ถือว่าประชาชนเป็นใหญ่ ดังนั้น ควรมีการพิจารณาร่างแก้ไขของภาคประชาชนด้วยถ้าไม่มีอะไรเคลือบแฝง แต่กลับบรรจุระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาโดยขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 291 และดำเนินการต่อไปจนหมดวาระ 2 

สมศักดิ์ : ประเด็นนี้เป็นการถามซ้ำเพราะในบันทึกที่ทำถึงศาลรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดแล้ว และยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง
 
พล.อ.สมเจตน์ :
วันสองวันที่ผ่านมามีคลิปเสียงของประธานรัฐสภา เป็นเสียงจริงหรือไม่เพราะมีความเชื่อมโยงถึงที่มาที่ไปของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ: ควรถามให้อยู่ในประเด็นตามคำร้อง

พล.อ.สมเจตน์ : ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ถามจะไม่เห็นการเชื่อมโยงถึงการได้อำนาจโดยมิชอบ เพราะจะเกี่ยวข้องในกรณีที่ประธานรัฐสภาวางตัวไม่เป็นกลางผ่านการประชุมกับ คนทางไกลที่หนีโทษอาญาแผ่นดินและการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อ ไทย
 
สมศักดิ์ : ผู้ร้องทำคำร้องผมว่าจะไปล้มล้างประชาธิปไตยด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ใหม่ ส่วนคลิปเสียงเป็นเหตุการณ์ข้างนอกหลังจากวาระ 2 ผ่านไปแล้วไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในรัฐสภา ถ้าเอาเรื่องนี้มาสอบถามจะเสียเวลาของศาลรัฐธรรมนูญ...ที่ผมไม่ตอบเพราะนอก ประเด็นไม่ใช่ไม่อยากตอบแต่ผมได้ตอบกับสื่อมวลชนไปแล้ว

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ : ศาลมีความเห็นแล้วว่าไม่ให้ถามประเด็นนี้...การจะหักล้างในประเด็นนี้ขอให้ ทำเป็นคำแถลงการณ์มายังศาลแทน เพราะถามไปประธานรัฐสภาก็คงไม่ตอบ
 
พล.อ.สมเจตน์ : ได้รับความเห็นผู้ตรวจการแผ่นดินและแจ้งให้ที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ในประเด็น ที่มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการให้อำนาจประธานรัฐสภาวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ว่าล้มล้างการปกครองหรือไม่ แทนที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณา
 
สมศักดิ์:  ผมได้แจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบถึงความเห็นผู้ตรวจ
 
พล.อ.สมเจตน์ : เมื่อร่างแก้ไขมอบให้ประธานรัฐสภาวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวและประธานรัฐสภาเอง ก็มีความต้องการจะตั้งคณะกรรมการมาใช้ดุลยพินิจทำไมไม่เสนอเนื้อหาไปในร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญ
 
สมศักดิ์:  ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะกำหนดให้อำนาจตัวเอง เมื่อรัฐสภาให้อำนาจผมก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย แต่ผมจะใช้ดุลยพินิจอย่างไรก็เป็นเรื่องของผม
 
พล.อ.สมเจตน์: ทำไมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเพียง 7 หน้าแต่กลับใช้เวลานานถึง 15 วัน และเป็นการแก้ไขมาตราเดียวเพื่อล้มทั้งฉบับ
 
สมศักดิ์: การไปกล่าวเรื่องล้มล้างการปกครองเป็นเรื่องของการจินตนาการมากกว่า

(สุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ตัวแทนวันธงชัย ชำนาญกิจ หนึ่งในผู้ร้อง ดำเนินการซักถาม)
สุวัฒน์: สมัยรัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช ได้มีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกหรือไม่
 
สมศักดิ์ :ตอนหาเสียงก็มีการหาเสียงเรื่องนี้
สุวัฒน์: ครั้งนั้นไม่สำเร็จเพราะประชาชนคัดค้านใช่หรือไม่
สมศักดิ์ : ผมขอเข้าประเด็นเลยได้มั้ยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่มากว่า
สุวัฒน์: เมื่อคุณสมครัแก้ไขไม่ได้จึงเป็นที่มาของการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้
สมศักดิ์: ท่านคิดไปเองหรือไม่
สุวัฒน์: ผมไม่ได้คิดไปเอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ล้วนมีประเด็นมาแต่ในอดีตตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติว่าเป็นตัวแทนเชิดของไทยรักไทย มาจนถึงพรรคเพื่อไทย ดังนั้น ความพยายามการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงมีความเชื่อมโยงกัน
 
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ: ขอให้ตัวแทนผู้ร้องเอาเฉพาะประเด็นในปัจจุบัน

สมศักดิ์: ตอนไปหาเสียงก็ใช้เรื่องนี้ขอให้ถามเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อยากให้ถามเลยเถิด
สุวัฒน์: ได้รับคำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่
สมศักดิ์: เป็นจินตนาการ
สุวัฒน์: เคยคุยโทรศัพท์คุยโทรศัพท์กับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่
สมศักดิ์: คุยครับ
สุวัฒน์: รู้มั้ยว่าเป็นนักโทษคดีอาญา
สมศักดิ์ : ขอให้ถามเข้าประเด็น
สุวัฒน์: การบอกว่าอุ้มเผือกร้อนแทนคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คืออะไร
สมศักดิ์ : เรื่องคลิปเสียงศาลไม่อนุญาตให้ถาม
 
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ: ขอร้องคุณสุวัฒน์ย่าไปพาดพิงบุคคลอื่น เมื่อท่านถามแล้วพยานจะตอบหรือไม่คนถามก็ได้ประจานบุคคลแล้วและมีเอกสารมาที่ศาลหมดแล้ว

สุวัฒน์: ในมาตรา 122 ตามรัฐธรรมนูญตัวประธานรัฐสภามีหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยและต้องทำหน้าทีโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

สมศักดิ์ : ถูกต้อง
สุวัฒน์: แต่วันนี้ท่านประธานรัฐสภากำลังฉีกรัฐธรรมนูญ
สมศักดิ์: คำว่าฉีกเป็นคำพูดของท่านแต่นี้เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ

(วิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มซักถาม)
วิรัตน์ : ถ้ามีสส.สว.หรือคณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายให้ยกเลิกหรือล้มรัฐธรรมนูญมาที่ประธานรัฐสภา จะบรรจุวาระหรือไม่

สมศักดิ์: เรื่องนี้ยังไม่มีใครเสนอ ถ้าเสนอโดยชอบด้วยกฎหมายผมก็บรรจุอยู่แล้ว แต่คำว่าล้มล้างคืออะไร แต่ถ้าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองก็ไม่บรรจุอยู่แล้ว

วิรัตน์ : การเบิกของประธานรัฐสภามีการใช้คำว่าสส.เพื่อไทยและเสื้อแดงทั้งหมดบีบให้บรรจุวาระลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3

สมศักดิ์:  ความเห็นต่างเป็นสีสันประชาธิปไตยแต่ต้องหาข้อสรุปร่วมกัน...ไม่มีใครเร่งรัด ความเห็นเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

(วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ขอใช้สิทธิสอบถามประธานรัฐสภา)

วสันต์: ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอลงมติวาระ 3 ในมาตรา 291/11 วรรค 5 ระบุ ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ อันนี้หมายความว่าหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะให้ลอกของปี 2550 ใช่หรือไม่

สมศักดิ์: ควรเป็นอย่างนั้น

วสันต์ : ถ้าเขาร่างให้ผิดเพี้ยนไปจากกลุ่มนี้และอยู่ในอำนาจท่านคนเดียวท่านได้ตอบไปแล้วว่าจะมีทีมงานพิจารณา
สมศักดิ์: เอาสรุปง่ายๆดังนี้เลยครับว่าหมวด 2 ไปแตะไม่ได้เลย

วสันต์: พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีอยู่ในหมวด 2 ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มีอยู่กระจายทั่วๆไป พระราชอำนาจในการที่จะทรงยับยั้งร่างกฎหมายชั่วครั้งชั่วคราว พระราชอำนาจในการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งบุคคล สิ่งเหล่านั้นถ้ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะถือหรือไม่ว่านี่คือหมวดพระมหา กษัตริย์เช่นเดียวกัน

สมศักดิ์ : ประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดครับ เพราะฉะนั้นทางออกควรให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกลางมาช่วยพิจารณาน่าจะเป็น ประโยชน์…ความเห็นของผมหลักในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ มีหลักสำคัญ 3 ประการ 3 สถาบัน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งตรงนี้ไม่น่าไปแตะต้องเลย ส่วนประเด็นอื่นๆน่าจะพิจารณาตามความเหมาะสม

วสันต์ : เช่น ถ้ามีการแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ ไปตัดพระราชอำนาจในการอภัยโทษ พระราชอำนาจในการยับยั้งกฎหมายได้ชั่วครั้งชั่วคราว

สมศักดิ์ : ถ้ากรณีอย่างนี้ถือว่าเข้าข่าย
วสันต์: ถือว่าเข้าข่ายเช่นเดียวกันนะครับถือเป็นการแตะต้องในหมวดพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน
สมศักดิ์: ครับ


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เปิดคำชี้แจง ขุนค้อน แก้ทุกข้อหา ล้มล้างประชาธิปไตย

view

*

view