http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ยรรยง อ้างรัฐรับจำนำข้าวหวังต่อรองตลาดโลก โวดีกว่าเวียดนาม มนัส ยันไม่มีแอบระบายข้าว

ยรรยง” อ้างรัฐรับจำนำข้าวหวังต่อรองตลาดโลก โวดีกว่าเวียดนาม “มนัส” ยันไม่มีแอบระบายข้าว

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

“ยรรยง-มนัส” ชี้แจงโครงการรับจำนำข้าว อ้างรัฐบาลยอมเก็บข้าวหวังสร้างอำนาจต่อรอง พยายามชูว่าข้าวไทยดีกว่าเวียดนาม โวตลาดโลกพร้อมเสียเงินซื้อ “อภิรักษ์” ห่วงกระตุ้นชาวนาผลิตข้าวหวั่นไม่ได้คุณภาพ ขายไม่ได้ราคา ตอบกลับรับจำนำตามสภาพ โรงสีไทยมีคุณภาพที่สุดในโลก ส่วน “หมอวรงค์” ถามมีการร้องเรียนแอบระบายข้าวตามใบสั่งกรมการค้า ตปท. “มนัส” ตอบการสั่งจ่ายข้าวมีแค่ อคส.-อคต.เท่านั้น ส่วน “ยรรยง” ไม่ตอบ
       
       วันนี้ (5 ก.ย.) มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้เชิญนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มาชี้แจงถึงนโยบายการรับจำนำข้าว โดยประเด็นที่ กมธ.ซักถามส่วนใหญ่ คือ ข้อมูลการระบายข้าวในสต็อกและโกดังของรัฐบาล และ การทุจริตที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินนโยบาย
       
       นายยรรยง กล่าวว่า ความมุ่งหวังของการจำนำข้าว คือ ทำการตลาดเพื่อให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงต้องยอมรับตลาดข้าวที่ผ่านมา 20-30 ปีที่เราอ้างว่าเป็นแชมป์การส่งออกนั้นมันอยู่ในมือเอกชน และที่ประหลาดมากคือข้าวเป็นสินค้าชนิดเดียวที่เวลาเรารายงานการออกส่งออกจะ ระบุเป็นเชิงปริมาณแทนที่เราจะรายงานส่งออกได้ราคาดีหรือไม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้ของชาวนา ในช่วงการจำนำทุกเมล็ดเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงกลไกตลาด โดยถ้าเรายกราคาขึ้นมาได้แม้จะไม่ไปชนราคาจำนำของรัฐบาล แต่ยังไงราคาข้าวก็ยังขึ้นพอสมควร คิดว่าครั้งนี้ที่รัฐบาลยอมเอาข้าวมาไว้ในมือของตัวเองก็เพื่อสร้างอำนาจต่อ รอง เพราะตอนนี้ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมเป็นลักษณะตลาดแยกออกจากกัน แต่พอเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ปรากฎว่าผู้ซื้อจะเป็นลักษณะรายใหญ่ระดับประเทศ เช่น อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ โดยดำเนินการผ่านรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่เฉพาะสำหรับการจัดซื้อข้าว ตะวันออกกลาง เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพเองผู้ส่งออกข้าวจะไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้ ซื้อซึ่งจะกดราคารับซื้อข้าวของไทย ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์พยายามขายข้าวในรูปแบบที่เป็นการยืนยันว่าคุณภาพข้าวของไทยดี กว่าประเทศเวียดนามทั้งในเชิงกายภาพและโภชนาการ ทำให้ข้าวราคาขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างน้อยระหว่าง 50-100 เหรียญสหรัฐต่อตัน เรื่องตลาดข้าวไม่อยากให้ทุกฝ่ายเป็นห่วง เนื่องจากการขายข้าวแตกต่างจากการขายสินค้าอุตสาหกรรมอย่างมาก โดยประเทศที่เป็นแชมป์ส่งออกข้าวขณะนี้เป็นการขายตามความสามารถการผลิตของ ประเทศ ประเทศที่ขายทุกประเทศส่งส่วนเกินของข้าวออกขาย ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตข้าวได้มากที่สุดในโลกถ้าเทียบกับการบริโภคในประเทศ เกินกว่าครึ่งหนึ่ง เราจึงเป็นแชมป์ส่งออกข้าวได้ แม้ในประเทศอื่นๆ จะผลิตข้าวได้มากกว่าไทยก็จริงแต่ต้องสำรองข้าวส่วนหนึ่งเพื่อไว้ใช้ในการ บริโภคภายในประเทศด้วยเพราะมีประชากรในประเทศจำนวนมาก เช่น อินเดีย ซึ่งต้องสำรองข้าวในประเทศถึง 20 ล้านต้น เป็นต้น ตลาดผู้บริโภคข้าวกำลังเพิ่มขึ้นทุกปีประมาณ 3.7 พันล้านคนทั่วโลก จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออก
       
       “ดังนั้นการที่รัฐบาลรับข้าวมาในมือขึ้นอยู่กับความอึดของรัฐบาลว่า จะแบกรับได้เท่าไหร่ แต่ถ้ารัฐบาลยอมอึดสักหน่อยอย่าปล่อยให้ชาวนาจนรับราคาข้าวแต่ตันละ 7-8 พันบาทต่อไปคงไม่ยุติธรรมกับชาวนา หากรัฐบาลยอมอุ้มเอาไว้ในปลายปีนี้ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเราระบายข้าวออกได้ 3-4 ล้านตันแม้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ตลาดโลกพร้อมจะยอมเสียเงินซื้อข้าวไทยในราคาที่สูงกว่าประเทศอื่นในฐานะ ที่ข้าวเป็นอาหารพื้นฐานและมีคุณภาพสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ส่วนเรื่องปริมาณค่อยกลับมาพิจารณากันในภายหลัง” นายยรรยง กล่าว
       
       ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.ที่ปรึกษา ถามว่า การประกาศรับจำนำข้าวในราคาสูงของรัฐบาลอาจมีผลในเชิงจิตวิทยากระตุ้นให้ ชาวนาเร่งเพิ่มผลิตข้าวจนคุณภาพของข้าวลดลงถ้าเทียบกับอินเดีย หรือ เวียดนาม ซึ่งจะทำให้ขายไม่ได้ราคา กระทรวงพาณิชย์มีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร นายยรรยง กล่าวว่า เรื่องคุณภาพข้าวไทยยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะกลไกของการรับจำนำข้าวเป็นการเน้นเชิงคุณภาพอยู่แล้วในตัวเอง กล่าวคือ ข้าว 100% รัฐบาลก็รับจำนำในราคา 1.5 หมื่นบาท จากนั้นก็ลดหลั่นลงมาตามคุณภาพของข้าว ถ้าข้าวคุณภาพสูงย่อมต้องได้ราคาสูงคุณภาพต่ำก็ได้ราคาต่ำ และกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตลอดเวลา
       
       “กระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่ชาวนามาจนถึงโรงสีของไทยมีคุณภาพมากที่สุด ในโลก เพราะในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านได้นำเข้าเทคโนโลยีของไทยในการเก็บรักษาข้าว ให้มีคุณภาพเพื่อให้สามารถขายได้ในราคาสูง” นายยรรยง กล่าว
       
       ด้าน นายมนัส กล่าวว่า โกดังเก็บผลผลิตทางเกษตรของไทยไม่มีปัญหาเพราะโกดังและไซโลจำนวนมากที่พร้อม จะเข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล ทำให้มั่นใจว่าแม้รัฐบาลจะเก็บข้าวไว้อีก 1 ปีก็มีโกดังเพียงพอในการเก็บรักษาผลผลิตให้มีคุณภาพต่อเนื่อง ประกอบกับ รัฐบาลยังสามารถระบายข้าวได้อยู่ทำให้ยังมีพื้นที่ว่างของโกดังพอสำหรับหมุน เวียนเก็บรักษาผลผลิตได้ เพียงแต่ว่าปริมาณโกดังในขณะนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้กับแหล่งผลิตยังมีน้อยเกิน ไป เนื่องจากโกดังยังคงกระจุกตัวตามพื้นที่ลุ่มน้ำและท่าเรือ
       
       “การรั่วไหลการทุจริตมีแน่แต่มันเป็นส่วนน้อยเราก็พยายามป้องกันอยู่ อันนี้คือเรื่องจริง โครงการเป็นแสนล้านแค่ซื้อสมุดดินสออย่างเดียวก็เป็นปัญหาแล้ว อันนั้นต้องยอมรับ เพียงแต่มันเป็นส่วนน้อย แต่ต้องป้องกันส่วนใหญ่ไว้ ซึ่งเรามีคณะกรรมการคอยติดตามตรวจสอบอยู่แล้ว” นายมนัส กล่าว
       
       ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่า มีการร้องเรียนแอบระบายข้าวโดยใช้ใบสั่งออกจากกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) และตนได้ลงพื้นที่โกดัง จ.นครสวรรค์ ท่านทราบเรื่องนี้หรือไม่ เพราะมีผู้อ้างว่ามีหนังสือมา เราลงพื้นที่เจอเจ้าหน้าที่ ว่า ตนดูว่าข้าวหายไปจริง เห็นว่าข้าวหายไปพอสำควรจากโกดังข้าว โกดังมีช่องว่าง ทั้งนี้ เราไปในจุดที่ไม่ได้เตรียมการให้คณะดู ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือ ข้าวหายเหมือนการรื้อ มีใบสั่งให้เอาข้าวให้โรงเป็นหมื่นกระสอบ และข้าวเหมือนจะขึ้นเหนือ ธรรมดาจะต้องนำไปปรับปรุงหรือลงใต้ ดูแล้วเหมือนไม่ค่อยปกติ
       
       นายมนัส กล่าวว่า ถ้าในนาม คต. จะมีหนังสือไปยังองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อตก. เป็น 2 หน่วยงาน เท่านั้น และท่านเข้าไปในโกดัง ซึ่งตามช่อง โกดังทั่วไปจะมีช่องว่าง และมีชนิดข้าวจะแบ่งลักษณะการจัดเก็บ บางครั้งจะไม่เต็ม จะมีช่องว่าง บางครั้งอาจหายไปครึ่ง นี่เป็นระบบการจัดเก็บ และการเบิกของมีตลอดเวลา การแอบขายเป็นไปไม่ได้ การเข้าไปดูก็ต้องมีข้อมูล คต.จะไม่เป็นคนสั่งให้จ่ายข้าว ไม่มีหน้าที่ ต้อง อตก.อคส. และการขนข้าวบอกว่าเหนือ ใต้ไม่ได้ ข้าวถ้าส่งออกจะต้องถูกนำไปปรับปรุง ที่ปรับปรุงอยู่ไหนเราไม่ทราบ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร ก็ได้ ถ้าเป็นชื่อ คต.คือการส่งออก
       
       สำหรับการประชุมในภาพรวมถือว่าเป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อนายยรรยงได้แสดงความจำนงว่าจะไม่ตอบชี้แจงในประเด็นซักถามของ นพ.วรงค์ เพราะเห็นว่า นพ.วรงค์ไม่ไม่ได้ดำรงตำแหน่ง กมธ. โดยเป็นเพียงที่ปรึกษาของคณะ กมธ.เท่านั้น หากตอบคำถามของ นพ.วรงค์ไปอาจเข้าข่ายดำเนินการขัดกับรัฐธรรมนูญได้ ทำให้นายชนินทร์ต้องแก้ปัญหาด้วยการยืนยันว่า นพ.วรงค์มีอำนาจในการสอบถามในฐานะที่เป็นบุคคลที่ประธาน กมธ.แต่งตั้งขึ้น ถ้ามีปัญหาในอนาคตจะรับผิดชอบเอง


พณ.มั่นใจระบายสต็อคข้าวฉลุย

จาก โพสต์ทูเดย์

"พาณิชย์"มั่นใจราคาข้าวโลกพุ่งสูง ตลาดโลกพร้อมซื้อของแพง แม้ไทยจะส่งออกได้น้อยกว่าปีก่อน

ยรรยง

การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชนินทร์ รุ่งแสง สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานได้เชิญนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มาชี้แจงถึงนโยบายการรับจำนำข้าว โดยประเด็นที่กมธ.ซักถามส่วนใหญ่ คือ ข้อมูลการระบายข้าวในสต็อคและโกดังของรัฐบาล และ การทุจริตที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินนโยบาย

นายยรรยง กล่าวว่า เรื่องตลาดข้าวไม่อยากให้ทุกฝ่ายเป็นห่วง เนื่องจากการขายข้าวแตกต่างจากการขายสินค้าอุตสาหกรรมอย่างมาก โดยประเทศที่เป็นแชมป์ส่งออกข้าวขณะนี้เป็นการขายตามความสามารถการผลิตของ ประเทศ ประเทศที่ขายทุกประเทศส่งส่วนเกินของข้าวออกขาย ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตข้าวได้มากที่สุดในโลกถ้าเทียบกับการบริโภคในประเทศ เกินกว่าครึ่งหนึ่ง เราจึงเป็นแชมป์ส่งออกข้าวได้

แม้ในประเทศอื่นๆจะผลิตข้าวได้มากกว่าไทยก็จริงแต่ต้องสำรองข้าวส่วน หนึ่งเพื่อไว้ใช้ในการบริโภคภายในประเทศด้วยเพราะมีประชากรในประเทศจำนวนมาก เช่น อินเดีย ซึ่งต้องสำรองข้าวในประเทศถึง 20 ล้านต้น เป็นต้น ตลาดผู้บริโภคข้าวกำลังเพิ่มขึ้นทุกปีประมาณ 3.7 พันล้านคนทั่วโลก จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออก

“ดังนั้นการที่รัฐบาลรับข้าวมาในมือขึ้นอยู่กับความอึดของรัฐบาลว่าจะ แบกรับได้เท่าไหร แต่ถ้ารัฐบาลยอมอึดสักหน่อยอย่าปล่อยให้ชาวนาจนรับราคาข้าวแต่ตันละ 7-8 พันบาทต่อไปคงไม่ยุติธรรมกับชาวนา หากรัฐบาลยอมอุ้มเอาไว้ในปลายปีนี้ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเราระบายข้าวออกได้ 3-4 ล้านตันแม้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ตลาดโลกพร้อมจะยอมเสียเงินซื้อข้าวไทยในราคาที่สูงกว่าประเทศอื่นในฐานะ ที่ข้าวเป็นอาหารพื้นฐานและมีคุณภาพสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ส่วนเรื่องปริมาณค่อยกลับมาพิจารณากันในภายหลัง”นายยรรยง กล่าว

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า ความมุ่งหวังของการจำนำข้าว คือ ทำการตลาดเพื่อให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงต้องยอมรับตลาดข้าวที่ผ่านมา 20-30ปีที่เราอ้างว่าเป็นแชมป์การส่งออกนั้นมันอยู่ในมือเอกชน และที่ประหลาดมากคือข้าวเป็นสินค้าชนิดเดียวที่เวลาเรารายงานการออกส่งออกจะ ระบุเป็นเชิงปริมาณแทนที่เราจะรายงานส่งออกได้ราคาดีหรือไม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้ของชาวนา

การจำนำทุกเมล็ดเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงกลไกตลาด โดยถ้าเรายกราคาขึ้นมาได้แม้จะไม่ไปชนราคาจำนำของรัฐบาลแต่ยังไงราคาข้าวก็ ยังขึ้นพอสมควร คิดว่าครั้งนี้ที่รัฐบาลยอมเอาข้าวมาไว้ในมือของตัวเองจะช่วยสร้างอำนาจต่อ รองเพราะตอนนี้ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปมากจากเดิมเป็นลักษณะตลาดแยกออกจากกัน แต่พอเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ปรากฎว่าผู้ซื้อจะเป็นลักษณะรายใหญ่ระดับประเทศ เช่น อินโดนีเซีย หรือ ฟิลิปปินส์ โดยดำเนินการผ่านรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่เฉพาะสำหรับการจัดซื้อข้าว ตะวันออกกลาง เป็นต้น

นายยรรยง กล่าวว่า ในทางกลับกันถ้ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพเองผู้ส่งออกข้าวจะไม่มีอำนาจ ต่อรองกับผู้ซื้อซึ่งจะกดราคารับซื้อข้าวของไทย ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์พยายามขายข้าวในรูปแบบที่เป็นการยืนยันว่าคุณภาพข้าวของไทยดี กว่าประเทศเวียดนามทั้งในเชิงกายภาพและโภชนาการ ทำให้ข้าวราคาขึ้นมาเรื่อยๆอย่างน้อยระหว่าง50-100เหรียญสหรัฐต่อ ตัน        

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กมธ.ที่ปรึกษา ถามว่า การประกาศรับจำนำข้าวในราคาสูงของรัฐบาลอาจมีผลในเชิงจิตวิทยากระตุ้นให้ ชาวนาเร่งเพิ่มผลิตข้าวจนคุณภาพของข้าวลดลงถ้าเทียบกับอินเดีย หรือ เวียดนาม ซึ่งจะทำให้ขายไม่ได้ราคา กระทรวงพาณิชย์มีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร

นายยรรยง กล่าวว่า เรื่องคุณภาพข้าวไทยยืนยันว่าไม่มีปัญหาเพราะกลไกของการรับจำนำข้าวเป็นการ เน้นเชิงคุณภาพอยู่แล้วในตัวเอง กล่าวคือ ข้าว 100% รัฐบาลก็รับจำนำในราคา 1.5หมื่นบาท จากนั้นก็ลดหลั่นลงมาตามคุณภาพของข้าว ถ้าข้าวคุณภาพสูงย่อมต้องได้ราคาสูงคุณภาพต่ำก็ได้ราคาต่ำ และกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตลอดเวลา

"กระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่ชาวนามาจนถึงโรงสีของไทยมีคุณภาพมากที่สุดใน โลก เพราะในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านได้นำเข้าเทคโนโลยีของไทยในการเก็บรักษาข้าว ให้มีคุณภาพเพื่อให้สามารถขายได้ในราคาสูง"นายยรรยง กล่าว

ด้าน นายมนัส กล่าวว่า โกดังเก็บผลผลิตทางเกษตรของไทยไม่มีปัญหาเพราะโกดังและไซโลจำนวนมากที่พร้อม จะเข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล ทำให้มั่นใจว่าแม้รัฐบาลจะเก็บข้าวไว้อีก 1 ปีก็มีโกดังเพียงพอในการเก็บรักษาผลผลิตให้มีคุณภาพต่อเนื่อง ประกอบกับ รัฐบาลยังสามารถระบายข้าวได้อยู่ทำให้ยังมีพื้นที่ว่างของโกดังพอสำหรับหมุน เวียนเก็บรักษาผลผลิตได้ เพียงแต่ว่าปริมาณโกดังในขณะนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้กับแหล่งผลิตยังมีน้อยเกิน ไป เนื่องจากโกดังยังคงกระจุกตัวตามพื้นที่ลุ่มน้ำและท่าเรือ

"การรั่วไหลการทุจริตมีแน่แต่มันเป็นส่วนน้อยเราก็พยายามป้องกันอยู่ อันนี้คือเรื่องจริง โครงการเป็นแสนล้านแค่ซื้อสมุดดินสออย่างเดียวก็เป็นปัญหาแล้ว อันนั้นต้องยอมรับ เพียงแต่มันเป็นส่วนน้อย แต่ต้องป้องกกันส่วนใหญ่ไว้ ซึ่งเรามีคณะกรรมการคอยติดตามตรวจสอบอยู่แล้ว" นายมนัส กล่าว

สำหรับการประชุมในภาพรวมถือว่าเป็นไปอย่างดุเดือดเมื่อนายยรรยงได้แสดง ความจำนงว่าจะไม่ตอบชี้แจงในประเด็นซักถามของนพ.วรงค์ เดชวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่านพ.วรงค์ไม่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งกมธ. โดยเป็นเพียงที่ปรึกษาของคณะกมธ.เท่านั้น หากตอบคำถามของนพ.วรงค์ไปอาจเข้าข่ายดำเนินการขัดกับรัฐธรรมนูญได้ ทำให้นายชนินทร์ต้องแก้ปัญหาด้วยการยืนยันว่านพ.วรงค์มีอำนาจในการสอบถามใน ฐานะที่เป็นบุคคลที่ประธานกมธ.แต่งตั้งขึ้น ถ้ามีปัญหาในอนาคตจะรับผิดชอบเอง


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ยรรยง อ้างรัฐ รับจำนำข้าว หวังต่อรองตลาดโลก โวดีกว่า เวียดนาม มนัส ไม่มีแอบระบายข้าว

view

*

view