หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,875
Page Views 23,555,497
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

บาเซิล3ดันต้นทุนพุ่งแบงก์ชี้อาจต้องผลักภาระให้ลูกค้า

จากประชาชาติธุรกิจ

นายหยกพร ตันติเศวตรัตน์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารความเสี่ยง ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า  ปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 13-14% ซึ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 10.5-10.6% จึงไม่มีปัญหาเมื่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์บาเซิล3 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะนำมาปรับใช้กับธนาคารพาณิชย์ไทยตั้งแต่เดือน ม.ค. ปี 2556 เป็นต้นไป  และคาดว่าจะไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจนถึงปี2558 แม้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารจะมีการขยายตัวในอัตราที่สูงเนื่องจากธนาคารก็ มีกำไรสะสมที่เข้ามาเป็นเงินกองทุนเพิ่มเติม     

อย่างไรก็ตาม แม้การปฎิบัติตามเกณฑ์บาเซิล3 ไม่ได้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจธนาคาร แต่ทำให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้นจากการที่ต้องมีการเพิ่มเงินกองทุนให้เป็นไป ตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะต้องมีการผลักภาระให้ลูกค้า หากธนาคารยังต้องการได้ผลตอบแทนเท่าเดิม

นายหยกพร กล่าวว่า   ประเด็นที่จะทำให้ธนาคารมีต้นทุนสูงขึ้นจาการปฏิบัติตามเกณฑ์บาเซิล3 จะมาจากการต้องดำรงเงินกองทุนที่ซับซ้อนขึ้น โดยตามบาเซิล3 เงินกองทุนจะไม่แบ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่1(Tier1) และกองทุนขั้นที่2(Tier2)อย่างละ 4.5% เหมือนบาเซิล2  แต่จะประกอบด้วย Common Equity Tier1(CET1) ที่ต้องมีส่วนประกอบสำคัญเป็นหุ้นสามัญ ส่วนเกินมูลค่าหุ้น และกำไรสะสม, ส่วนเพิ่มเงินกองทุนขึ้นที่1(Additional Tier1) ที่เมื่อรวมกับ CET1 แล้วได้ 6%  และส่วนที่เหลือเป็นส่วนเสริมกองทุนขั้นที่2(Additional Tier2) ที่จะเข้ามาทำให้เงินกองทุนทั้งสิ้นได้ 8.5%

นอกจากนี้ คุณสมบัติของตราสารทางการเงินที่จะนำมาดำรงเป็นเงินกองทุนก็แตกต่างจากบา เซิล2  เช่น ตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 จะไม่มีกำหนดชำระคืน ไม่สะสมเงินปันผล และมีส่วนรับความสูญเสียจากความเสียหายของธนาคารที่เกิดขึ้นได้ตามจริง โดยหากระดับเงินกองทุนขั้นที่1(CET1+Additional Tier1)ลดลงต่ำกว่า 5.12% จะต้องเกิดส่วนรองรับความสูญเสีย(loss absorption) ซึ่งก็คือเกิดส่วนสูญเสียขึ้นกับตราสารการเงินที่ธนาคารดำรงเป็นเงินกองทุน จากเดิมที่ความสูญเสียก็ต่อเมื่อธนาคารล้ม

ส่วนที่นับเป็นเงินกองทุน ขั้นที่ 2 จะกำหนดการชำระคืนไม่ต่ำกว่า 5 ปี และสะสมเงินปันผลได้ แต่ทั้งตราสารการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 และ 2 จะไม่มีการปรับผลตอบแทนให้สูงขึ้น(no step-up) โดยตามลักษณะเหล่านี้จะเห็นว่าความน่าสนใจของตราสารการเงินหรือหุ้นกู้ที่ ธนาคารจะเสนอขายมาเป็นเงินกองทุนอาจจะลดความน่าสนใจลงเพราะลูกค้าต้องรับ ความเสี่ยงสูงขึ้นนี้ ทำให้ธนาคารต้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจ หรืออาจจะออกเป็นหุ้นสามัญแทนได้ต้นทุนที่ต่ำกว่า

"แบงก์ก็ยังคงมี การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ แต่อาจต้องมีการชี้แจงอธิบายให้ผู้ลงทุนเข้าใจถึงความเสี่ยงที่มีมากขึ้น รวมถึงต้องเสนอดอกเบี้ยที่สูงขึ้น"

นายหยกพร กล่าวว่า  ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธปท. น่าจะมีการประกาศหลักเกณฑ์บาเซิล3 ที่ชัดเจนออกมา หลังจากที่มีการประกาศเกณฑ์บางส่วนออกมาบ้างแล้ว   แต่คาดว่าผลกระทบกับธนาคารจะมีอยู่จำกัด  เพราะธนาคารมีเวลาเตรียมตัวอยู่ค่อนข้างมาก และเงินกองทุนที่ธนาคารมีอยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นสามัญและกำไรสะสม และอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์บาเซิล3

อย่างไรก็ตาม  ต้องมีการติดตามเกณฑ์เพิ่มเติมของบาเซิล3 เพราะนอกจากเงินกองทุนเพื่อรองรับภาวะวิกฤติ (Conservation Buffer) 2.5% แล้วจะยังมีส่วนที่ทำให้ธนาคารต้องดำรงเงินกองทุนเพิ่มขึ้นอีกแต่ต้องรอว่า ธปท. จะประกาศระดับที่เหมาะสมที่เท่าไหร่คือเงินกองทุนรองรับช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น เพื่อรองรับผลกระทบในช่วงเศรษฐกิจขาลง(Countercyclical Buffer) ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเพิ่มอีกในสัดส่วน 0-2.5%

นอกจากนี้ ยังมีเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามมาตรการดูแลสถาบันการเงินที่มีความสำคัญต่อ ระบบ(Systemically Important Financial Institutions :SIFIs) ที่จะทำให้ธนาคารขนาดใหญ่มีภาระต้นทุนโดยเพิ่มเงินกองทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กว่าปกติอีก 1-2.5% ซึ่งในส่วนนี้ ธปท. ยังไม่กำหนดว่าจะมีธนาคารใดบ้างที่ต้องดำรงเงินกองทุนประเภทนี้ ซึ่งถ้าเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดมีผลต่อเศรษฐกิจมากก็คงหนีไม่ พ้น ซึ่ง ธปท.อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากธนาคารพาณิชย์ แต่ธนาคารก็จะมองว่าเกณฑ์นี้เหมือนเป็นการทำโทษ จึงอาจจะมีการต่อรองเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ      

นายหยกพร กล่าวในภาพรวมว่า สำหรับผลการบังคับใช้บาเซิล3 กับธนาคารพาณิชย์ จะทำให้การบริหารจัดการความเสี่ยงซับซ้อนขึ้น ต้องรองรับปัญหาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อใด ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้นจากการดำรงเงินกองทุนที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการสภาพคล่อง จำกัดการขยายธุรกิจบางประเทศ เช่น trade finance  ต้นทุนด้าน derivative products สูงขึ้น แต่จะสร้าง good corporate governance เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบ


สำนักงานบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : บาเซิล3 ต้นทุนพุ่ง แบงก์ชี้ ผลักภาระให้ลูกค้า

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view