http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,115,645
เปิดเพจ23,729,821

โลกการเงินยุโรป ปี 2013

โลกการเงินยุโรป ปี 2013




ต้นสัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวดีจากการประชุมผู้นำยุโรปว่า ได้มีข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับกรอบเวลาการจัดตั้งองค์กรกำกับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว
หรือ Single Supervisory Mechanism (SSM) เพื่อดูแลสถาบันการเงินกว่า 6,000 แห่งทั่วยุโรป ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานในธนาคารกลางยุโรป ตามด้วยนโยบายการเพิ่มทุนของธนาคารในยุโรป กลไกการช่วยเหลือ แบงก์ที่ต้องขายกิจการในช่วงวิกฤต และแผนการสร้างองค์กรประกันเงินฝาก ของธนาคารทั่วยุโรป อันจะเป็นพื้นฐานสำหรับการจัดตั้ง Banking Union ว่าด้วยการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินทั่วทั้งภูมิภาคยุโรปให้เป็นเอกภาพ ในลำดับต่อไป จากนั้นนำไปสู่สหภาพการเงินหรือ Monetary Union ในที่สุด แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวยังมีเงื่อนไขของนางแองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่ต้องการให้การช่วยเหลือสถาบันการเงินของไอร์แลนด์และสเปนต้องผ่านทางรัฐบาล กลางก่อนก็ตาม เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นนั้นควรจะมีผลต่อเหตุการณ์ในอนาคตเท่านั้น

บทความนี้ จึงขอนำเสนอแนวทางการจัดระเบียบสถาบันการเงินฉบับแบงก์ยุโรปของแท้ ที่เรียกกันว่า Liikanen Review ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ฉบับเบื้องต้นที่แนะนำให้แบงก์ในยุโรป ปฏิบัติตามเพื่อให้มีความเสี่ยงของระบบลดลงจากผลการศึกษาของคณะทำงานภายใต้การนำของ นายเอิร์กกิ ลิคาเนน ประธานธนาคารกลางของประเทศฟินแลนด์

ก่อนจะไปทำความรู้จักรายงานฉบับดังกล่าว ขอเกริ่นก่อนว่า เหตุใดสถาบันการเงินจึงมีความสำคัญต่อยุโรปเป็นอันมาก ในปี 2010 ขณะที่แบงก์สหรัฐมีขนาดสินทรัพย์อยู่ 8.6 ล้านล้านยูโร หรือประมาณร้อยละ 80 ของจีดีพี แบงก์ในสหภาพยุโรปมีขนาด 42.9 ล้านล้านยูโร หรือประมาณร้อยละ 350 ของจีดีพี รวมถึงครึ่งหนึ่งของแบงก์ขนาดใหญ่ที่สุด 30 แห่งมีสำนักงานใหญ่ อยู่ในสหภาพยุโรป ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าสถาบันการเงินในยุโรปจำเป็นต้องมี ความปลอดภัยกว่าในสหรัฐ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรายงานของลิคาเนนที่จะต้องทำให้ ภารกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จ

องค์ประกอบหลัก 4 ประการของรายงานฉบับดังกล่าวมี ดังนี้

หนึ่ง การล้อมรั้วกิจกรรมทางการเงินที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจ หรือ Ring-Fencing นั่นคือการแยกกิจกรรมของสถาบันการเงินที่การบริการมีความจำเป็นชนิดที่เศรษฐกิจ และประชาชนทั่วไปจะขาดเสียมิได้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของทางการอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะไม่ต้องใช้เม็ดเงินช่วยเหลือจากภาครัฐเมื่อเกิดวิกฤติขึ้น ซึ่งในรายงานฉบับนี้ กำหนดหลักเกณฑ์ว่าธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ของสถาบันการเงินเอง (Proprietary Trading) หรือกิจกรรมทางการซื้อขายหลักทรัพย์อื่นๆ ในส่วนใดที่ไม่ให้เกี่ยวข้อง กับธุรกิจของสถาบันการเงินที่เงินฝากได้รับการคุ้มครองจากสถาบันประกันเงินฝาก ดังรูป อันประกอบด้วย 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก หากขนาดของสินทรัพย์ในส่วนของการซื้อขายหลักทรัพย์ เกินกว่า ร้อยละ 15-25 ของสินทรัพย์ธนาคาร หรือ เกินกว่า 1 แสนล้านยูโร ให้ไปตรวจสอบ ขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่สอง การกำหนดว่าธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ จะต้องแยกออกจาก ธุรกิจของสถาบันการเงินที่ใช้แหล่งเงินจากเงินฝากได้รับการคุ้มครองจริงๆ หรือไม่ ด้วยการกำหนดอัตราส่วนขั้นต่ำของขนาดกิจกรรมดังกล่าวต่อสินทรัพย์ธนาคาร ซึ่งอาจจะมีอัตราที่ไม่เท่ากันตามระดับรายได้ต่างๆ ของสถาบันการเงิน

สอง จัดสรรเงินหรือตราสารหนี้ที่ใช้ในการช่วยเหลือแบงก์ที่จะล้มในช่วงเกิดวิกฤตหรือ "Bail-inable" Debt Instruments ให้ส่วนหนึ่งมาจากผลตอบแทนของผู้บริหารธนาคาร เพื่อให้ผู้บริหารมีแรงจูงใจที่จะระมัดระวังในการบริหารมิใช่เพียงบริหารให้ราคาหุ้นมี มูลค่าสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

สาม กฎเกณฑ์เสริมการดำรงเงินกองทุนสำหรับสินทรัพย์เพื่อการค้าและ อสังหาริมทรัพย์ของเกณฑ์การกำกับบาเซิลที่สถาบันการเงินใช้กันอยู่เกือบทั่วโลก ซึ่งมีผู้สันทัดกรณีหลายท่านวิจารณ์ว่ากฎเกณฑ์ทางการเงินในปัจจุบันประเมินระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์ทั้งสองประเภทต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งนี้ รายงานดังกล่าว แนะนำให้มีการเสริมเงินกองทุนให้กับสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มเติม

ท้ายสุด รายงานดังกล่าวยังมีคำแนะนำที่น่าสนใจไว้ปรับปรุงหลักธรรมาภิบาล ที่มีอยู่หลายประการ อาทิ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรายงานความเสี่ยง ของสถาบันการเงิน ให้มีความโปร่งใสยิ่งขึ้น

ผู้เขียนมีความเห็นต่อการศึกษาของลิคาเนน ดังนี้

ประการแรก ประเด็นที่รายงานดังกล่าวกล่าวถึงสินทรัพย์เพื่อการค้า และ อสังหาริมทรัพย์ว่าประเมินระดับความเสี่ยงต่ำเกินไปสำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน ผู้เขียนเห็นด้วยสำหรับสินทรัพย์ประเภทแรก ทว่าสำหรับสินทรัพย์ประเภทที่สองแล้ว เกณฑ์ปัจจุบันที่สถาบันการเงินเกือบทุกแห่งในเมืองไทยและทั่วโลกใช้อยู่ กำหนดให้หลักประกันประเภทที่ดิน ไม่สามารถใช้ลดความเสี่ยงให้กับ สินทรัพย์ของธนาคาร ผู้เขียนคิดว่ารายงานดังกล่าวมองถึงน้ำหนักความเสี่ยงปัจจุบัน ของอสังหาริมทรัพย์ว่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมากเกินไป

ประการที่สอง การใช้ "Bail-inable" Debt Instruments แม้ดูแล้วจะเหมือน เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เหล่าบรรดาผู้บริหารสถาบันการเงินดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบขึ้น เนื่องจากถ้าเกิดเจ๊งขึ้นมา เงินในกระเป๋าตนเองก็จะหายไปด้วย ทว่าในทางกลับกัน หากเป็นเช่นนี้ นายแบงก์ก็อาจมองเหมือนน้ำขึ้นให้รีบตัก โดยหากเป็นช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองก็จะรีบเร่งหารายได้เพื่อให้ตนเองมีรายได้เป็นเงินก้นถุง ของตนเองเผื่อว่าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ แล้วเกิดโชคร้ายธุรกิจของตนเองไปได้ไม่สวย เพื่อให้ในภาพรวมทั้งหมดตนเองมีรายได้สุทธิที่ยังสูงอยู่ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็จะเกิด Procyclicality ต่อเศรษฐกิจ นั่นคือ การปล่อยกู้ของสถาบันการเงินส่งเสริมให้ จีดีพีแกว่งตัวมากขึ้นกว่าเดิมในรอบวัฏจักรเศรษฐกิจหนึ่งๆ

ประการสุดท้าย รายงานฉบับนี้ อนุญาตให้แบงก์ที่มีขนาดเล็กไม่ต้องแยกกิจกรรม การซื้อขายหลักทรัพย์ออกจากธุรกิจหลักของธนาคาร อาจจะส่งผลให้เกิดศัพท์ "Too Small to Ignore" ในวิกฤตรอบต่อไปก็เป็นได้

โดยสรุป ผลการศึกษาของลิคาเนนฉบับนี้ มีเนื้อหาที่เหมาะกับโลกการเงินยุโรปหลังปี 2013 ซึ่งนับเป็นจิ๊กซอว์แรกๆ ของการแก้ปัญหายูโรที่ถือว่าเดินมาถูกทางครับ

หมายเหตุ หนังสือเล่มใหม่ด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “จิบกาแฟ ท่องเน็ต เล่นหุ้น...ก็รวยได้” วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ และติดตามประเด็น Fiscal Cliff เพิ่มเติมที่ www.facebook.com/MacroView และ bonthr.blogspot.com ครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : โลกการเงินยุโรป ปี 2013

view

*

view