http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,451
เปิดเพจ23,734,825

แผ่นดินนี้เป็นของใคร ?

แผ่นดินนี้เป็นของใคร ?

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


ในการตอบคำถามข้างต้น จะพบว่า คำตอบขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบของรัฐและการปกครอง เช่น ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy)









คำตอบตามหลักการและเหตุผลของระบอบมีความชัดเจนอย่างยิ่ง นั่นคือ แผ่นดินนี้เป็นของพระราชา และแผ่นดินของพระราชาก็คือ “ราชอาณาจักร” (kingdom) นั่นเอง ส่วนระบอบสาธารณรัฐ (republic) แผ่นดินหรือประเทศเป็นของพลเมืองทุกคนอย่างเท่าๆ กัน “สาธารณรัฐ” (republic) นี้มีรากจากภาษาละตินในสมัยโรมันว่า “res publica” อันหมายความถึง “เป็นของทุกๆ คนร่วมกันทั้งหมด” (belonging to all) ของทุกๆ อย่างไม่ว่าจะอยู่บน-หรือ-ในผืนแผ่นดินหรือล้อมรอบผืนแผ่นดินเป็นสมบัติของคนทุกคนที่มีสถานะของความเป็นพลเมืองในรัฐนั้น

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย พ.ศ. 2475 นั้น มีคำถามเกิดขึ้นตามมาว่า ตกลงแล้ว หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง “แผ่นดินนี้เป็นของใคร ?” เราจะพบว่า เมื่อพิจารณาถึงความต้องการของคณะราษฎรและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ รูปแบบการปกครองที่เป็นจุดมุ่งหมายของทั้งสองฝ่าย นั่นคือ ทั้งของฝ่ายเจ้าและของฝ่ายคณะราษฎร “ดูจะ” ต้องตรงกัน นั่นคือ ต้องการระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy)

ภายใต้ระบอบการปกครองใหม่ของไทย แน่นอนว่า “แผ่นดินไทย” ย่อมไม่ใช่ขององค์พระมหากษัตริย์ลำพังแต่ผู้เดียวอีกต่อไปเหมือนในสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ครั้นจะเป็นของพลเมืองทุกๆ คนอย่างเท่าเทียมกันเหมือนในระบอบสาธารณรัฐ ก็ไม่ใช่อีก ! เพราะระบอบการปกครองที่ตกลงกันได้ในการเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2475 ก็หาใช่ระบอบสาธารณรัฐไม่ ขณะเดียวกัน องค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ก็หาได้มีสถานะทางการเมืองเหมือนพลเมืองไทยทั่วไปไม่ “ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ” หรือ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เป็นระบอบการปกครองที่เกิดขึ้นครั้งแรกในยุโรป โดยมีอังกฤษและเดนมาร์กเป็นประเทศแรกๆ และมีประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่สืบทอดใช้ระบอบนี้ต่อมาจนปัจจุบัน ประเทศเหล่านี้ยังเรียกแผ่นดินหรือประเทศของพวกเขาว่า “ราชอาณาจักร” (kingdom) อยู่ ! แต่อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็ไม่ได้เป็นสิทธิ์ขาดของพระเจ้าแผ่นดินแต่ผู้เดียวอีกต่อไป

ในการพยายามตอบคำถามข้างต้น เราคงต้องพิจารณา ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 เพื่อที่จะดูว่า จะมีส่วนไหนในเจตนารมณ์ของคณะราษฎรที่ช่วยให้เราตอบคำถามได้ว่า ในความคิดของคณะราษฎร ระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ นอกจากแผ่นดินนี้ย่อมต้องเป็นของราษฎรแล้ว พระมหากษัตริย์ยังมีส่วนเป็นเจ้าของ “ราชอาณาจักร” อยู่หรือไม่ ? และอย่างไร ? และเราก็ควรทำการศึกษาว่า บางประเทศในยุโรปที่ใช้รูปแบบการปกครอง ในฐานะที่เป็นต้นแบบและผ่านปัญหาต่างๆ ทางการเมืองมาเป็นเวลายาวนานกว่าของเรา พวกเขามีหลักการและเหตุผลในการตอบคำถามดังกล่าวนี้อย่างไร ? หรือว่า คำถามนี้เป็นปัญหาที่ “ต้องดำรงอยู่อย่างคลุมเครือ” ในรูปแบบการปกครองแบบนี้ ตลอดไป ซึ่งความคลุมเครือนี้ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป

เนื้อหาในตอนท้ายของ ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 มีใจความตอนหนึ่งว่า “...ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ....รวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา”

จากข้างต้นมีข้อความที่น่าสนใจคือ “ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งตีความได้ว่า กษัตริย์ในระบอบการปกครองใหม่จะยังสามารถครอบครอง “ราชสมบัติ” ของพระองค์ต่อไปได้ แต่ไม่มีพระราชอำนาจและอาญาสิทธิ์ในทางการเมืองการปกครองใดๆ อีกต่อไป แต่ยังคงดำรงสถานะของการเป็นประมุขของรัฐ แต่จะทรงริเริ่มทำอะไรโดยพระองค์เองไม่ได้เลย แต่จะต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น

การที่กษัตริย์ในฐานะประมุขของรัฐไม่สามารถทำอะไรเองในทางการเมืองการปกครองได้ แต่จะทรงทำตามความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรบ่งชี้ให้เห็นว่า ในระบอบการปกครองใหม่นี้ สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจสูงสุดเหนือกษัตริย์ และสภามีอำนาจเหนือกษัตริย์ได้ก็เพราะสภาคือองค์ประชุมที่รวมเอาบุคคลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน นั่นคือ ได้รับมอบอำนาจทางการเมืองจากประชาชนชาวไทยทั้งหมดที่มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือสิทธิ์ทางการเมือง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ในระบอบการปกครองใหม่นี้ ปวงชนชาวไทยคือผู้มีอำนาจสูงสุด และมีอำนาจเหนือกษัตริย์ กิจการทางการเมืองต่างๆ เป็นเรื่องของปวงชนชาวไทยผ่านผู้แทนราษฎร ในแง่นี้ ตีความได้ว่า ในระบอบการปกครองใหม่นี้ เรื่องราวสาธารณะในแผ่นดินเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของกษัตริย์อีกต่อไป

ในแง่นี้ กษัตริย์ในระบอบการปกครองใหม่ย่อมเป็นเพียง “ตัวเชิด” หรือถ้าจะใช้ภาษาปากที่เพิ่งเกิดขึ้นจากวิกฤตการเมืองในรอบหกปีที่ผ่านมาก็คือ กษัตริย์เป็นเพียง “นอมินี” ของสภาผู้แทนราษฎร หรือกษัตริย์เป็นเพียง “นอมินี” ของปวงชนชาวไทยเท่านั้น ซึ่งการตีความว่าองค์พระมหากษัตริย์ในระบอบใหม่เป็นเพียง “ตัวเชิด” นี้ น่าสนใจว่า จะอยู่ในความหมายเดียวกันกับที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯทรงมีพระราชดำรัสตอบคณะราษฎรหรือไม่ ?

ดังเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯทรงยอมรับข้อเรียกร้องของคณะราษฎร โดยทรงมีพระราชหัตถเลขาตอบหนังสือกราบบังคมทูลว่า “ข้าพเจ้าเห็นแก่ความเรียบร้อยของอาณาประชาราษฎร์ ไม่อยากให้เสียเลือดเนื้อ กับทั้งเพื่อจัดการโดยละม่อมละไมไม่ให้ขึ้นชื่อว่าได้จลาจลเสียหายแก่บ้านเมือง และความจริงข้าพเจ้าก็ได้คิดอยู่แล้วที่จะเปลี่ยนแปลงทำนองนี้ คือมีพระเจ้าแผ่นดินตามพระธรรมนูญ จึงยอมรับที่จะเป็นตัวเชิด เพื่อให้คุมโครงการตั้งรัฐบาลให้เป็นรูปตามวิธีเปลี่ยนแปลงตั้งพระธรรมนูญโดยสะดวก...” !? การเป็น “ตัวเชิด” ก็คือ ยอมให้อ้างพระเจ้าแผ่นดินโดยผ่าน “พระปรมาภิไธย” นั่นเอง

แล้วการไม่เป็นเพียงตัวเชิด “เพื่อให้คุมโครงการตั้งรัฐบาลให้เป็นรูปตามวิธีเปลี่ยนแปลงตั้งพระธรรมนูญโดยสะดวก...” ในระบอบการปกครองใหม่ (กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ) กษัตริย์ควรจะมีสถานะบทบาทอย่างไร ? การกล่าวถึงการเป็นตัวเชิดของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯนั้น พระองค์ทรงมีนัยอะไร ? และมันได้สะท้อนถึงความเข้าใจที่แตกต่างกันต่อสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ” ของพระองค์กับของคณะราษฎรอย่างไร ?

หรือในระบอบการปกครองแบบนี้ กษัตริย์จะต้องเป็นเพียง “ตัวเชิด” หรือ “นอมินี” ของสภาผู้แทนราษฎร-ปวงประชามหาชนเท่านั้นเสมอไป ?! ถ้าเช่นนั้น คำตอบต่อคำถามที่ว่า ในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ “แผ่นดินนี้เป็นของใคร ?” ก็คือ “แผ่นดินนี้เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคนยกเว้นคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น นั่นคือ คนไทยที่เป็นกษัตริย์” ในขณะที่ระบอบสาธารณรัฐ “แผ่นดินนี้เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคนไม่มียกเว้น และระบอบนี้ก็ไม่มีกษัตริย์อีกต่อไป”


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : แผ่นดินนี้เป็นของใคร ?

view

*

view