หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,691
Page Views 23,555,289
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ปึ้งหนักใจคดีเขาพระวิหาร

ปึ้งหนักใจคดีเขาพระวิหาร

จาก โพสต์ทูเดย์

รมว.ต่างประเทศ ยอมรับหนักใจ คดีเขาพระวิหาร ห่วงคนไม่เข้าใจผลการตัดสินของศาลโลก เตรียมทีมทำความเข้าใจ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการเตรียม ความพร้อมของทีมไทยต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า เรื่องดังกล่าวต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน

1.การปฎิบัติตามคำสั่งเรื่องมาตรการชั่วคราวของศาลโลกคณะตัวแทนคณะทำงาน ร่วมไทย-กัมพูชา(เจดับเบิลยูจี) ได้หารือกันครั้งที่ 3ไปเมื่อวันที่ 17-19 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปคือให้สองฝ่ายพิสูจน์ทราบจุดเอ-บี-ซี-ดี ของพื้นที่เขตปลอดทหารชั่วคราวและร่วมกันเตรียมแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดภาย ในไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์2556 โดยจะเริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิดในไตรมาสแรกของปี 2556

2. เรื่องการยื่นขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาศาลกำหนดว่าจะนั่งบัลลังก์ฟังการ ชี้แจงด้วยวาจาครั้งสุดท้ายระหว่างวันที่15-19 เมษายนนี้ โดยคาดว่าหลังจากนั้นจะใช้เวลาอย่างน้อย 6เดือนจึงจะมีคำพิพากษาขณะนี้ได้หารือทีมที่ปรึกษากฎหมายต่างประเทศและกลั่น กรองท่าทีเบื้องต้นที่ได้จากการหารือเพื่อเสนอเป็นท่าทีให้ที่ประชุมคณะ รัฐมนตรีเห็นชอบก่อนที่จะไปชี้แจงต่อศาลนอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ตนจะไป ประชุมกับทีมทนายโดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้นายพงษ์เทพ เทพกาญจนารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะกำกับ ดูแลเรื่องกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายต่างๆ อาทิ คณะกรรมการกฤษฎีกาไปร่วมพูดคุยกับทีมทนายเพื่อรับฟังแนวทางชี้แจงในศาลครั้ง สุดท้าย อย่างไรก็ดีตนคงไม่เดินทางไปร่วมในการชี้แจงเดือนเมษายนนี้

3. กระทรวงการต่างประเทศจะเร่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณ ชนคนไทยเกี่ยวกับเรื่องปราสาทพระวิหารอย่างต่อเนื่องในปี 2556 โดยนอกจากการทำสารคดีและรายการต่างๆแล้วยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกระทรวงมหาดไทยว่าจะให้ผู้แทนกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่าง ประเทศ ไปร่วมอธิบายประเด็นปราสาทพระวิหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบเพื่อจะได้ นำไปถ่ายทอดต่อไปพร้อมกับทำเอกสารสรุปเพื่อแจกจ่ายประชาชนด้วย

สิ่งที่เราเกรงกลัวมากที่สุดคือหากศาลตัดสินไม่ถูกใจคนบางกลุ่มแล้วเกิด การชักจูงคนไปในทางที่ผิดจะส่งผลเสียอย่างยิ่งเพราะคำตัดสินของศาลโลกทุก ประเทศต้องยอมรับการขัดขืนจะทำให้ไทยอยู่ในสังคมโลกลำบากดังนั้นต้องทำความ เข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นมาว่ารัฐบาลที่แล้วทำอะไรจึงเป็นต้นเหตุ ให้กัมพูชาไปฟ้องศาลโลกยอมรับว่าหนักใจในคดีปราสาทพระวิหาร

แต่คิดว่ารัฐบาลก็ทำดีที่สุดแล้วองค์ประกอบในการสู้คดีใช้ทีมงานชุดเดิม ตลอดมีการเปลี่ยนแปลงแค่ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นมอง ตั้งแต่ตอนมารับตำแหน่งแล้วว่าคดีนี้มีแต่แพ้กับเสมอตัวคือถ้าแพ้ก็เสีย แต่ถ้าอยู่แบบเดิมคือปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาส่วนพื้นที่รอบปราสาทเป็น แบบเดียวกับปี 2505 ก็คือเสมอตัวเท่านั้นแต่คนที่อยู่ตามแนวชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาต้องอยู่กัน อย่างนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน ยิ่งในอนาคตที่เราก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเหมือนประชาคมยุโรปเรื่องเขตแดนแทบ จะไม่มีความหมายและไม่อยากเห็นการปะทะตามแนวชายแดนเกิดขึ้น เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านกันควรอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข ไม่อยากให้มีการแบ่งแยกอยากฝากไว้ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต้องยอมรับแต่หนักใจที่คนส่วนหนึ่งจะไม่เข้าใจเท่า นั้นเอง


“ปึ้ง” หนักใจ “พระวิหาร” ไม่แพ้ก็เสมอตัว โยนบาป “มาร์ค” โอดไม่อยากปลุกม็อบ

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

รองนายกฯ-รมว.ต่างประเทศเปรยคดีปราสาทพระวิหาร ไทยไม่แพ้เสียดินแดน ได้พื้นที่รอบปราสาทก็เสมอตัว ลุ้นศาลโลกพิพากษา หลังนั่งบัลลังก์ชี้แจงครั้งสุดท้าย เม.ย.นี้ เตรียมกล่อมผู้ว่าฯ ชี้แจงโยนบาปรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ทำเขมรปรี๊ดฟ้องศาลโลก โวไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เขตแดนคงไม่มีความหมาย ห่วงคนไม่เข้าใจทำม็อบประทุ แนะควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

       วันนี้ (1 ม.ค.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของทีมไทยต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า เรื่องดังกล่าวต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ1.การปฎิบัติตามคำสั่งเรื่องมาตรการชั่วคราวของศาลโลก ซึ่งคณะตัวแทนคณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา (เจดับเบิลยูจี) ได้หารือกันครั้งที่ 3 ไปเมื่อวันที่ 17-19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และได้ข้อสรุปคือ ให้สองฝ่ายพิสูจน์ทราบจุดเอ-บี-ซี-ดี ของพื้นที่เขตปลอดทหารชั่วคราว และร่วมกันเตรียมแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดภายในไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2556 โดยจะเริ่มเก็บกู้ทุ่นระเบิดในไตรมาสแรกของปี 2556
       
       2. เรื่องการยื่นขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษา ศาลกำหนดว่าจะนั่งบัลลังก์ฟังการชี้แจงด้วยวาจาครั้งสุดท้ายระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ โดยคาดว่าหลังจากนั้นจะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะมีคำพิพากษา ขณะนี้ได้หารือทีมที่ปรึกษากฎหมายต่างประเทศและกลั่นกรองท่าทีเบื้องต้นที่ ได้จากการหารือเพื่อเสนอเป็นท่าทีให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนที่จะ ไปชี้แจงต่อศาล นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ตนจะไปประชุมกับทีมทนาย โดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะกำกับดูแลเรื่องกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายต่างๆ อาทิ คณะกรรมการกฤษฎีกาไปร่วมพูดคุยกับทีมทนายเพื่อรับฟังแนวทางชี้แจงในศาลครั้ง สุดท้าย อย่างไรก็ดี ตนคงไม่เดินทางไปร่วมในการชี้แจงเดือนเมษายนนี้
       
       3. กระทรวงการต่างประเทศจะเร่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณ ชนคนไทยเกี่ยวกับเรื่องปราสาทพระวิหารอย่างต่อเนื่องในปี 2556 โดยนอกจากการทำสารคดีและรายการต่างๆ แล้ว ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า จะให้ผู้แทนกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศไปร่วมอธิบายประเด็น ปราสาทพระวิหารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ เพื่อจะได้นำไปถ่ายทอดต่อไป พร้อมกับทำเอกสารสรุปเพื่อแจกจ่ายประชาชนด้วย ซึ่งสิ่งที่เราเกรงกลัวมากที่สุดคือ หากศาลตัดสินไม่ถูกใจคนบางกลุ่มแล้วเกิดการชักจูงคนไปในทางที่ผิดจะส่งผล เสียอย่างยิ่ง เพราะคำตัดสินของศาลโลกทุกประเทศต้องยอมรับ การขัดขืนจะทำให้ไทยอยู่ในสังคมโลกลำบาก ดังนั้นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นมาว่ารัฐบาลที่แล้ว (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ทำอะไรจึงเป็นต้นเหตุให้กัมพูชาไปฟ้องศาลโลก
       
       ทั้งนี้ ยอมรับว่าหนักใจในคดีดังกล่าว แต่คิดว่า รัฐบาลก็ทำดีที่สุดแล้ว องค์ประกอบในการสู้คดีใช้ทีมงานชุดเดิมตลอดมีการเปลี่ยนแปลงแค่ตัว รมว.ต่างประเทศเท่านั้น มองตั้งแต่ตอนมารับตำแหน่งแล้วว่า คดีนี้มีแต่แพ้กับเสมอตัวคือ ถ้าแพ้ก็เสีย แต่ถ้าอยู่แบบเดิมคือปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ส่วนพื้นที่รอบปราสาทเป็นแบบเดียวกับปี 2505 ก็คือเสมอตัวเท่านั้น แต่คนที่อยู่ตามแนวชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาต้องอยู่กันอย่างนี้ไปชั่วลูก ชั่วหลาน ยิ่งในอนาคตที่เราก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเหมือนประชาคมยุโรป เรื่องเขตแดนแทบจะไม่มีความหมาย และไม่อยากเห็นการปะทะตามแนวชายแดนเกิดขึ้น เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านกันควรอยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข ไม่อยากให้มีการแบ่งแยก อยากฝากไว้ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต้องยอมรับแต่หนักใจที่คนส่วนหนึ่งจะไม่เข้าใจเท่า นั้นเอง
       
       นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐ อเมริกา (นาซา) อาจขอใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสภาพภูมิ อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้งว่า ทางนาซายังไม่ได้จัดสรรงบประมาณมาอีกหรือไม่ แต่รัฐบาลไทยมีความพร้อมแล้ว เพราะได้เปิดให้รัฐสภาอภิปรายทั่วไปและรับฟังคำชี้แจง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 เสร็จสิ้น ซึ่งตนคิดว่าไม่มีปัญหา แต่อาจต้องมีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนได้เข้าใจด้วยว่าไทยได้ ประโยชน์อะไร เพราะเรื่องนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้ไทย


ธรรมยาตราเปิดหมู่บ้านทวงคืนพระวิหาร

จาก โพสต์ทูเดย์

กลุ่มธรรมยาตรา ถือฤกษ์ปีใหม่เปิดหมู่บ้านเป็นศูนย์กลางเคลื่อนไหว เรื่องดินแดนเขาพระวิหาร

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่โรงนา หมู่ 4 บ้านโศกขามป้อม ตำบลภูผาหมอก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสมาน ศรีงาม แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มธรรมยาตราได้ถือฤกษ์ในวันปีใหม่ทำพิธีเปิดป้ายหมู่บ้าน สมัชชา ธรรมยาตราพิทักษ์สยาม ทวงคืนเขาพระวิหาร มณฑลบูรพา เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการต่อสู้เคลื่อนไหว และทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องของเขาพระวิหาร

ทั้งนี้ทางกลุ่มยังได้เดินทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเมื่อเดินทางถึงที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียม  ทางกลุ่มธรรมยาตราก็ได้เตรียมที่จะเดินทางขึ้นไปยังเขาพระวิหาร แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการสกัดไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่า ทางกลุ่มนั้นจะเดินทางขึ้นไปทำกิจกรรมต่อสู้เรื่องเขาพระวิหาร โดยการปักหลักพักค้างที่บริเวณบนผามออีแดง อย่างเช่นที่เคยทำมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 30 นาที ในการพูดคุยกับทางกลุ่มธรรมยาตรา เพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองก็ยินยอมให้ขึ้นไปได้ตามปกติ แต่ต้องทำตามระเบียนของทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยหลังจากที่ได้มีการพูดคุยตกลงกันนั้น ทางกลุ่มธรรมยาตราก็ยกเลิกที่จะเดินทางขึ้นไปบนเขาพระวิหารพร้อมทั้งได้เดิน ทางกลับกรุงเทพในเวลาต่อมา

นายสมาน กล่าวว่า กลุ่มธรรมยาตรา ได้เริ่มเคลื่อนไหวเรื่องของเขาพระวิหารโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ให้กับลูกหลาน ซึ่งเห็นว่าทุกฝ่ายต้องออกมาช่วยกันในเรื่องของการปกป้องดินแดน จะไปมัวอาศัยภาครัฐพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้

ล่าสุดสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเป็นปกติดี บรรยากาศด้านการท่องเที่ยวบนผามออีแดง นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางขึ้นชมความงามของธรรมชาติกันอย่างต่อเนื่อง


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ปึ้ง หนักใจ คดีเขาพระวิหาร

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view