หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,999,457
Page Views 23,564,554
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ค่าเงินขย่มแบงก์ชาติ

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

เป็นไปตามการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนักเศรษฐศาสตร์ทุกค่าย ที่ทำนายว่า ในปีนี้จะเกิดเงินทุนไหลเข้าล้นทะลักในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น จะใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

หลังปีใหม่เพียงไม่กี่วัน ค่าเงินบาทก็แข็งค่าทำลายสถิติ หลุดกรอบ 30 บาทลงมา วิ่งขึ้นลงอยู่ระหว่าง 29.70-29.95 บาท/เหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นการแข็งค่าที่เร็วเกินคาด ทุบสถิติค่าเงินแข็งค่าในรอบ 17 เดือน อันเป็นผลจากเงินร้อนต่างชาติที่แห่เข้ามาซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นของไทย รวมทั้งซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่โดนเงินทุนต่างชาติถล่ม แต่หลายประเทศในเอเชียโดนกันทั่วหน้า อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ จนต้องออกมาตรการสกัดเงินร้อนเหล่านี้

แน่นอนว่า ไทยจะเดือดร้อนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยการส่งออกไม่ต่ำกว่า 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ฉะนั้น

ในภาคผู้ประกอบการเอกชนเองก็กดดันที่จะให้ ธปท.ตรึงดอกเบี้ยระดับต่ำ และเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทให้อ่อนค่าเพื่อพยุงผู้ประกอบการส่งออก

ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาเรียกร้องให้ ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.75% ลงอีกเล็กน้อย เพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ส่งออก จากเงินบาทที่แข็งค่ามาก ซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 29.30-29.50 บาท/เหรียญสหรัฐ

ทางเอกชนมองว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าต่อเนื่องต่อไปอีก 23 เดือน โดยอาจจะไปแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 28 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบกับผู้ส่งออกอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่จะโดนกดดันให้ลดราคาสินค้าจากผู้ส่งออก เพื่อชดเชยรายได้ส่งออกที่สูญเสียไป

"ค่าเงินบาทไทยยังเป็นแนวโน้มที่ปรับตัวตามภูมิภาค แต่ของเราจะค่อนข้างแข็งค่ากว่าเพื่อน จึงอยากให้ ธปท.เข้ามาดูแลเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ควรจะปรับขึ้น หรือปรับลงอีกเล็กน้อย อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้เงินทุนต่างชาติที่มีผลตอบแทนต่ำไหลเข้ามาเพิ่มเติมในช่วงนี้" นายธนิตกล่าว

ผู้ประกอบการได้เรียกร้องให้รัฐบาลเห็นใจที่ได้รับผลกระทบ 3 เด้ง คือ 1.ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 2.ตลาดประเทศคู่ค้ายังมีแนวโน้มชะลอตัว เช่น ตลาดยุโรป จีน โดยคาดว่าการขยายตัวการส่งออกในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 9-12% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่อยู่ที่ 4% ซึ่งความต้องการซื้อที่ลดลงแต่ปริมาณการผลิตยังเท่าเดิมจะทำให้เกิดการแข่ง ขันกันอย่างดุเดือด และแข่งกันลดราคาสินค้า และ 3.ผลจากนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ขณะที่กำไรอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้มีผลประกอบการขาดทุน

ในขณะที่ ธปท.เองก็ต้องทำหน้าที่ประคับประคองทั้งเศรษฐกิจ ที่เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยส่งผ่านนโยบายการเงิน ทั้งการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงิน และอัตราเงินเฟ้อให้สมดุลและเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวมมากที่สุด

การจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะสกัดเงินไหลเข้า และรักษาระดับอัตราเงินเฟ้อไม่ให้สูง หรือทางเลือกที่จะลดดอกเบี้ย ก็ต้องรับมือกับภาวะเงินไหลเข้า และความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะขยับตัวสูงขึ้น

แต่การที่จะสกัดเงินไหลเข้าไม่ให้เข้ามาเก็งกำไรค่าเงินบาท ก็เป็นโจทย์ท้าทายของ ธปท. ครั้นที่จะประกาศแทรกแซงค่าเงินบาท ก็อยู่ในภาวะที่เสี่ยงเกินไปที่จะพลาดท่าให้กับนักเก็งค่าเงินระดับโลกที่ จ้องตาเป็นมัน เพราะรู้ฐานะของกระเป๋าเงิน ธปท.เป็นอย่างดี ที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดทุนสะสม 3.3 แสนล้านบาท ที่ยังแกะปมแก้ปัญหาตัวแดงไม่ได้

หาก ธปท.ประกาศจะเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทอย่างทุ่มหมดหน้าตัก ก็มีโอกาสที่เกิดปัญหากระเป๋าฉีก ก็จะยิ่งเข้าทางของนักเก็งกำไรมืออาชีพระดับโลก การที่จะสู้ศึกสงครามค่าเงินครั้งนี้ยากเกิน และต้องรอบคอบต้องอาศัยบทเรียนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การต่อสู้ค่าเงินบาทยิ่งมีโอกาสที่ทำให้ ธปท.ขาดทุนมากขึ้น

เมื่อดูงบดุลของ ธปท.ล่าสุดในเดือน ธ.ค. 2555 ก็ตอกย้ำว่า บัญชีฝ่ายกิจการธนาคาร ยังมีโอกาสที่จะเกิดผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาท และรายจ่ายดอกเบี้ยของ ธปท.ที่ยังคงสูงกว่ารายรับดอกเบี้ยจากการนำทุนสำรองไปลงทุนเนื่องจาก สถานการณ์อัตราดอกเบี้ยโลกยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศ

แต่ทว่า ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ที่ออกมาย้ำว่า ธปท.ยังไม่มีแผนออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่เกี่ยวข้องกับ อัตราแลกเปลี่ยนเป็นพิเศษ เพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ธปท.พยายามส่งสัญญาณปล่อยให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมาตลอด ซึ่งผู้ประกอบการก็ควรมีการดูแลความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนผ่านเครื่องมือ บริหารความเสี่ยงที่มีมากขึ้นในปัจจุบัน

นับจากนี้ไป ธปท.ก็กำลังเผชิญโจทย์ที่ท้าทายนโยบายการเงิน ทั้งการแก้ไขปัญหาการขาดทุน 3 แสนล้านบาท การรักษาเสถียรภาพค่าเงินที่จะการสร้างความสมดุลค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับ การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินในภูมิภาค และการสกัดนักเก็งกำไรค่าเงิน รวมถึงการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ ค่าเงินบาท ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย โดยที่ประเทศชาติไม่เสียหาย หรือสูญเสียความสามารถการแข่งขัน และที่สำคัญต้องผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามความต้องการของรัฐบาล

นี่คือ ความยากในการวัดฝีมือการบริหารนโยบายการเงินของ ธปท. หากทำไม่ได้เรื่องนี้จะกลายเป็นเผือกร้อนที่รัฐบาลโยนให้ ธปท.ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ค่าเงิน ขย่มแบงก์ชาติ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view