http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,118,997
เปิดเพจ23,733,314

หนี้สาธารณะของไทย

หนี้สาธารณะของไทย

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




การถกเถียงกันเกี่ยวกับการออกกฎหมายเพื่อกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลเพื่อปรับโครงสร้างระบบการขนส่งของประเทศไทยนั้น

ฝ่ายที่คัดค้านนโยบายของรัฐบาลมีข้อกังวล 3-4 ข้อ โดยข้อที่สำคัญที่สุด 2 ข้อคือกลัวปัญหาคอร์รัปชันและการสร้างหนี้สินให้ลูกหลาน ผมขอนำเอาตัวเลขเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของไทยในอดีตมาเปรียบเทียบเพื่อชี้ให้เห็นว่าเราควรจะเป็นห่วงเรื่องหนี้สาธารณะมากน้อยเพียงใด สำหรับผมนั้นมีความเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเป็นห่วงมาก หากพิจารณาจากประสบการณ์ของไทยในอดีต ตรงกันข้ามผมจะเป็นห่วงมากกว่าหากรัฐบาลอยู่เฉยๆ ไม่ลงทุนอะไรเลย

ครั้งนี้ต้องขอนำเสนอตัวเลขเป็นจำนวนมากกว่าปกติเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ ดังปรากฏในตารางข้างล่างซึ่งผมได้เปรียบเทียบหนี้สาธารณะ หนี้สาธารณะต่อจีดีพี และการขยายตัวของจีดีพีและการส่งออก ทั้งนี้ตัวเลขหนี้สาธารณะปี 1981-1995 เป็นข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ขณะที่ข้อมูลตั้งแต่ปี 1996-ปัจจุบันเป็นข้อมูลปรับใหม่ของสำนักหนี้

จะเห็นได้ว่าโดยปกติแล้วหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้น น้อยครั้งที่จะลดลง ตัวอย่างเช่นในช่วง 32 ปีที่ผ่านมามีเพียง 5 ปีเท่านั้นที่หนี้สาธารณะลดลงเล็กน้อย (ปี 1989, 1990, 1991 และปี 2006 และ 2007) ซึ่งเป็นช่วงที่มีเหตุการณ์ผิดปกติทางการเมือง เช่นการเข้ายึดครองคูเวตของอิรักและการปฏิวัติในไทยในปี 1990-1991 ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุให้กลไกของรัฐชะงักงันและใช้จ่ายงบประมาณต่ำกว่าปกติก็ได้ ในภาพรวมนั้นต้องสรุปว่าหนี้สาธารณะของไทยในทศวรรษ 80 เพิ่มขึ้น 170% และในทศวรรษ 90 เพิ่มขึ้น 370% (เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ 1997 ที่ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาแบกรับความเสียหายของสถาบันการเงิน) ขณะที่ในช่วง 2001-2010 เพิ่มขึ้นเพียง 44% (จาก 2.9 ล้านล้านในปี 2001 มาเป็น 4.2 ล้านล้านในปี 2010) ดังนั้นจึงสรุปได้ว่ารัฐบาลในช่วงดังกล่าวก่อหนี้เพิ่มน้อยที่สุดในรอบ 30 กว่าปีที่ผ่านมา จากปี 2010-2012 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอีก 9 แสนล้านบาท รวมแล้วในช่วง 2001-2012 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 68% น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะในอดีตมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทุนของภาครัฐลดลงอย่างมากเมื่อคิดเป็นสัดส่วนของจีดีพี

แต่หากมองตัวเลขมูลค่าหนี้สาธารณะแล้วก็สามารถสร้างความกังวลให้เกิดขึ้นได้โดยง่าย เพราะสามารถพูดได้ว่าหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 230,957 ล้านบาท ในปี 1981 มาเป็น 4.937 ล้านล้านบาทในปี 2012 หรือเพิ่มขึ้น 2,000% แต่ผมเชื่อว่าคนไทยไม่ได้รู้สึกว่าได้รับผลกระทบในทางลบหรือมีภาระเพิ่มขึ้นแต่อย่างใดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ตรงกันข้ามส่วนใหญ่น่าจะได้เห็นความเจริญของประเทศที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่องและคุณภาพชีวิตของทุกคนที่ปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นมาโดยตลอด เว้นแต่ช่วงวิกฤติในบางปี เช่น 1984-1985 และ 1997-1998 เป็นต้น

จะเห็นอย่างชัดเจนว่าช่วงที่เรารู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดีนั้นก็เป็นช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำและการส่งออกติดลบ เช่น ช่วง 1983-1985 (ทำให้ต้องลดค่าเงินบาท) และ ช่วง 1996-1997 (ซึ่งเกิดวิกฤติค่าเงินบาทเช่นกัน) กล่าวคือประเทศไทยมิได้เผชิญกับปัญหาการคลังจนทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงที่การคลังมีปัญหาอย่าง คือ 1980-1985 ทำให้รัฐบาลต้องขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟและรัดเข็มขัดทางการคลัง โดยถูกซ้ำเติมจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวอย่างกระท่อนกระแท่น ทำให้ต้องลดค่าเงินบาทในปี 1985 และจากนั้นเป็นต้นมาเศรษฐกิจไทยก็ดีวันดีคืน จีดีพีขยายตัวเฉลี่ย 9.5% ในช่วง 1987-1996 ซึ่งเป็นช่วงที่หนี้สาธารณะเกือบจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ไม่ใช่เพราะรัฐบาลไม่ได้ใช้เงินเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะการขยายตัวของเศรษฐกิจทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากและไม่จำเป็นต้องขาดดุลงบประมาณ ที่สำคัญคือหนี้สาธารณะต่อจีดีพีปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 52.8% ของจีดีพีในปี 1986 มาเหลือเพียง 15.3% ของจีดีพีในปี 1996

ช่วงที่หนี้สาธารณะเพิ่มมากที่สุดคือเมื่อเกิดวิกฤติทางการเงิน ทำให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างมากและสถาบันการเงินล้มละลาย ส่งผลให้จีดีพีหดตัวติดต่อกัน 2 ปี (1997-1998) และหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 685,230 หรือ 15.3% ของจีดีพีมาเป็น 2.94 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2002 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลรับภาระต่างๆ จากวิกฤติเศรษฐกิจรวมทั้งหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.1 ล้านล้านบาทด้วย ซึ่งสาเหตุหลักของวิกฤติเกิดจากความผิดพลาดของนโยบายการเงินและการกู้เงินเกินตัวของภาคเอกชน

จึงสรุปได้ว่าสำหรับหนี้สาธารณะนั้น

1. มูลค่าหนี้สาธารณะมีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่ลดลง แต่จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนตราบใดที่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี

2. ช่วง 10-12 ปีที่ผ่านมานั้นหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าช่วงทศวรรษ 80 และ 90 ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลลดสัดส่วนการลงทุนลง

3. ภาระหนี้สาธารณะนั้นควรนำไปเปรียบเทียบกับจีดีพีหากสัดส่วนต่ำกว่า 50% ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่การกดสัดส่วนนี้ให้ต่ำควรเกิดจากการขยายตัวที่ดีของเศรษฐกิจไม่ใช่การรัดเข็มขัดทางการคลัง ซึ่งหากต้องทำก็แปลว่าเศรษฐกิจเข้าขั้นวิกฤติแล้ว

4. หากไม่อยากมีภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากก็ควรระวังเรื่องนโยบายการเงินและการธนาคารมากกว่า

ครั้งหน้าผมจะเขียนถึงประโยชน์ที่คาดหวังจากการลงทุน 2 ล้านล้านของรัฐบาลครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หนี้สาธารณะของไทย

view

*

view