http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ไขปมเงินให้กู้ 30 ล้าน ชนวนข่าวอุบัติเหตุ ยิ่งลักษณ์ ตกเก้าอี้นายกฯ

ไขปมเงินให้กู้ 30 ล้าน ชนวนข่าวอุบัติเหตุ“ยิ่งลักษณ์”ตกเก้าอี้นายกฯ

จากสำนักข่าวอิสรา

ไขปม“อุบัติเหตุ”ทางการเมือง กรณีเงินให้กู้ยืม 30 ล้าน“อนุสรณ์ อมรฉัตร”สามีนอกสมรส ชนวนข่าวสะพัด“ยิ่งลักษณ์”ถูก ป.ป.ช.เชือดตกเก้าอี้นายกฯ?

กระแส ข่าวที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับการลาออก ของนายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดทางให้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (ภรรยานายเกษมทำงานบริษัทเอ็มลิงค์ของนางเยาวภา) น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงรับสมัครเลือกตั้งเข้ามารับตำแหน่ง ส.ส.ที่ว่างแทน 

โดย ระบุว่าเป็นการเตรียมการรับมือของพรรคเพื่อไทย กรณีเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอันเนื่องมาจากถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลในเรื่องเงินให้กู้ยืม 30 ล้านบาท นางเยาวภา พี่สาวน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเข้ามารับตำแหน่งนายกฯแทนน้องสาว

ไม่ว่ากรณีเงินให้กู้ยืม 30 ล้านบาท จะทำให้เกิด “อุบัติเหตุ”ทางการเมืองหรือไม่ ?

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ซึ่งนำเสนอเรื่อง เงินให้กู้ยืมของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาตั้งแต่ต้น อธิบายความเป็นมาดังนี้

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อวันที่ 2 ส.ค.2554 และกรณีรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันที่ 10 ส.ค.2554 ระบุว่ามีเงินให้กู้ยืม 2 รายการรวม 110,301,369.86 บาท แบ่งเป็น

1.นายพายัพ ชินวัตร พี่ชาย จำนวน 80,301,369.86 บาท ระบุวันให้กู้ยืม 22 มีนาคม 2549

2.บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จำนวน 30,000,000 บาท แบ่งเป็น

วันที่ 6 ตุลาคม2549 จำนวน 20,000,000 บาท

วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

รายการ แรกที่ให้นายพายัพกู้ยืมนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า อยู่ระหว่างการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล16390/2551 คดีหลายเลขแดงที่ ล 13430/2552 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แสดงสำเนาสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.ด้วย

เงินให้กู้ยืมรายการที่สอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แสดงเอกสารประกอบได้แก่ ตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ

ฉบับ แรกเลขที่ 01/2549 วันที่ 6 ตุลาคม 2549 ออกตั๋ว ณ สำนักงานเลขที่ 73 ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ (อาคารเอ็มลิงค์) ผู้ออกตั๋ว บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด โดย น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม สัญญาจะจ่ายเงิน จำนวน 20,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารงกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จ่ายเงินตามตั๋วให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อทวงถาม สถานที่ใช้เงิน ณ บ้านเลขที่ 38/9 หมู่ที่ 9 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

ฉบับที่ 2 เลขที่ 01/2550 วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก

ฉบับที่ 3 เลขที่ 02/2550 วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกและฉบับที่สอง

น่า สังเกตว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับแม้ลงวันที่ออกตั๋วและจำนวนเงินต่างกันแต่รูปแบบ ถ้อยคำ ข้อความรายละเอียดเหมือนกันแทบทุกประการ

ทว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด (มีฐานะขาดทุนหลายปีติดต่อกัน) ไม่ได้ลงรายการเงินให้กู้ยืมในบัญชีงบดุล ปี 2549 (ตามที่อ้างว่ามีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินวันที่ 6 ตุลาคม 2549 จำนวน 20 ล้านบาท) หากแต่มีการนำมาลงในบัญชีงบดุลปี 2550 จำนวน 30 ล้านบาท

ทั้ง นี้ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้ตรวจสอบหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ปี 2549 (น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีเงินให้กู้ 20 ล้านบาท) ระบุว่า มีรายการ “เงินกู้ยืมระยาว” 1 รายการ เป็นเงิน 29,664,530 บาท

“เงินกู้ยืมระยาว” ดังกล่าว หมายเหตุประกอบงบการเงินระบุว่า

“เงิน กู้ระยะยาวเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารในประเทศแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ในการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ มีกำหนดชำระคืนเสร็จสิ้นภายใน 120 เดือน เดือนละ 362,000 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 โดยจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของบริษัท,บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และบุคคลอื่น และค้ำประกันโดยกรรมการและบุคคลอื่น โดยมีอัตราดอกเบี้ยดังนี้…”

“เงิน กู้ยืมจากกรรมการ” 1 รายการ เป็นเงิน 33,678,142 บาท (บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มี น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ เป็นกรรมการ) ระบุว่า “เป็นเงินกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย บริษัทกู้เพื่อใช้หมุนเวียนภายในกิจการและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน”

เห็น ได้ว่า ไม่มีรายการ “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น” ขณะที่ในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงต่อ ป.ป.ช. กลับระบุว่า ปีนี้มีเงินกู้ยืม 20 ล้านบาท

ขณะเดียวกันสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจสอบ หมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2550 พบว่ามีรายการ “เงินกู้ยืม” 2 รายการ

1. เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 5,319,207 บาท (ปี 2549 มีจำนวน 29,664,530 บาท)

2. เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น 30,000,000 บาท ระบุว่าคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี

ส่วน“เงิน กู้ยืมระยะยาวจากกรรมการ” มิได้ระบุจำนวนไว้ (ปี 2549 ระบุจำนวน 33,678,142 บาท) กล่าวแต่เพียงว่า “เป็นเงินกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย บริษัทกู้เพื่อใช้หมุนเวียนภายในกิจการและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน”

น่า สังเกตว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับ “ตั๋วสัญญาใช้เงิน”ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช.ระบุว่า มีเงินให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กู้ยืม วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท และ วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท รวม 10 ล้านบาท

ล่า สุดสำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบว่า เงินให้กู้ยืมจำนวน 30ล้านบาท อาจนำมาลงในงบการเงินปี2550  เพราะรอบงบการเงินปี 2549บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ สิ้นสุดวันที่ 30เมษายน 2549  กรณีนี้เมื่อเงินให้กู้ยืมเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2549 และมีนาคม2550 จึง ต้องนำบันทึกไว้ในปีถัดมา คือปี 2550

อย่างไรก็ตาม กรณี นี้ ถ้ามีคนร้องต่อ ป.ป.ช. และพิสูจน์ได้ว่า “วันเวลา”ที่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด อ้างว่าได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ วันที่ 6 ตุลาคม 2549 ,วันที่ 9 มีนาคม 2550 และ วันที่ 13 มีนาคม 2550 แท้จริงแล้วทำขึ้นวันเดียวกัน และการกู้ยืมดังกล่าวก็มิได้ตรงกับที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงิน (ในกรณีอ้างว่ามีการกู้ยืมกันจริง) แสดงว่าไม่มีการให้กู้ยืมกันจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจเข้าข่ายแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบด้วยถ้อยคำและข้อความอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. เหมือนกรณีเงินกู้ 45 ล้านบาทของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ (กรณีของ พล.ต.สนั่นเป็นการกู้ยืมบุคคลอื่น)ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือ“อุบัติเหตุ”ทางการเมืองนั่นเอง

แต่ การที่จะพัฒนาไปสู่จุดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญที่ว่า ป.ป.ช.รับตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ และถ้ารับตรวจสอบแล้ว “ข้อเท็จจริง”ที่ได้เป็นอย่างไร?

ล่า สุดนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ให้แถลงเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556 ยอมรับว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สิน เรื่องยังไม่ถึงกรรมการ ป.ป.ช.

เพราะฉะนั้นถ้าเกิด “อุบัติเหตุ” อาจไม่ใช่ในเวลานี้ ต้องติดตามผลกันต่อไป


พลิก 5 ปมเงื่อน“เงินให้กู้”30 ล้าน“ยิ่งลักษณ์”-ดอกเบี้ยจุดชี้ขาด

จากสำนักข่าวอิสรา

ย้อนรอย 5 ปมเงื่อนเงินปล่อยกู้ 30 ล้าน“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”เทียบตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ-หลักฐานบัญชีงบการเงิน“ลูกหนี้” เท็จ-จริง ไฮไลท์การชำระ“ดอกเบี้ย”

การ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกา รุทจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีเงินให้กู้ยืมเงิน 30 ล้านบาท โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับเป็นหลักฐาน อาจทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นตำแหน่งนายกฯ ถ้ากระบวนการตรวจสอบได้ข้อเท็จจริงว่าไม่มีการกู้ยืมกันจริง 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranwes.org) เทียบตั๋วสัญญาใช้เงินของเจ้าหนี้ (น.ส.ยิ่งลักษณ์) เอกสารการบันทึกทางบัญชีงบการเงินของลูกหนี้ (บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด) และการตรวจสอบเอกสารสาธารณะสรุปเงื่อนปมให้เห็นอีกครั้งดังนี้

1.น.ส. ยิ่งลักษณ์ ระบุว่ามีเงินให้ บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กู้ยืม จำนวน 30 ล้าน บาท จากการตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ก่อนให้กู้ยืมเงิน บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีผลประกอบการขาดทุนหลายปีติดต่อกัน โดยปี 2547 รายได้ 2,299 บาท ขาดทุนสุทธิ 1,092,691 บาท ปี 2548 รายได้ 1,325,779 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,299,859 บาท ปี 2549 รายได้ 8,036,772 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,575,493 บาท สินทรัพย์ 57,844,481 บาท รายงานผู้สอบบัญชีได้ระบุข้อให้สังเกตในหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ข้อ 9)ว่า

“ณ วันที่ 30 เมษายน 2550 และ 2549 บริษัทมีผลขาดทุนสะสมเกินทุนจำนวน 12.2 ล้านบาทและ 6.9 ล้านบาทตามลำดับ”

หลัง จากให้กู้ยืมเงินแล้วก็ยังมีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกันทุกปี กระทั่งปี 2553 ขาดทุนสะสม 31,403,779 บาท มีหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 40,351,659 บาท

หากมีการพิเคราะห์สถานะของ ลูกหนี้ การปล่อยกู้ให้บริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนติดต่อกัน ในทางธุรกิจ “สุ่มเสี่ยง”อย่างมาก?

2.เงินให้กู้ยืมดังกล่าวแบ่งเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ “ลงวันที่ต่างกัน”

วันที่ 6 ตุลาคม2549 จำนวน 20,000,000 บาท

วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

รูป แบบของตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ แม้ลงวันที่ออกตั๋ว จำนวนเงินต่างกัน แต่ ถ้อยคำ ข้อความรายละเอียดเหมือนกันแทบทุกประการ กล่าวคือ

ฉบับ แรกเลขที่ 01/2549 วันที่ 6 ตุลาคม 2549 ออกตั๋ว ณ สำนักงานเลขที่ 73 ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ (อาคารเอ็มลิงค์) ผู้ออกตั๋ว บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด โดย น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม สัญญาจะจ่ายเงิน จำนวน 20,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จ่ายเงินตามตั๋วให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อทวงถาม สถานที่ใช้เงิน ณ บ้านเลขที่ 38/9 หมู่ที่ 9 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

ฉบับที่ 2 เลขที่ 01/2550 วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก

ฉบับที่ 3 เลขที่ 02/2550 วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกและฉบับที่สอง

เป็นไปได้หรือไม่ที่ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับทำขึ้นวันเดียวกันแต่ลงวันที่ต่างกัน?

3.ช่วงเวลาในการกู้ยืมเงิน ข้อมูลจากตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับระบุว่า

วันที่ 6 ตุลาคม2549 จำนวน 20,000,000 บาท

วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5,000,000 บาท

เท่ากับในรอบปี 2549 มีการกู้ยืม 20 ล้านบาท ปี 2550 อีก 2 ครั้ง 10 ล้านบาท

แต่ ถ้าดูจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ปี 2549 ระบุว่า มีรายการ “เงินกู้ยืมระยาว” 1 รายการ เป็นเงิน 29,664,530 บาท

หมายเหตุประกอบงบการเงินระบุว่า

“เงิน กู้ระยะยาวเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารในประเทศแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ในการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ มีกำหนดชำระคืนเสร็จสิ้นภายใน 120 เดือน เดือนละ 362,000 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 โดยจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของบริษัท,บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และบุคคลอื่น และค้ำประกันโดยกรรมการและบุคคลอื่น”

“เงิน กู้ยืมจากกรรมการ” 1 รายการ เป็นเงิน 33,678,142 บาท (บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มี น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ เป็นกรรมการ) ระบุว่า “เป็นเงินกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย บริษัทกู้เพื่อใช้หมุนเวียนภายในกิจการและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน”

ไม่ ปรากฏว่ามีรายการ “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น”แต่อย่างใด (ขณะที่ในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แสดงต่อ ป.ป.ช. กลับระบุว่า ปีนี้มีเงินกู้ยืม 20 ล้านบาท)

ขณะที่ยอดเงินให้ “กู้ยืมจากบุคคลอื่น 30 ล้านบาท”กลับมาถูกบันทึกไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2550

ซึ่งในปีงบการเงิน 2550 มีรายการ “เงินกู้ยืม” 2 รายการ

1. เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 5,319,207 บาท (ปี 2549 มีจำนวน 29,664,530 บาท)

2. เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น 30,000,000 บาท ระบุว่าคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี

ส่วน“เงิน กู้ยืมระยะยาวจากกรรมการ” มิได้ระบุจำนวนไว้ (ในปี 2549 ระบุจำนวน 33,678,142 บาท) กล่าวแต่เพียงว่า “เป็นเงินกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย บริษัทกู้เพื่อใช้หมุนเวียนภายในกิจการและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน”

เห็นได้ว่ายอดเงิน“กู้ยืมจากบุคคลอื่น 30 ล้านบาท”มาปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2550

ประเด็น นี้ จากการตรวจสอบรอบบัญชีงบการเงิน บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2549 เมื่อเงินให้กู้ยืมเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2549 และมีนาคม2550 จึงเป็นไปได้ต้องนำบันทึกไว้ในถัดมา คือปี 2550

4.อัตราดอกเบี้ย เงินให้กู้ยืมจำนวน 30 ล้านบาท ในตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ ระบุว่า

“ดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย”

ทว่าบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัดกลับบันทึกในหมายเหตุประกอบงบการเงิน แต่ละปี “ไม่ตรงกัน” กล่าวคือ

หมายเหตุประกอบงบการเงินวันที่ 30 เมษายน 2550 ระบุ “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี”

หมายเหตุประกอบงบการเงิน วันที่ 30 เมษายน 2551 ระบุว่า “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี”

หมายเหตุประกอบงบการเงิน วันที่ 30 เมษายน 2552 ระบุว่า “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1-3 ต่อปี”

หมายเหตุประกอบงบการเงิน วันที่ 30 เมษายน 2553 ระบุว่า “คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 -1 ต่อปี (ปี 2552:ร้อยละ 1-3 ต่อปี)”

หมายเหตุประกอบงบการเงิน วันที่ 30 เมษายน 2554 ระบุว่า “คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน”

เห็น ได้ว่า อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมเงิน 30 ล้านบาท “คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน” (ตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงิน) กับอัตราดอกเบี้ยที่มีการบันทึกในหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด เพิ่งมีอัตราดอกเบี้ย“ตรงกัน” คือ “คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน” เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2554

และ ถ้าดู “ดอกเบี้ยจ่าย” ที่ปรากฏในงบกำไรขาดทุนของบริษัทพบว่า มีตัวเลขสูงสุดในช่วงปี 2550 จำนวน 1,199,203 บาท ต่ำสุดในช่วงปี 2553 จำนวน 281,712 บาท (ดูตาราง)

น่าสังเกตว่า ระหว่าง ปี 2552-2553 อัตราดอกเบี้ยค้างจ่ายแตกต่างกันค่อนข้างมาก

5.สำนัก งานใหญ่ บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด แจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งอยู่เลขที่ 73 อาคารเอ็มลิงค์ ชั้น 5 ซอยสุขุมวิท 62 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

ผู้ สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา เดินทางไปตรวจสอบ (www.isranwes.org) ที่ชั้น 5 อาคารเอ็มลิงค์ ไม่พบป้ายชื่อที่ตั้งบริษัท บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กลับเป็นสถานที่ตั้ง บริษัท พอร์ทัลเน็ท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท เอ็ม ลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ล่า สุดในเอกสารของบริษัทปี 2554 บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด แจ้งว่าได้เพิ่มสำนักงานสาขา 2 แห่ง แห่งแรก เลขที่ 200 หมู่ที่ 7 ถนนบาง- ตราด ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แห่งที่สอง เลขที่ 61/1 หมู่ ที่ 7 ถนนบาง- ตราด ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แต่ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่

น่าสังเกตว่า การที่บริษัทแจ้งว่ามีสำนักงาน สาขา 2 แห่ง แต่กลับไม่ปรากฏตัวตนสำนักงานใหญ่ชัดเจน

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.


บริษัท“อนุสรณ์”สามี-ลูกหนี้“ยิ่งลักษณ์”แจ้งขาดทุน 39 ล้าน

จากสำนักข่าวอิสรา

บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ ของ“อนุสรณ์ อมรฉัตร”สามี-ลูกหนี้นายกฯยิ่งลักษณ์ ส่งงบการเงินปีล่าสุด ขาดทุนสุทธิกว่า 4 ล้าน ขาดทุนสะสม 39 ล้าน หนี้สิน 32.6 ล้าน 

บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นลูกหนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จำนวน 30 ล้านบาท มีผลประการขาดทุนสะสมกว่า 39 ล้านบาท 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ได้ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผลประกบการปีล่าสุด (รอบปี 30 เมษายน 2555) แจ้งว่า ปี 2555 มีรายได้ 5,997,551 บาท ขาดทุนสุทธิ 4,337,239 บาท สินทรัพย์ 38,370,256 บาท หนี้สิน 32,634,179 บาท ขาดทุนสะสม 39,263,923 บาท

ในงบดุลระบุ หนี้สิน จำนวน 32,634,179 บาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้เงินกู้ยืมระยะยาว 30 ล้านบาท (ดูตาราง)

ผู้ ถือหุ้น บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2555 นาย อนุสรณ์ อมรฉัตร 4,010,000 หุ้น (89.11%) นางสาว นัทธฤทัย คล่องคำนวณการ 163,333 หุ้น (3.62%) นางสาว สอางทิพย์ อมรฉัตร นางสาว สุมิตรา อิงคผาติ 163,332 หุ้น (3.62%) จากจำนวนทั้งหมด 4,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท

(อ่านประกอบ : พลิก 5 ปมเงื่อน“เงินให้กู้”30 ล้าน“ยิ่งลักษณ์”-ดอกเบี้ยจุดชี้ขาด
http://www.isranews.org/investigate/item/20074-ปมเงื่อน.html)


เปิดกระเป๋าบริษัท“อนุสรณ์”ก่อนกู้“ยิ่งลักษณ์”ขาดทุน 8 ปี-หนี้ 64.8 ล้าน

จากสำนักข่าวอิสรา

เจาะละเอียดสถานะทางบัญชี บ.แอ็ด อินเด็กซ์ ก่อนทำสัญญากู้เงิน“ยิ่งลักษณ์”30 ล้าน ขาดทุนหลายปีติด หนี้ 64.8 ล้าน รายงานผู้สอบบัญชีระบุ ขาดทุนสะสมเกินทุน 6.9 ล้าน

บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีหนี้สินกว่า 64.8 ล้านบาท ขาดทุนสะสมเกินทุน 6.9 ล้าน ก่อนกู้ยืมเงิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จำนวน 30 ล้านบาท ในช่วงปี 2549-2550

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจ สอบงบการเงิน บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ระบุว่า ก่อนให้กู้ยืมเงิน บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มีผลประกอบการขาดทุนหลายปีติดต่อกัน (2542-2550 ขาดทุน 8 ปี) 

ปี 2549 มีรายได้ 8,036,772 บาท รายจ่าย 9,138,422 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,575,493 บาท ขาดทุนต่อหุ้น 5.15 บาท สินทรัพย์ 57,844,481 บาท หนี้สิน 64,839,095 บาท ขาดทุนสะสม (ยังไม่ได้จัดสรร) 11,994,614 บาท (ดูตาราง)

ปี 2550 (ขณะได้รับเงินกู้แล้ว) มีรายได้ 4,918,100 บาท รายจ่าย 8,973,180 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,254,283 บาท ขาดทุนต่อหุ้น 10.51 บาท สินทรัพย์ 50,479,365 บาท หนี้สิน 62,728,262 บาท

รายงานผู้สอบบัญชีได้ระบุข้อให้สังเกตในหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ข้อ 9)ว่า

“ณ วันที่ 30 เมษายน 2550 และ 2549 บริษัทมีผลขาดทุนสะสมเกินทุนจำนวน 12.2 ล้านบาท และ 6.9 ล้านบาทตามลำดับ”

ทั้ง นี้ การปล่อยเงินกู้ 30 ล้านบาท ทำเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ (มีถ้อยคำ ข้อความรายละเอียดเหมือนกันแทบทุกประการ) งวดแรกวันที่ 6 ตุลาคม 2549 จำนวน 20 ล้าน บาท งวดที่สองวันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้าน บาท และงวดที่ 3 วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้านบาท

บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาฯ มีนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือหุ้นใหญ่

 


ปริศนา!“อนุสรณ์”ควักเงินซื้อหุ้น 40 ล้าน ก่อน“ยิ่งลักษณ์”นั่งนายกฯ

จากสำนักข่าวอิสรา

ฉัตร”มีเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุน บ.แอ็ด อินเด็กซ์ 40 ล้าน ทั้งที่มีรายได้ปีละ 2 ล้าน หนี้สินธุรกิจหลาย 369 ล้าน ก่อน“ยิ่งลักษณ์”เป็นนายกฯ

นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรส น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เงินถึง 40 ล้านบาทในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จำนวน 40 ล้านบาท (เพิ่มทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 ทั้งๆที่มีหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน 369.6 ล้านบาท  

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่าวัน ที่ 27 ส.ค. 2553 บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ให้เช่าอพาร์ทเม้นท์ มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท นายอนุสรณ์ อมรฉัตร ถือหุ้นมูลค่า 100,000 บาท ( จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 คน คือ น.ส.นัทธฤทัย คล่องคำนวณการ 163,333 หุ้น น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ 163,332 หุ้น และ น.ส.สอางทิพย์ อมรฉัตร 163,332 หุ้น (ดูตาราง)

วัน ที่ 20 เม.ย.2554 บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจาก 5 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท ทุนที่เพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท ปรากฏว่าเป็นเงินลงทุนจากนายอนุสรณ์ โดยถือหุ้นใหญ่ 4,010,000 หุ้น (89.11%) จากทั้งหมด 4,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท

น่าสังเกตว่าการเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านบาทดังกล่าวค่อนข้างสวนทางกับรายได้และผลประกอบการทางธุรกิจของนายอนุสรณ์ กล่าวคือ

1.น.ส. ยิ่งลักษณ์ แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตอนรับตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 2 สิงหาคม 2554 ระบุว่า นายอนุสรณ์มีรายได้ต่อปี 1,441,666.67 บาท ประกอบด้วย

-เงิน รายได้ประจำจาก บมจ.เอ็มลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งแต่เดือน มกราคม-มิถุนายน 2554 จำนวน 900,000 บาท (น.ส.ยิ่งลักษณ์หมายเหตุในรายได้ประจำว่า นายอนุสรณ์คู่สมรสได้ลาออกจาก บมจ.เอ็มลิงค์ มีผลวันที่ 30 มิถุนายน 2554)

-รายได้จากทรัพย์สิน ได้แก่ ค่าเช่า 425,000 บาท ดอกเบี้ย 50,000 บาท เงินปันผล 66,666.67 บาท
และ ยังระบุว่านายอนุสรณ์ มีรายจ่ายประจำรวม 820,000 บาท ได้แก่ ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค จำนวน 600,000 บาท เบี้ยประกัน 160,000 บาท ค่าเช่า 60,000 บาท

2.รับ ตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 2 สิงหาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินระบุว่า นายอนุสรณ์ เงินสด 5,000,000 บาท เงินฝาก 5,454,464.58 บาท จากทรัพย์สินรวม 76,773,472.02 บาท (เงินลงทุน บริษัท เอ็ม-บิท จำกัด และบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด มูลค่า45,098,000 บาท)

และ ตอนรับตำแหน่งนายกฯ วันที่ 10 สิงหาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งทรัพย์สินของนายอนุสรณ์ มีทรัพย์สิน 76,779,386.56 บาท ในจำนวนนี้เป็น เงินสด 5,000,000 บาท เงินฝาก 5,458,969.29 บาท
สรุปว่านายอนุสรณ์มีเงินสดและเงินฝากประมาณ 10 ล้านบาทเศษ

3.น.ส. ยิ่งลักษณ์ แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน 2 ครั้งระบุว่า นายอนุสรณ์เป็นหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน 369,658,334.40 บาท ปัจจุบัน (ขณะนั้น) ได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (เฉพาะส่วน) เหลือ 7 ล้านบาทเศษ

4. บริษัท เอ็ม-บิท จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักร,เครื่องมือสื่อสาร ซึ่งเป็นธุรกิจอีกแห่งที่นายอนุสรณ์ถือหุ้น 499,800 หุ้น หุ้นละ 10 บาท หรือ 33.3% (ตามข้อมูลที่แจ้ง ป.ป.ช.) มีรายได้ ปี 2553 จำนวน 5,000,084 บาท กำไรสุทธิ 4,029,715 บาท สินทรัพย์ 73,285 บาท หนี้สิน 477,129,413 บาท (เป็นหนี้เงินกู้ยืมจากกรรมการ 476,922,031 บาท ) และมีผลประกอบการ ขาดทุนสะสมถึง 492,056,128 บาท

ทั้ง นี้ น่าสังเกตว่า การที่นายอนุสรณ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุน 40 ล้านบาท เกิดขึ้นหลังจาก บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กู้เงินภรรยาตัวเอง 30 ล้านบาท ( น.ส.ยิ่งลักษณ์แจ้งว่าปล่อยกู้ วันที่ 6 ตุลาคม 2549 จำนวน 20 ล้านบาท วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้านบาท และวันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้านบาท)

และ น่าสังเกตอีกว่า การที่นายอนุสรณ์ใช้เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุน 40 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 20 เมษายน 2554 แสดงว่าจะต้องมี “เงิน”มากกว่า 50 ล้านบาท เพราะอีก 3 เดือนถัดมานายอนุสรณ์มีเงินสดและเงินฝากรวม 10.4 ล้านบาท (ตามข้อมูลในบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.)

อย่าง ไรก็ตาม ถ้าทรัพย์สินดังกล่าว นายอนุสรณ์ไม่ใช่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และถ้าหากเป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่านายอนุสรณ์ถือครองทรัพย์สินแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่

เนื่องจาก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหนงทางการเมือง มีหน้าที่ต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบ ครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมด้วย (วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมปี 2554)


“อนุสรณ์”เพิ่มทุนลอยๆ 40 ล้าน “แอ็ด อินเด็กซ์”ขาดทุนหนักกว่าเดิม

จากสำนักข่าวอิสรา

ล้วงงบดุล บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ ลูกหนี้“ยิ่งลักษณ์” หลัง“อนุสรณ์”ควักเพิ่มทุนปริศนา 40 ล้าน พบถือหุ้นเฉยๆ สินทรัพย์ลด หนี้เพิ่มขึ้น ขาดทุนหนักกว่าเดิม

นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จำนวน 40 ล้านบาท (เพิ่มทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 4,010,000 หุ้น (89.11%) จากทั้งหมด 4,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท แต่ทว่าในห้วงเวลาต่อมา บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กลับมิได้ลงทุนเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบงบดุลบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า
ใน รอบปี 2554 (30 เม.ย.2554) บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจให้เช่า อพาร์ทเม้นท์ มีสินทรัพย์ 41,779,589 บาท ในจำนวนนี้เป็น ที่ดิน อาคาร 37,139,627 บาท เงินสดและเทียบเท่าเงินสด 684,471 บาท

ใน รอบปี 2555 (30 เม.ย.2555) หลังจากเพิ่มทุน มีสินทรัพย์ 38,370,256 บาท ในจำนวนนี้เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 34,615,652 บาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 643,672

เปรียบ 2 ปี สินทรัพย์ปี 2555 ลดลงจากเดิม 3,409,333 บาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 643,672 บาท ลดลงจากเดิม 40,799 บาท

“หนี้สิน” งบดุลในรอบปี 2554 มีหนี้สินรวม 31,706,273 บาท ในรอบปี 2555 รวม 32,634,179 บาท เปรียบเทียบ 2 ปี เท่ากับปี 2555 หนี้สินเพิ่มขึ้น 927,906 บาท

จากการตรวจสอบงบกำไรขาด ทุน พบว่า ในรอบปี 2554 มีรายได้ 4,754,940 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,522,905 บาท ในรอบปี 2555 มีรายได้ 5,997,551 บาท ขาดทุนสุทธิ 4,337,239 บาท (ดูตารางประกอบ)

เปรียบเทียบ 2 ปีขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 814,334 บาท

น่า สังเกตว่า จากข้อมูลงบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด หลังจากนายอนุสรณ์เพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านบาท กลับไม่พบความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการลงทุนที่เป็นนัยสำคัญแต่อย่างใด

 


เปิดตัว“สุมิตรา”หุ้นส่วน“อนุสรณ์”ผู้ไขปมเงินกู้“ยิ่งลักษณ์”30 ล้าน

จากสำนักข่าวอิสรา

เปิดตัว“สุมิตรา อิงคผาติ”กก.บ. แอ็ด อินเด็กซ์-หุ้นส่วน“อนุสรณ์ อมรฉัตร” ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับกู้“ยิ่งลักษณ์” 30 ล้านทำธุรกิจส่วนตัว 2 แห่ง

เมื่อ ตอนทำตั๋วสัญญากู้เงินจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ 6 ตุลาคม 2549 วันที่ 9 มีนาคม 2550 และ วันที่ 13 มีนาคม 2550 รวม 30 ล้าน (ข้อมูลตามที่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่แสดงต่อ ป.ป.ช.) บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ มีหุ้นใหญ่ 3 คนคือ น.ส.นัทธฤทัย คล่องคำนวณการ (เครือญาติ น.ส.ยิ่งลักษณ์) น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ และ น.ส.สอางทิพย์ อมรฉัตร (เครือญาตินายอนุสรณ์ อมรฉัตร) โดยผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับคือ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด 

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ ปัจจุบันอายุ 45 ปีมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ และ ชื่อเป็นกรรมการบริษัท 4 แห่ง 2 ใน 4 แห่งมีที่สำนักงานที่ตั้งอยู่ในตึกเอ็มลิงค์ ได้แก่

1.บริษัท นีโอฟลาย จำกัด จดทะเบียนวันที่ 8 มิถุนายน 2541 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือ ที่ตั้งเลขที่ 73 อาคารเอ็มลิงค์ ชั้น 5 ซอยสุขุมวิท 62 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ และ นางสาว นันธฤทัย คล่องคำนวณการ ถือหุ้น คนละ 49,998 หุ้น (49.98%) นายอนุสรณ์ 100 หุ้น (0.10%) น.ส.สุมิตรา นางสาว นันธฤทัย และนายอนุสรณ์ เป็นกรรมการ เลิกกิจการวันที่ 15 กรกฎาคม 2547

และ 2.บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่ตั้งเลขที่ 73 อาคารเอ็มลิงค์ ชั้น 5 ซอยสุขุมวิท 62 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ น.ส.สุมิตรา นางสาว นันธฤทัย และนายอนุสรณ์ ร่วมถือหุ้น
อีก 2 แห่งเป็นธุรกิจส่วนตัว ได้แก่

บริษัท นีโอ พี กรุ๊ป จำกัด จดทะเบียนวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ทุนเริ่มแรก 500,000 บาท ล่าสุด 14,200,000 บาท ประกอบการร้านขายอาหาร ทีตั้งเลขที่ 8/128 ซอย1 กาญจนาภิเษก 10/1 ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ในช่วงก่อตั้งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 คนคือ น.ส.สุมิตรา และ น.ส.นภสร วสุอนันต์กุล คนละ 200,000 หุ้น หุ้นละ 10 บาท นายสุพรชัย ภู่กิตติพันธุ์ น.ส.อุษณีย์ ชุ่มชื่น นายวรกร สิทธิวงศ์ น.ส.อมรรัตน์ ใจกระจ่าง และนางประไพ อัครจิตธรรม ร่วมถือหุ้น ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 และได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554

บริษัท วี.พี.เจ.ที. จำกัด จดทะเบียนวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารพาณิชย์ แจ้งว่ามีที่ตั้งสำนักงาน 3 แห่ง 1 ใน3 ได้แก่ เลขที่ 61/1 หมู่ที่ 7 ถนนบางนา-ตราด กม.26 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ30 เมษายน 2555 นายฌรงค์ชัย แสงนิล 3,500 หุ้น (35%) น.ส. สุมิตรา อิงคผาติ 2,000 หุ้น (20%) นางสาวชิรตา อภิวงษ์ธิรา นายพิเชษฐ์ มหาวงค์ นางสาว อำไพ จันทร์ช่วยนา คนละ 1,500 หุ้น (15%) ผลประกอบการปี 2553 มีรายได้ 550,343 บาท กำไรสุทธิ 338,979 บาท ไม่ได้ส่งงบการเงินปี 2554

ทั้ง นี้ น.ส.สุมิตรา ถือหุ้นร่วมกับนายอนุสรณ์ 3 คือ บริษัท นีโอฟลาย จำกัด บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด และบริษัท นีโอยู จำกัด ขายอาคารชุด มีที่ตั้งในตึกเอ็มลิงค์ เลิกกิจการแล้ว


คนออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้“ยิ่งลักษณ์”30 ล้าน อยู่ โรงงานรีไซเคิล

จากสำนักข่าวอิสรา

สำนักข่าวอิศรา" บุกพิสูจน์“สุมิตรา อิงคผาติ”หุ้นส่วน “อนุสรณ์”คนออกตั๋วสัญญาใช้เงินกู้บริษัทแอ็ด อินเด็กซ์ 30 ล้านให้นายกฯ“ยิ่งลักษณ์” เป็นลูกสาวเจ้าของ โรงงานรีไซเคิล คนในบ้านปัดวุ่น ให้ข้อมูล

น.ส.สุ มิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับกู้เงินน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 30 ล้านบาท 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจ สอบพบว่า อายุ 46 ปีที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 20-20/1 ซ.จันทน์ 43 แยก 18 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ และแจ้งที่อยู่ตามสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ระบุอยู่บ้านเลขที่ 694/1-2ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้เดินทางไปยัง บ้านเลขที่ 694/1-2 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

พบ ว่า เป็น อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สองห้องติดกัน ตั้งอยู่กลางซอย จันทน์ 43 ขณะที่ประตูด้านหน้าถูกปิดไว้ แต่มีช่องพอที่จะมองจากด้านภายนอกเข้าไปได้ 

จาก การสังเกตสภาพภายใน อาคารพาณิชย์ดังกล่าว จากด้านนอก พบว่า มีลักษณะคล้ายโรงงาน แต่ด้านหน้าไม่มีป้ายชื่อบริษัทหรือสถานประกอบการติดไว้แต่อย่างใด

เมื่อ ผู้สื่อถามได้ติดต่อกับผู้ที่อาศัยอยู่ภายในอาคารดังกล่าว โดยแจ้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการจะมาขอสัมภาษณ์ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ เกี่ยวกับเรื่องเงินกู้จำนวน 30 ล้านบาท ของ บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด

หญิงสาวรายหนึ่ง ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ ได้ขอเวลาเข้าไปเรียกหญิงสาวรายหนึ่ง ให้ออกมาพบและพูดคุยแทน 

ทั้ง นี้ เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวออกมาพบกับผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวได้ระบุว่าต้องการที่จะมาขอสัมภาษณ์ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ หญิงสาววัยกลางคนรายนี่ระบุว่า “ ไม่มี..ที่นี่ เขา (น.ส.สุมิตรา) ไม่ได้อยู่ที่นี่”

เมื่อถามว่า แล้วคุณ สุมิตรา พักอยู่ที่ไหน หญิงสาวตอบว่า “เขาไม่ได้พักอยู่ที่นี่ ทำไมหรือครับ” 

เมื่อ ผู้สื่อข่าวระบุว่า ต้องการจะมีสัมภาษณ์เรื่องที่คุณสุมิตรา เข้าไปเป็นกรรมการบริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด หญิงสาวรายนี้ ตอบว่า “โธ่น้อง อันนี้พี่ไม่รู้จริงๆ ครับ” 

เมื่อ ถามว่า พอจะมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ คุณ สุมิตรา หรือไม่ หญิงสาวรายนี้ ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่มีครับ” ก่อนจะระบุว่า อย่ามายุ่งกับที่นี่ขอร้อง เราทำมาหากินครับ” 

เมื่อผู้สื่อข่าวยืนยันว่า ต้องการจะขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับการกู้เงินจำนวน 30 ล้านบาท หญิงสาวรายนี้ พยายามพูดตัดบทว่า “ไม่รู้ครับๆ”

เมื่อถามย้ำว่า พอจะมีที่อยู่อื่นให้ติดต่อหรือไม่ หญิงสาวรายนี้ ตอบเสียงสูงว่า “ไม่รู้ครับ” จากนั้น ก็เดินกลับเข้าไปทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ เคยระบุที่อยู่อีกแห่งหนึ่ง ใน สำเนาบัญชีรายชื่อ ผู้ถือหุ้น บริษัท วี.พี.เจ.ที จำกัดประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารพาณิชย์ จดทะเบียนวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ทุน 1 ล้านบาท คือ บ้านเลขที่ 20-20/1 ซอยจันทน์ 45 แยก 18 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลตามที่อยู่ดังกล่าว ในซอยจันทน์ 45 แต่ไม่พบบ้านเลขที่ดังกล่าวแต่อย่างใด 

จากการตรวจสอบข้อมูลกับไปรษณีย์ เขตบางคอแหลม พบว่า ซอยจันทน์ 45 มีแค่แยกที่ 1-8 เท่านั้น ไม่มีแยกที่ 18

ขณะ ที่บ้านเลขที่ 20-20/1เป็นบ้านเลขที่ใหม่ ของ บ้านเลขที่ 694/1-2 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ ที่ระบุไว้ในสำเนาบัญชีรายชื่อ ผู้ถือหุ้นบริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด โดยตั้งอยู่ในซอยจันทน์ 43 ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “ซอยตระกูลโต๋ว” 

จาก การตรวจสอบพบว่า บ้านเลขที่ 694/1-2 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานครถูกระบุเป็นสถานที่ตั้งของ โรงงาน “ฉ้อเซ้ง” ผู้ประกอบการรีไซเคิล ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า, ชิ้นส่วนยานยนต์ปรากฏ ชื่อนางนิภา อิงคผาติ เป็นเจ้าของ ทุนจดทะเบียน 2.4 ล้านบาท

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 ได้ลงพื้นที่ ไปตรวจสอบข้อมูลบ้านเลขที่ 128 ซอยเซ่งกี่ (เจริญกรุง 78) แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯซึ่งนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งเป็นที่อยู่ในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัดพบว่าเป็นห้องเช่าร้างถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี มีกลิ่นอับเหม็นชื้น ไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่แต่อย่างใด

จาก การสอบถามข้อมูลเพื่อนบ้าน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้รับการยืนยันว่า บ้านเช่าหลังนี้เป็นของยายนายอนุสรณ์ อมรฉัตร แต่ไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานกว่า 5-6 ปีแล้ว

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ที่อยู่ของ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติบริเวณถนนจันทน์ ดังกล่าว อยู่ไม่ไกลจาก บ้านเลขที่ 128 ซอยเซ่งกี่ (เจริญกรุง 78) ดังกล่าว ของ นายอนุสรณ์ มากนัก และมีการใช้ที่อยู่ของบุคคลใกล้ชิด ในการแจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เหมือนกัน 

ทั้ง นี้ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ ปรากฏรายชื่อ เป็นหนึ่งในกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท แอ็ดอินเด็กซ์ จำกัด ของ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี โดย น.ส.สุมิตรา ถือหุ้นอยู่จำนวน 163,332 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 1,633,320 บาท 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นางนิภา อิงคผาติ เจ้าของโรงงาน “ฉ้อเซ้ง” เป็นแม่ น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ


ชัดๆ“ดอกเบี้ย”เงินปล่อยกู้“ยิ่งลักษณ์”30 ล้าน ขัดแย้ง“งบการเงิน”4 ปี

จากสำนักข่าวอิสรา

เปิดเอกสาร ดูชัดๆ “ดอกเบี้ย”เงินปล่อยกู้ 30 ล้าน“ยิ่งลักษณ์”ไม่สอดคล้องกับตัวเลขใน“งบการเงิน”บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ ลูกหนี้ 4 ปีติดต่อกัน เพิ่ง“ตรงกัน”หลังเป็นนายกฯ

ความ แตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนกรณีเงินให้กู้ยืมจำนวน 30 ล้านบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ “ตัวเลขการคิดอัตราดอกเบี้ย” ระหว่าง “ผู้ให้กู้” กับ บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด“ผู้กู้

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลมาเสนออีกครั้ง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่า มีเงินให้กู้ยืมเงินจำนวน 30 ล้านบาท มีตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดย บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด โดย น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม เป็นหลักฐาน

ฉบับแรก วันที่ 6 ตุลาคม2549 จำนวน 20 ล้านบาท

ฉบับที่ 2 วันที่ 9 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้านบาท

ฉบับที่ 3 วันที่ 13 มีนาคม 2550 จำนวน 5 ล้านบาท

ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ระบุว่า คิดดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

“อัตรา ดอกเบี้ย”ดังกล่าวเมื่อเทียบกับงบการเงินของบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ที่ส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งแต่ปี 2550-2555 พบว่าไม่สอดคล้องกัน ในช่วงปี 2550-2553 กล่าวคือ

ปี 2550 ปีสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2550 หมายเหตุประกอบงบการเงินบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ระบุการคิดอัตราดอกเบี้ยไว้ว่า “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี”

ปี 2551 ปีสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2551 หมายเหตุประกอบงบการเงิน ระบุว่า “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี”

ปี 2552 ปีสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2552 หมายเหตุประกอบงบการเงิน ระบุว่า “เงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1-3 ต่อปี”

ปี 2553 ปีสิ้นสุด วันที่ 30 เมษายน 2553 หมายเหตุประกอบงบการเงิน ระบุว่า “คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 -1 ต่อปี (ปี 2552:ร้อยละ 1-3 ต่อปี)”

เพิ่งมาสอดคล้องกันในปี 2554 -2555

ปี 2554 ปีสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2554 (ส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าวันที่ 19 กันยายน 2554) หมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 7 ระบุเงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลอื่น “เป็นเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน”

ปี 2555 ปีสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2555 (ส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าวันที่ 25 กันยายน 2555) หมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 8 ระบุ เงินกู้ยืมระยะยาว “เป็นเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีของสถาบันการเงิน”

น่า สังเกตว่า อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมเงิน 30 ล้านบาท “คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน” (ตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงิน) กับอัตราดอกเบี้ยที่มีการบันทึกในหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด เพิ่งมีอัตราดอกเบี้ย“ตรงกัน” คือ “คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของสถาบันการเงิน”ในปีงบการเงินวันที่ 30 เมษายน 2554 และปี 2555

บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด โดย น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ ส่งงบการเงินรอบปี 2554 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าวันที่ 16 กันยายน 2554 (กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับวันที่ 19 ก.ย.2554)

ขณะ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 2 ส.ค.2554 และกรณีเข้ารับตำแหน่งนายกฯ วันที่ 10 ส.ค. 2554 โดยยื่นพร้อมกันทั้งสองตำแหน่งวันที่ 1 ก.ย.2554

น่าสังเกตว่า การยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกิดขึ้นหลังจากยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คนที่ทำบัญชีให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด คือเครือญาติผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทย


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ไขปม เงินให้กู้ ชนวน ข่าวอุบัติเหตุ ยิ่งลักษณ์ เก้าอี้นายกฯ

view

*

view