หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,012
Page Views 23,553,497
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

USD Futures

USD Futures

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




สวัสดีค่ะในรอบปีที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทของเราได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

จนหลายท่านอาจคิดว่ามีโอกาสที่จะกลับไปที่อัตราใกล้เคียงเดิมก่อนวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปี 1997 ที่เราต้องเผชิญกับเรื่องที่ตรงข้ามกับปัจจุบัน กล่าวคือ เป็นเรื่องที่ค่าเงินบาทอ่อน ประเทศมีหนี้สินต่างประเทศจำนวนสูงมาก และมากกว่ากำลังของตัวเราเอง

ดังนั้นค่าเงินบาทจึงมีค่าน้อยลง ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างแก่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเอกชน สถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ ที่ล้มละลายและปิดตัวเองไปเป็นจำนวนมาก มาในวันนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาค่าเงินบาทอีกเช่นเคย แต่เป็นด้านที่ประเทศไทยร่ำรวยขึ้น เราสะสมเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีหนี้สินไม่มากนัก ระบบเศรษฐกิจก็ยังคงเดินหน้าได้ดี ค่าเงินบาทจึงแข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยักษ์ใหญ่ในทุกทวีปของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกาที่ถือเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของโลก เกือบทุกประเทศนั้นเป็นเจ้าหนี้ของเขา ค่าเงินดอลลาร์ จึงค่อยๆ อ่อนตัวลง

ส่วนสหภาพยุโรปที่ใช้เงินสกุลเดียวกัน เนื่องจากประเทศสมาชิกของเขามีสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอและมีหนี้สินล้นพ้นตัว ค่าเงินยูโรจึงตกอยู่ในสภาพที่อ่อนตัวลงเช่นกัน ขณะที่หนึ่งในประเทศยักษ์ใหญ่ของเอเชียอย่างญี่ปุ่นนั้น หลังจากที่อยู่ในสภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นศูนย์มานานมาก ก็ได้ตกลงใจที่จะเลียนแบบสหรัฐอเมริกาในการใช้มาตรการ QE ก็คือ ธนาคารกลางหรือธนาคารชาติรับซื้อพันธบัตรเพื่อปั้มเงินเข้าสู่ระบบ ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนฮวบฮาบลงกว่า 20% อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น เงินสกุลบาท และเงินสกุลอื่นๆ ในแถบอาเซียนจึงดูดีและแข็งค่าขึ้น อันเป็นผลจากฐานะที่ดีทางการเงินและอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีโดยเปรียบเทียบกับประเทศข้างต้น

การที่ค่าเงินบาทของเราแข็งตัวขึ้นนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อหลายๆ ภาคส่วนที่มีรายได้รายจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ กล่าวคือ ผู้ที่ได้รับเงินตราต่างประเทศ เช่น ผู้ส่งออกสินค้าหรือบริการ รวมถึงผู้กู้เงินจากต่างประเทศ จะได้รับผลกระทบในทางลบซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นวงกว้างเนื่องจากประเทศไทยนั้นพึ่งพิงรายได้จากการส่งออกในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งประเทศ เพราะในจำนวนเงินดอลลาร์ที่ได้รับเท่าๆ กัน เช่น 1 ล้านดอลลาร์ ในปีที่แล้วแลกเป็นเงินบาทได้ประมาณ 31 ล้านกว่าๆ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 31.08 บาท แต่ในปีนี้ค่าเงินบาทได้แข็งตัวและในบางช่วงอยู่ต่ำกว่า 29 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้รายได้ที่เป็นเงินบาทหดหายไปแม้ว่าจะได้รับเงิน 1 ล้านดอลลาร์เหมือนเดิม

แต่สำหรับผู้ที่ต้องชำระเงินให้กับต่างประเทศ ได้แก่ ผู้นำเข้าสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันที่เราไม่มีแหล่งน้ำมันเป็นของตนเอง การนำเข้าเครื่องจักร ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ ผู้ที่ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือผู้ที่จะชำระหนี้เงินกู้ต่างประเทศ ก็น่าจะได้รับประโยชน์พอสมควรเวลาต้องจ่ายเงินดอลลาร์ออกไป เพราะเมื่อคำนวณเป็นเงินบาทแล้วจะจ่ายน้อยลง เช่นจากตัวอย่างข้างต้น การชำระเงิน 1 ล้านดอลลาร์จะประหยัดเงินบาทลงโดยจ่ายแค่เพียง 29 ล้านบาทกว่าๆ ในกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้นอยู่ที่ระดับประมาณ 29 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ การไปเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ทั้งในยุโรปและญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากสามารถใช้เงินบาทได้น้อยลงในการจับจ่ายซื้อของต่างประเทศ

เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทในปีนี้มีความผันผวนมากขึ้น โดยค่าเงินบาทนั้นมีตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนที่มีราคาเคลื่อนไหวคล้ายกับการซื้อขายในตลาดหุ้น แต่เป็นการซื้อขายระหว่างสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ ทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติเงินสกุลหลักของโลกก็จะซื้อขายในตลาดทั่วโลก แต่สำหรับเงินสกุลบาทนั้นมักซื้อขายในประเทศเท่านั้น ในตลาดเพื่อนบ้านอาจมีบ้างแต่เป็นจำนวนน้อย

ดังนั้น การวัดความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทจึงมักใช้ราคาที่มีการซื้อขายระหว่างธนาคาร สำหรับท่านที่มีรายการที่ต้องชำระหรือได้รับเงินตราต่างประเทศนั้น เมื่อไปใช้บริการจากธนาคารพาณิชย์ ธนาคารจะแจ้งท่านว่าอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้นเป็นราคาเท่าใด และในกรณีที่จะซื้อหรือขายล่วงหน้าเนื่องจากมีภาระผูกพันต้องใช้ในอนาคต ก็สามารถที่จะซื้อหรือขายล่วงหน้าได้ โดยธนาคารก็จะกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าให้แก่ท่าน ราคาที่ท่านได้รับก็จะเป็นราคาตลาด ณ ขณะนั้น ซึ่งลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกัน เนื่องจากองค์ประกอบต่างๆ อาทิเช่น ท่านเป็นลูกค้าชั้นดีที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลย ท่านเป็นลูกค้ารายใหญ่ หรือท่านเป็นลูกค้าที่มีธุรกรรมอื่นๆ กับธนาคารหรือไม่

ปัจจุบันท่านมีทางเลือกมากขึ้นในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของเงินบาทกับเงินดอลลาร์ ที่เรียกว่า USD Futures ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ TFEX โดย ดอลลาร์ฟิวเจอร์สนี้เป็นสัญญาล่วงหน้าที่ 1 สัญญามีมูลค่าเทียบเท่ากับ 1,000 ดอลลาร์ และมีอายุสัญญาให้เลือกซื้อขาย 4 อายุ สิ้นเดือนนี้ สิ้นเดือนหน้า สิ้นเดือนถัดไป และสิ้นไตรมาสที่จะถึง กล่าวคือ ถ้าอยู่ในต้นเดือนมิถุนายน จะมี USD Futures ที่สิ้นสุดอายุสิ้นเดือนมิถุนายน สิ้นเดือนก.ค. สิ้นเดือนส.ค. และสิ้นไตรมาสคือเดือนก.ย. โดยวันหมดอายุก็คือหนึ่งวันก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนดังกล่าว ทั้งนี้ ในวันที่สิ้นสุดอายุ จะมีการชำระเงินส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนให้ การเข้ามาซื้อขาย USD Futures สามารถทำได้โดยไม่มีเงื่อนไขว่าท่านจะต้องเป็นผู้ส่งออกหรือนำเข้า หรือจะไปต่างประเทศ ทุกท่านสามารถเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ TFEX ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นโบรกเกอร์หุ้นก่อนการซื้อขายในสัญญานี้

รวมทั้งท่านยังสามารถที่จะเห็นราคาเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ที่มีการซื้อขายในตลาด TFEX ได้อย่างสะดวกผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย ทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือ Smart Phone ในรอบห้าเดือนแรกของปีนี้ USD Futures มีปริมาณการซื้อขายทั้งสิ้น 113,133 สัญญาหรือเฉลี่ยวันละ 1,120 สัญญา โดยเป็นการซื้อขายของทั้งบุคคลธรรมดาและสถาบันการเงิน แต่ยังไม่อนุญาตให้ต่างประเทศทีเรียกว่า Non Resident เข้ามาซื้อขาย
และที่จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีภาระผูกพันในการชำระหรือได้เงินดอลลาร์จากต่างประเทศในอนาคต ซึ่งโดยทั่วไปต้องไปใช้บริการจากธนาคารพาณิชย์นั้น ท่านจะสามารถมีทางเลือกมากขึ้นจากการใช้ USD Futures โดย TFEX ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการต่อยอดการให้บริการภายหลังจากที่ USD Futures สิ้นสุดอายุให้แก่ผู้ที่ต้องการใช้เงินดอลลาร์ เช่น ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า หรือ ผู้ปกครองที่ต้องการซื้อดอลลาร์ล่วงหน้าเพื่อจ่ายชำระค่าเทอมของลูกหลานในอนาคต โดยในวันสิ้นสุดอายุของสัญญา USD Futures นั้น ธนาคารกรุงไทยจะให้บริการในการขายและซื้อเงินดอลลาร์ให้แก่ท่าน โดยใช้ราคาอัตราแลกเปลี่ยนของตลาด TFEX บวกด้วยค่าธรรมเนียมที่ประกาศล่วงหน้า

ดังนั้น ท่านที่ใช้บริการนี้ก็จะสามารถรู้ราคาล่วงหน้าของท่านได้ และราคาในตลาด TFEX ต้องขอเรียนว่าเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการตกลงซื้อขายในตลาดระหว่างธนาคาร ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ดีที่สุดที่มีการซื้อขายในวันนั้นๆ บริการเสริมนี้ คาดว่าจะเริ่มได้ในเร็วๆ นี้ค่ะ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : USD Futures

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view