หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,067
Page Views 23,554,640
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ฉ้อฉลคืนภาษี 4.2 พันล้าน -บ่วงรัดคอเสือ 11 ตัวกรมสรรพากร

จากสำนักข่าวอิสรา

กรณีอื้อฉาวการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านบาทของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นข่าวสืบสวนที่สำนักข่าวอิศรา www.isranew.org นำ เสนออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้อาจทำให้ข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรบางคนถูกชี้มูล ทางวินัยและอาจถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยทุจริต  

 

ขอไล่เรียงข้อเท็จจริงให้เห็นดังนี้

การ คืนภาษีเกิดขึ้นจากกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาในเวลาไล่ เลี่ยกันหลายบริษัท โดยใช้ชื่อชาวบ้านในต่างจังหวัดเป็นกรรมการ เช่าห้องเปล่าเป็นที่ตั้งสำนักงาน 

อ้างว่าประกอบธุรกิจส่งออกแร่โลหะ

แต่ ทว่าไม่ได้ประกอบการ ไม่มีการส่งออกสินค้าจริง แล้วกรรมการบริษัททำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลมายื่นเรื่องขอคืนภาษีมูลค่า เพิ่ม 7 % กับกรมสรรพากร ทำเป็นขบวนการโยงใยเป็นเครือข่ายลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ

มีหลักฐานน่าเชื่อว่าขบวนการนี้เริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2553 โดยใช้“อีเมล์”ติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลอย่างน้อย 3 คน

ใน ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น โดยปกติแล้วการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)  ของผู้ประกอบการแต่ละราย โดยเฉพาะรายที่จดทะเบียนตั้งใหม่และมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อขอคืนภาษี 

ฝ่ายคืนภาษี จะส่งข้อมูลให้ทีมกำกับดูแลเพื่อตรวจสอบรายละเอียดของการประกอบกิจการก่อน การอนุมัติคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม   ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบนานนับเดือน หรืออาจเป็นปี

หากผลการตรวจสอบการคืนภาษีในเดือนแรกที่ส่งให้ทีมกำกับดูแลตรวจสอบและเจ้าหน้าที่ยังตรวจไม่เสร็จสิ้น 

ในเดือนถัดไปยังมีการขอคืนภาษีจะมีการยับยั้งการอนุมัติการคืนไว้ก่อน 

กรณี นี้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม มียอดขายเป็นยอดส่งออกสินค้าหลายร้อยล้านและขอคืนด้วยเงินสดในแต่ละเดือน ภาษีเป็นเงินจำนวนมากตั้งแต่ หลัก 2 -9 ล้านบาท ในเดือนแรกที่ยื่นแบบและ  30 -60 ล้านบาท ในเดือนถัดไปอีกประมาณ 5 เดือน และได้แจ้งเลิกประกอบกิจการทั้งต่อกรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว จำนวน 14 บริษัท ยังคงประกอบกิจการอยู่อีก 6 บริษัท  (เฉพาะพื้นที่บางรัก)

พฤติกรรม การทำงานของเจ้าหน้าที่ คือ เมื่อบริษัทยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนแรกฝ่ายคืนภาษีได้ส่ง ข้อมูลให้ทีมกำกับดูแลตามระเบียบ 

แต่ การปฏิบัติงานของทีมกำกับดูแลเสมือนได้ตรวจสอบ ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการของทีมกำกับในช่วงแรกดำเนินการตรวจสอบเพียง 1 วัน และแจ้งให้คืนภาษีได้   

เบื้อง หลังของการทำงานที่รวดเร็ว มีข้อมูลระบุว่าในแต่ละเดือนเจ้าหน้าที่จะได้รับคำสั่งจากบุคคลหนึ่งให้รีบ ดำเนินการทั้งการบันทึกข้อมูลแบบแสดงรายการหลังจากบริษัทยื่นแบบและรีบคืน ภาษี

พื้นที่ที่เกิดปัญหามาก คือสำนักงานสรรพากรพื้นที่บางรัก  1 ใน  11 พื้นที่ของกรุงเทพฯมีการคืนภาษีให้ผู้ประกอบการถึง 30 บริษัทวงเงินกว่า 3,600 ล้านบาท

กล่าว กันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทองคำที่ผู้บริหารระดับสูงจะส่งคนใกล้ชิด มาดูแลจนได้รับฉายาจากคนภายในกรมสรรพากรว่าเป็น“เสือ 11  ตัว"

สอดรับกับงานวิจัย เรื่อง การคอร์รัปชั่นในระบบราชการไทย ของอาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์นวลน้อย ตรีรัตน์  อาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์  สักกรินทร์ นิยมศิลป์ ปี 2541 (ได้รับทุนสนับสนุนจาก ป.ป.ป.) ได้วิเคราะห์ปัญหาด้านบุคลากรของกรมสรรพากรต่อปัญหาการทุจริตภาษีมูลค่า เพิ่มว่ามี “จุดอ่อน”ทางด้านเจ้าหน้าที่มี 3 ประการ  

1.เจ้า หน้าที่สรรพากรร่วมมือกับผู้ประกอบการ หรือสำนักงานบัญชีในการทุจริต โดยการแนะนำวิธีการออกใบกำกับภาษีปลอม หาช่องว่างของกฎหมายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หรือแนะนำจุดอ่อนของระบบตรวจสอบว่าไม่มีประสิทธิภาพ

2.เจ้าหน้าที่ขาดความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ

3.เจ้า หน้าที่ที่ปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มมีจำนวนน้อยกว่าผู้ประกอบการ เนื่องจากเทคโนโลยีในการช่วยตรวจสอบไม่มี กระบวนการตรวจสอบจึงเป็นภาระอยู่ที่เจ้าหน้าที่เท่านั้น

ใน ท้ายที่สุดเชื่อว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ว่าจากช่องทางของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่กำลังสอบสวน   ช่องทางของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระทรวงการคลังแต่งตั้งขึ้น หรือมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษโดยตรงก็ตาม

และ เชื่ออีกว่าจะมีข้าราชการระดับสูงบางคน นอกจากถูกชี้มูลทางวินัยและดำเนินคดีอาญาแล้วอาจถูกไต่สวนในข้อหาร่ำรวยผิด ปกติ และเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่ข้าราชการระดับสูงกรมสรรพากรถูกยึดทรัพย์

………….

หมายเหตุ บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ความเห็นและมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักงาน ป.ป.ช.


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ฉ้อฉลคืนภาษี 4.2 พันล้าน บ่วงรัดคอ เสือ 11 ตัว กรมสรรพากร

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view