หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,232
Page Views 23,553,746
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เด็กอเมริกันอายุ 13 บอก ไม่มีเพื่อนคนไหนใช้ Facebook เลย

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

แม้ ที่ผ่านมา "เฟซบุ๊ก (Facebook)" จะยืนยันและโชว์สถิติมากมายว่าชาวโลกยังคงใช้งานเครือข่ายสังคมสุดฮิตเพิ่ม ขึ้นต่อเนื่อง แต่สถิติหลายสำนักชี้ว่าวัยรุ่นในหลายประเทศเริ่มใช้งานเฟซบุ๊กน้อยลงเนื่อง จากต้องการความสดใหม่และแตกต่าง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นบ้านเกิดของเฟซบุ๊กเอง ล่าสุดสื่ออเมริกันตีพิมพ์บทความน่าสนใจซึ่งการันตีได้ระดับหนึ่งว่าเฟซบุ๊ก กำลังได้รับความนิยมน้อยลงจริง เพราะผู้เขียนซึ่งเป็นเด็กสาววัย 13 ปีระบุว่าไม่มีเพื่อนรายใดใช้เฟซบุ๊กเลย และทุกคนใช้อินสตาแกรม (Instagram), ไวน์ (Vine) และสแนปแชต (Snapchat) แทน
       
       ปรากฏการณ์เฟซบุ๊ก"มนต์เสื่อม"นี้ถ่ายทอดโดยรูบี คาร์ป (Ruby Karp) เด็กหญิงวัย 13 ปีชาวนิวยอร์กที่เขียนบทความบอกเล่าเรื่องราวการใช้งานเครือข่ายสังคมใน กลุ่มเด็กวัยรุ่นอเมริกันให้กับสำนักข่าว mashable.com ได้อย่างน่าสนใจ
       
       สาวน้อยวัย 13 รายนี้เล่าว่าเฟซบุ๊กเคยเป็นบริการที่รูบีนิยมใช้สื่อสารหรือติดตามเรื่อง ราวทุกอย่างตั้งแต่ยังเด็ก ในช่วงเวลานั้น หนูรูบีเคยบอกคุณแม่ว่าอยากใช้งานมาก แต่เมื่อสาวน้อยอายุ 13 ปี ทุกสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไป
       
       "เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นหนูไม่ค่อยสนใจเฟซบุ๊ก คือเพราะตอนนี้เรามีเครือข่ายสังคมอื่นให้เลือกใช้" รูบีระบุพร้อมเล่าว่าเมื่อครั้งเธออายุ 10 ขวบซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์สมัครเฟซบุ๊ก สิ่งมหัศจรรย์ชื่อ"อินสตาแกรม"เพิ่งถูกเปิดตัวโดยที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ รู้ว่ามีการกำหนดเกณฑ์อายุผู้ใช้งาน ซึ่งปรากฏว่าเพื่อนทุกคนของรูบีมีอินสตาแกรมกันทุกคน
       
       ถึงวันนี้ รูบีและเพื่อนมีอายุถึงเกณฑ์พอจะสมัครเฟซบุ๊ก แต่กลับไม่มีใครต้องการสมัครแม้แต่คนเดียว เนื่องจากทุกคนผูกติดกับอินสตาแกรมเรียบร้อย โดยทุกคนมองว่าเฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายสังคมที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนเล่นกัน อย่างจริงจัง
       
       เมื่อวัยรุ่นอเมริกันมองว่าเฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายสังคมของพ่อแม่ผู้ ปกครอง วัยละอ่อนอเมริกันจึงไม่โหยหาบริการของเฟซบุ๊ก จุดนี้ทำให้รูบีมองว่าแม้ตัวเองจะสมัครใช้งานเฟซบุ๊ก แต่ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเพราะเพื่อนของรูบีไม่มีใครใช้งานเฟซบุ๊กเลย และเพื่อนจำนวนไม่น้อยมองว่าเฟซบุ๊กเป็นเรื่องเสียเวลา
       
       อย่างไรก็ตาม รูบีตัดสินใจทดลองสมัครใช้เฟซบุ๊กเพื่อให้เห็นจริงว่าเครือข่ายสังคมสุดฮิต ของโลกนี้ให้ความสนุกสนานและเพลิดเพลินเพียงใด แต่ในที่สุดก็พบว่าเฟซบุ๊ก"ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงเมื่อไม่มีเพื่อนฝูงเล่นด้วย" โดยเพื่อนที่รูบีมีบนเฟซบุ๊ก ได้แก่ญาติรุ่นใหญ่อย่างคุณปู่และคุณย่า
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รู บี คาร์ป (Ruby Karp) เด็กหญิงวัย 13 ปีชาวนิวยอร์กที่เขียนบทความบอกเล่าเรื่องราวการใช้งานเครือข่ายสังคมใน กลุ่มเด็กวัยรุ่นอเมริกันให้กับสำนักข่าว mashable.com
รูบียอมรับว่าวัยรุ่นนั้นเป็นวัยแห่งการตามเทรนด์ ซึ่งหากเพื่อนทุกคนหันไปใช้บริการเครือข่ายสังคมใหม่อย่าง "สแนปแชต (Snapchat)" รูบีก็จะอยากหันไปใช้ด้วย ดังนั้นเมื่อเฟซบุ๊กไม่ใช่เทรนด์ตอนนี้ วัยรุ่นก็จะไม่สนใจ
       
       ที่สำคัญคือ ภาพที่เพื่อนของรูบีโพสต์บนเครือข่ายอินสตาแกรม กลับทำให้รูบีไม่ปลื้มกับคำทักทายบนวอลล์ที่เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงเพื่อนของพ่อแม่บนเฟซบุ๊กโพสต์ไว้ เรียกว่าภาพถ่ายมีความเจ๋งมากกว่า
       
       และในบางครั้ง เฟซบุ๊กยังทำให้เกิดความยุ่งยากเพราะพ่อแม่เข้าใจผิดได้ง่าย ตัวอย่างเช่น สมมติว่ารูบีได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้ ซึ่งแม้รูบีจะไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองได้เห็นภาพถ่ายรูบีที่มีผู้ดื่มอยู่ในฉากหลัง รูบีก็จะถูกพ่อแม่สอบสวนอย่างหนัก แม้ว่ารูบีจะไม่ได้ถือแก้วใดๆไว้ก็ตาม ทั้งหมดนี้รูบียอมรับว่าไม่ใช่ความผิดของเฟซบุ๊ก แต่เรื่องราวเหล่านี้แค่เกิดขึ้นบนเฟซบุ๊กเท่านั้น
       
       นอกจากนี้ รูบียังมองว่าเฟซบุ๊กคือต้นเหตุสำคัญของการถูกข่มขู่ในโรงเรียนมัธยมด้วย เนื่องจากเด็กวัยรุ่นอาจจะพิมพ์แสดงความเห็นหยาบคายบนภาพหรือบนความเห็นที่เพื่อนโพสต์ไว้อย่างคะนองมือ จุดนี้รูบีมองว่าไม่ใช่ความผิดของเฟซบุ๊กอีกเช่นกัน แต่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นบนเฟซบุ๊ก ซึ่งหากแม่ของรูบีพบว่าเธอถูกข่มขู่บนเฟซบุ๊ก รูบีก็จะถูกแนะนำให้เลิกใช้งานเฟซบุ๊กเสีย
       
       รูบีวิจารณ์ว่าเฟซบุ๊กมีคุณสมบัติและการออกแบบที่ซับซ้อนเกินไป เธอเล่าว่าในช่วงที่ยังเป็นเด็ก รูบีมักชอบเข้าไปเล่นเฟซบุ๊กของแม่เพื่อเล่นเกม ตอบแบบทดสอบสนุกสนาน รวมถึงใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ จุดนี้รูบียอมรับว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้เฟซบุ๊กไม่เหมือนใครและไม่มีใคร เหมือน แต่เมื่อเวลาผ่านไป รูบีรู้สึกว่าเฟซบุ๊กมีคุณสมบัติมากเกินไป และการเปลี่ยนแปลงจากเพจเฟซบุ๊กในรูปแบบเก่ามาเป็นไทม์ไลน์ (Timeline) นั้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รูบีหมดความสนใจในเฟซบุ๊กมากขึ้น เนื่องจากเฟซบุ๊กในวันนี้ไม่ใช่เฟซบุ๊กที่เธอรู้จักเมื่อตอน 7 ขวบ แต่เป็นเฟซบุ๊กที่ซับซ้อน
       
       ข้อเขียนของรูบีสะท้อนว่า หากวัยรุ่นชื่นชอบสิ่งใด ก็จะต่อต้านหากมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นไปจากเดิม และมองว่าการออกแบบของเฟซบุ๊กยังด้อยกว่าเครือข่ายสังคมประเภทเดียวกันอย่างทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งมีเพียง 4 ปุ่มเท่านั้น
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
วัยรุ่นอเมริกันมองว่าเฟซบุ๊กเป็นเครือข่ายสังคมของพ่อแม่ผู้ปกครอง?
อีกจุดที่ทำให้รูบีไม่สนใจเฟซบุ๊กคือโฆษณา รูบีรู้ว่าเฟซบุ๊กจะประเมินว่าผู้ใช้รายใดชื่นชอบอะไรจากสิ่งที่ถูกกด Like เพื่อแสดงโฆษณาบนระบบฟีดข่าวหรือ News Feed จุดนี้สาวน้อยรูบีระบุว่าไม่เคยใส่ใจว่าจะมีแชมพูใหม่เปิดตัวหรือไม่ เพราะรูบีจะมองหาแต่เรื่องราวของเพื่อนฝูงอย่างเดียว
       
       ท้ายสุด คือเฟซบุ๊กแสดงตัวว่าพยายามเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นเกินไป จุดนี้รูบีกล่าวแทนวัยรุ่นทั่วประเทศว่า วัยรุ่นอเมริกันจะไม่ปลื้มกับสิ่งที่ผู้คนพยายามทำหรือพยายามให้เป็น ซึ่งจะยิ่งทำให้วัยรุ่นหนีห่างออกไป ตัวอย่างเช่นหากพ่อแม่ผู้ปกครองเอ่ยห้ามไม่ให้ทำอะไร วัยุร่นมักจะเกิดความรู้สึกอยากทำขึ้นมาทันที แต่หากต้องการให้ทำอะไร ก็จะไม่อยากทำเช่นนั้น
       
       รูบีสรุปว่า ความต้องการของวัยรุ่นจะขึ้นอยู่กับตัวเอง ซึ่งหากเฟซบุ๊กเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ออกมาอีก วัยรุ่นก็จะเบื่อและพยายามมองหาเครือข่ายสังคมรายใหม่ต่อไป จุดนี้รูบีระบุว่า วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยรู้ว่าเฟซบุ๊กต้องการให้วัยรุ่นใช้งาน เนื่องจากวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มที่ทำให้เฟซบุ๊กเป็นกระแสนิยมได้ต่อไป ซึ่งความคิดเช่นนี้ทำให้วัยรุ่นบางกลุ่มเกิดการต่อต้านและเลี่ยงการใช้งาน เฟซบุ๊กในที่สุด
       
       เหนืออื่นใด รูบี้ทิ้งท้ายว่ายังรู้สึกดีกับเฟซบุ๊กตลอดเวลา และหวังว่าเฟซบุ๊กจะสามารถดึงดูดวัยรุ่นและตัวรูบีเองให้กลับไปใช้งาน เฟซบุ๊กได้สำเร็จอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถอ่านความรู้สึกจากรูบีได้จากบทความต้นฉบับที่นี่
       
       ..วัยรุ่นไทย จะรู้สึกแบบนี้บ้างไหมหนอ...

สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เด็กอเมริกัน ไม่มีเพื่อน คนไหนใช้ Facebook

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view