หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,997,857
Page Views 23,558,716
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

รัฐบาลสุมไฟม็อบสวนยาง

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

การชุมนุมของเกษตรกรสวนยางตั้งเค้าจะเป็นหนังยาวยืดเยื้อ แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะบานปลายกลายเป็นไฟลามทุ่ง การประเมินสถานการณ์และตัดสินใจของรัฐบาลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อตรงหน้านี้ จึงย่อมส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีตั้งแต่ภาครัฐตัดสินใจใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้า กระชับพื้นที่การชุมนุมจนเกิดการปะทะและบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเกษตรกร แม้จะมีความพยายามเรียกร้องให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อลดอุณหภูมิแต่ก็ดูจะ ไม่เป็นผล

ขณะที่การเจรจายกแรกล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า แรมโบ้อีสาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ถูกวางตัวเป็นหนังหน้าไฟไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม และยืนยันจะดูแลราคายางแผ่นดิบไม่เกิน กก.ละ 80 บาท ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันข้อเสนอที่ขีดเส้นตายไว้เดิม กก.ละ 100 บาท

กระแส “ไม่รบนายไม่หายจน” จึงถูกปลุกหนักขึ้นอีกรอบในพื้นที่

ควบคู่ไปกับการประกาศยกระดับการชุมนุม จากการชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เป็นการปิดทางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟชะอวดบ้านตูน อ.ชะอวด ทำให้รถไฟสายใต้ขาขึ้นกรุงเทพฯ หลายขบวนไม่สามารถผ่านได้

เมื่อผสมกับท่าทีหมางเมินไม่สนใจการแก้ปัญหาของภาครัฐ จึงยิ่งกลายเป็นการเติมเชื้อความรุนแรงให้เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่สนใจความเดือดร้อนของเกษตรกรแล้ว ยังพยายามบ่ายเบี่ยง โบ้ยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง และตั้งข้อสังเกตว่ามีนักการเมือง “ส” อยู่เบื้องหลังการชุมนุม

รวมถึงจุดประเด็นว่าการชุมนุมครั้งนี้ ให้เป็นเรื่องของการสร้างสถานการณ์ของ “กลุ่มวัยรุ่น” ที่มาจากพื้นที่อื่นไม่ใช่เกษตรกรที่เดือดร้อนในพื้นที่

ไม่ต้องพูดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยางที่ไม่ต้องสร้างความหวัง เมื่อ “ยุคล ลิ้มแหลมทอง” รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โยนเรื่องราคาตกต่ำเป็นเรื่อง “กลไกตลาดโลก” ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

ทั้งที่ปัญหาราคายางตกต่ำ ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวสวนยาง และไร้การเหลียวแลจากภาครัฐมาเกือบ 2 ปีของรัฐบาลนี้ สภาวะราคายางตกต่ำกว่าสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเกือบเท่าตัว ทำให้ “ประชาธิปัตย์”หยิบยกเรื่องนี้มาถล่มในสภาหลายรอบแต่ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ว่าจะดีขึ้นอย่างไร

งบประมาณที่ถมลงไปหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเคยหวังว่าจะช่วยพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำ กลับสูญเปล่า ไม่ได้ช่วยให้ราคาดีขึ้น ชนิดที่ไม่ต้องไปวาดฝันไกลถึงราคายางจะสูงถึง กก.ละ 120 บาท อย่างที่เคยประกาศ ลำพังแค่ กก.ละ 100 บาท ตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลยังไม่กล้ารับปาก

ที่ผ่านมาแม้จะมีการเรียกร้องในหลายเวทีหลายโอกาส หรือกระทั่งส่งหนังสือตรงถึงนายกฯ ให้ลงมาแก้ปัญหา แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ไม่แปลกที่เกษตรกรสวนยางต้องออกมาเคลื่อนไหว เพราะท่าทีที่ผ่านมาการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐดูจะเป็นคนละมาตรฐานกับชาวนา ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้รัฐต้องขาดทุนไปหลายแสนล้านบาท แต่ก็ยังยืนยันเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นล้านบาท ต่อมาจนถึงทุกวันนี้

ท่าทีละเลยไม่สนใจของรัฐบาลจึงยิ่งปลุกเร้าให้การชุมนุมของเกษตรกรสวนยาง ลุกลามบานปลาย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาการเมืองหรือเจาะจงไปเพียงแค่พื้นที่ภาคใต้ฐาน เสียงของประชาธิปัตย์แต่เพียงพื้นที่เดียวเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ 56 จังหวัด ซึ่งแม้จะนัดรวมตัวกันหลายรอบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแต่ก็ยังไม่คืบ หน้า

การชุมนุมที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของปัญหาทั้งหมด และเวลานี้ปัญหากำลังจะปะทุขยายวงไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานฐานเสียงของเพื่อไทยเอง เมื่อเกษตรกรสวนยางอุดรธานี บุรีรัมย์ ฯลฯ ประกาศลงมาร่วมชุมนุมที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

งานนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับรัฐบาลที่จะลอยตัวยื้อเรื่องให้ทอดเวลาไปเรื่อยๆ ได้อีกต่อไป

ทางออกที่ภาครัฐจะเชิญตัวแทนเกษตรกรภาคต่างๆ มาร่วมหารือในวันที่ 28 ส.ค.นี้ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนว่ารัฐบาลไม่อาจปล่อยปละเรื่องนี้ให้ยืดเยื้อ บานปลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงได้อีกต่อไป

เมื่อเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศนัดหมายชุมนุมใหญ่3 ก.ย.นี้ หากปล่อยให้ถึงวันนั้นโดยไม่มีทางออก สำหรับเงื่อนไขประกันราคายางไว้ที่ กก.ละ 100 บาท หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จับต้องได้อื่นๆ ย่อมทำให้รัฐบาลต้องสั่นคลอนหนัก

และเป็นการเติมเชื้อวุ่นวายให้รัฐบาลที่เวลาต้องสะบักสะบอมหนักอยู่แล้ว กับการเดินหน้าผลักดันกฎหมายที่ค้างคาอยู่ในสภา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายนิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปจนถึง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

แต่สถานการณ์ทำท่าจะบานปลายมากขึ้นเมื่อท่าทีการแก้ปัญหาจากภาครัฐ นอกจากจะไม่มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการดูแลราคายางแล้ว ยังพยายามตอบโต้ด้วยเทคนิคทางการเมือง ไม่ว่าจะเข้าไปคาดโทษระดับเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้เกิดการชุมนุม

รวมทั้งมีข่าวว่ามีวิธีปลุกมวลชนอีกฝั่งขึ้นมาคัดค้านกลุ่มผู้ชุมนุมเดิม ที่ห่วงกันว่าจะทำให้สถานการณ์รุนแรงกว่าเดิม

ยิ่งหากสถานการณ์บานปลายไปสู่ความรุนแรงเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ และมวลชน ก็จะกลายเป็นชนวนให้นำไปสู่การเป่านกหวีดให้ สส.ประชาธิปัตย์ เปิดเกมหนักเข้าไปร่วมตอบโต้กับการกระทำที่รุนแรงกว่าเหตุ

ที่สำคัญนอกจากกลุ่มเกษตรกรสวนยางที่เปิดหน้าออกมาแล้ว ขณะนี้ยังมีหลายกลุ่มที่รอจังหวะเวลาจะออกมาเคลื่อนไหว และมีแต่จะซ้ำเติมให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : รัฐบาลสุมไฟ ม็อบสวนยาง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view