http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

เรทติ้ง กับ เกมหวาดเสียว

เรทติ้ง กับ เกมหวาดเสียว

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




หลังจากที่รัฐสภาอเมริกัน ไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องงบประมาณ

จนทำให้หน่วยงานภาครัฐ หลายแห่ง ต้องมีการหยุดงานเป็นการชั่วคราวนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นมาความสนใจก็มุ่งไปสู่เรื่องการขยายเพดานหนี้ ซึ่งจะถึงเส้นตายในวันที่ 17 ตุลาคม นี้

เพราะถ้าหากรัฐสภาไม่สามารถตกลงกันได้ก่อนวันนั้น รัฐบาลอเมริกันก็อาจจะผิดนัดชำระหนี้ และจะมีผลต่ออันดับเครดิตของประเทศ กระทบต่อความเชื่อมั่น ในตลาดเงินและตลาดทุน เป็นอย่างมาก

อันดับเครดิตของอเมริกานั้น อยู่ที่ระดับสูงสุดคือ AAA มาเป็นเวลานานมาก แม้ในยามวิกฤติ ซึ่งเศรษฐกิจของอเมริกาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหลายครั้ง แต่บริษัทจัดอันดับเครดิตยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งสามแห่ง คือ Moody’s, Standards & Poor's และ Fitch ก็ยังคงอันดับไว้สูงสุดเช่นนั้น จนบางครั้ง ก็มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

แต่ในที่สุด เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2011 บริษัท S&P ก็เป็นรายแรก ที่กล้าตัดสินใจลดอันดับเครดิตของอเมริกาลงจาก AAA (ซึ่งได้ให้ไว้ตั้งแต่ปี 1941) ลงมาเหลือ AA+ แถมยังให้แนวโน้มเป็น “ลบ” อีกด้วย ซึ่งหมายความว่ายังมีโอกาสที่จะปรับลดลงได้อีกใน 1-2 ปีข้างหน้า นับเป็นการสร้างความสั่นสะเทือนในวงการอย่างมาก เพราะบริษัทจัดอันดับยักษ์ใหญ่อีกสองแห่ง คือ Moody’s และ Fitch ยังคงรักษาอันดับเครดิตของอเมริกาไว้ที่ AAA เช่นเดิม จนถึงทุกวันนี้

ในเวลานั้น รัฐบาลอเมริกัน ได้ออกมาแถลงตอบโต้ S&P ทันที โดยกระทรวงการคลังกล่าวว่า S&P ระบุตัวเลขหนี้ของรัฐบาลสูงกว่าความเป็นจริงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ “การที่บริษัทจัดอันดับ ใช้ตัวเลขหนี้ภาครัฐ ที่สูงกว่าความจริงถึง 2 พันล้านดอลลาร์เช่นนี้ จะน่าเชื่อถือได้อย่างไร” ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง S&P ก็ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับ และปรับเปลี่ยนตัวเลขให้ถูกต้อง แต่ก็ยังยืนยันการลดอันดับเครดิตเหลือ AA+ เช่นเดิม

เรื่องราวระหว่างรัฐบาลอเมริกัน กับ S&P จึงดำเนินต่อไปอย่างไม่ราบรื่นนัก จนกระทั่งถึงต้นปี 2013 นี้ ก็เกิดข่าวใหญ่ขึ้นในวงการอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลอเมริกันยื่นฟ้อง S&P ให้รับผิดชอบต่อการจัดอันดับตราสารซับไพร์ม โดยกล่าวหาว่าเป็นการให้อันดับเครดิตที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้นักลงทุนหลงเชื่อและลงทุนในตราสารเหล่านั้นจำนวนมาก จนนำไปสู่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี 2008 และรัฐบาลฟ้องเรียกค่าปรับจาก S&P จำนวนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์

S&P ก็ใช่ว่าจะยอมรับ เพราะเมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมานี้เอง ได้ยื่นเอกสารต่อศาล โดยแถลงว่า ที่รัฐบาลอเมริกันฟ้อง S&P เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นั้น เป็นการ “ล้างแค้น” ที่บริษัทได้ลดอันดับเครดิตของประเทศอเมริกา เมื่อต้นปี 2011 เอกสารดังกล่าวระบุว่า “บริษัท S&P เป็นบริษัทจัดอันดับเพียงแห่งเดียว ที่ได้ลดอันดับเครดิตของอเมริกา และก็เป็นบริษัทจัดอันดับเพียงแห่งเดียว ที่ถูกรัฐบาลฟ้อง”

อย่างไรก็ตาม แม้ S&P จะยังคงอันดับไว้ที่ AA+ จนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อเศรษฐกิจของอเมริกาเริ่มมีทีท่าว่าจะฟื้นตัวขึ้น S&P ก็ได้ปรับ “แนวโน้ม” ของอันดับเครดิต จาก “ลบ” ให้เป็น “มีเสถียรภาพ” อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนมิถุนายน 2013 ที่ผ่านมานี่เอง

ถึงวันนี้ ความสนใจได้มุ่งกลับมาสู่เรื่องอันดับเครดิตของอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง แม้ปัญหาเรื่องงบประมาณจะยังคาราคาซัง และหน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่งต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว แต่บริษัทจัดอันดับทั้งหลาย ก็แถลงว่าเรื่องการหยุดงานชั่วคราวยังไม่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิตมากนัก แต่ประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้ภายในวันที่ 17 ตุลาคมนี้มากกว่า ที่จะเป็นประเด็นเรื่องอันดับเครดิต

ความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา และไม่เกี่ยวกับ S&P เพียงแห่งเดียว เพราะถ้าหากขยายเพดานหนี้ไม่ได้ รัฐบาลก็มีทางเลือกเหลือเพียงสองทาง หนึ่ง ต้องลดค่าใช้จ่ายลงมาอย่างวูบวาบในทันทีทันใด ซึ่งก็ทำได้ยาก หรือทำได้ก็จะมีผลกระทบอย่างแรง สอง ถ้าหากลดค่าใช้จ่ายอย่างงมากและเฉียบพลันไม่ได้เมื่อถึงเวลาต้องชำระหนี้ ก็จะต้องผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งกรณีที่สองนี้ จะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตในทันทีทันใด และบริษัทจัดอันดับทุกแห่ง ก็ต้องพิจารณาปรับลดอันดับทันที ไม่เฉพาะ S&P เท่านั้น

ส่วนนักลงทุนสถาบัน ก็เริ่มให้ความเห็นที่หลากหลาย Craig Brothers จาก Bel Air กล่าวว่าอันดับเครดิต AAA หรือ AA ไม่ได้มีผลต่อปริมาณธุรกรรมตราสารหนี้ของอเมริกามากนัก

ส่วน Jim Rupert จาก Action Economics บอกว่า บริษัทจัดอันดับเครดิตได้สูญเสียความน่าเชื่อถือไปมาก ในหลายปีที่ผ่านมา แม้อันดับเครดิตจะยังมีความสำคัญอยู่ แต่ก็ไม่ได้สำคัญที่สุดเหมือนในอดีต และนักลงทุนพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม Fitch ก็ได้ออกมาเตือนว่าถ้าหากรัฐสภาไม่สามารถตกลงกันเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ได้ในเวลาอันเหมาะสม “ก็อาจมีผลต่อการลดอันดับเครดิต” ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายก็ถือว่าเป็นคำเตือนที่สำคัญ เพราะถ้าหาก Fitch ลดอันดับลงจริง ก็แปลว่าสอดคล้องกับอันดับเครดิตของ S&P ด้วยเช่นกัน

ส่วน S&P ก็ยังไม่ยอมอยู่เฉยเสียทีเดียว เพราะเมื่อวันจันทร์นี้ หลังจากที่นักการเมืองตกลงกันไม่ได้ในรัฐสภา S&P ก็ได้ออกมาพูดกระแนะกระแหนรัฐบาลอเมริกันอีกครั้งหนึ่งว่า “การต่อสู้โดยใช้ชั้นเชิงทางการเมืองเพื่อกดดันให้สถานการณ์เข้าใกล้จุดหายนะ (Political Brinkmanship) อย่างที่เกิดขึ้นในรัฐสภาเวลานี้นี่แหละ คือสาเหตุหลัก ที่ทำให้อันดับเครดิตของอเมริกา ไม่ใช่ AAA อีกต่อไป”

อย่างนี้จะเรียกว่าพูดจาเสียดสี หรือเยาะเย้ยถากถางก็ไม่รู้ แต่เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป จนถึงวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งผมเชื่อว่า นักการเมืองอเมริกัน ก็คงจะเล่มเกมการเมืองแบบหวาดเสียว หรือ Political Brinkmanship จนถึงนาทีสุดท้ายอีกนั่นแหละ เพราะหลายปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเล่มเกมอย่างนี้เก่งขึ้นเรื่อยๆ

เดาเอาว่า อาจจะดูงานไปจากนักการเมืองแถวเอเชีย บางประเทศนะครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เรทติ้ง เกมหวาดเสียว

view

*

view