หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/09/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,902,878
Page Views 23,452,578
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เกิดอะไรขึ้นหากอเมริกาไม่สามารถชำระหนี้คืน (Debt Default)

เกิดอะไรขึ้นหากอเมริกาไม่สามารถชำระหนี้คืน (Debt Default)

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ความกังวลที่ขาดความชัดเจนหรือไม่มีข้อสรุปในประเด็นเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจตลาดการเงินโลกในช่วงนี้

คือ การที่รัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐอเมริกาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับเพิ่มเพดานการก่อหนี้ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 16.7 ล้านล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้น จนล่าสุดทำให้เกิดการต้องปิดหน่วยงานของภาครัฐ (Government Shutdown) ส่วนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมาและยืดเยื้อมาแล้วเป็นเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ และตลาดการเงินทั่วโลกกำลังติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาและสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด

การปิดหน่วยงานดังกล่าวได้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีการว่างงานทันทีประมาณ 800,000 คน และหน่วยงานที่ถูกปิดได้แก่หน่วยงานที่มีความจำเป็นน้อย เช่น อุทยานแห่งชาติ แกรนด์แคนยอน หรืออนุสาวรีย์สันติภาพ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุดต่างๆ รวมไปถึงสวัสดิการสังคมหลายประเภทที่รวมไปถึงการลดและเลื่อนการจ่ายเงินสวัสดิการ และหากว่าถึงวันที่ 17 ตุลาคมนี้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาอาจเข้าถึงสถานการณ์ถึงขึ้นที่เรียกว่า ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้ (Debt Default) ที่จะต้องนำไปสู่การต้องพักชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ได้

การปรับเพิ่มเพดานหนี้ของทางการสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ในระยะหลังนี้ได้มีประเด็นปัญหามากขึ้น เพราะสภาผู้แทนราษฎรนั้นพรรคฝ่ายค้าน (พรรครีพับลิกัน) มีเสียงข้างข้างมาก ในขณะที่พรรครัฐบาล (เดโมแครต) มีเสียงข้างมากในวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรเองไม่ยอมผ่านข้อเสนอของรัฐบาลในการขอปรับเพิ่มเพดานการก่อหนี้ แต่มีเงื่อนไขในการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษี ปรับแผนการให้ประกันสุขภาพในนาม Obama Medicare และอื่นๆ ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามาดูจะไม่ยอมรับเจรจาต่อเงื่อนไขดังกล่าว และกล่าวหาพรรครีพับลิกันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องตกงานจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นการจับเอาประชาชนเป็นตัวประกันในการบีบบังคับให้สภาผู้แทนราษฎรยอมอนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมา

ประเด็นข้อขัดแย้งเรื่องเพดานหนี้ ได้เคยก่อให้เกิดปัญหามาแล้วครั้งหนึ่งแล้วในปี 2011 ที่ทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำทั่วโลกยาวนานนับเดือนในช่วงระยะการหาข้อยุติ และในช่วงดังกล่าวบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อหลักแห่งหนึ่งของโลกได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้และประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว

การปิดหน่วยงานราชการในครั้งนี้นานมากกว่าที่เกิดขึ้นในอดีต นับตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมาได้เคยมีการปิดหน่วยงานภาครัฐมา 4 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาและยุติการเลิกจ้างได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ครั้งที่ 1 ในปี 2524 ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีเรแกน ได้มีการลงมติโหวตเลิกจ้างพนักงานของหน่วยงานของรัฐบาลกลาง 400,000 คน แต่ในวันรุ่งขึ้นก็ได้มีการลงนามให้มีการจ้างงานกลับคืนมา

ครั้งที่สอง คือ ในปี พ.ศ. 2527 เมื่อรัฐสภาไม่ยอมผ่านร่างฯการจ้างงานพนักงานของรัฐจำนวน 500,000 คน แต่ในวันรุ่งขึ้นก็ได้มีการงบประมาณรายจ่ายฉุกเฉินในการจ้างงานคืน ครั้งที่สาม ในปี 2533 ที่รัฐสภาไม่ผ่านกฎหมายการว่าจ้างพนักงานต่อ ทำให้พนักงานต้องถูกเลิกจ้างในช่วงวันหยุดยาววันโคลัมบัส เป็นเวลา 3 วัน และมีการใช้งบประมาณฉุกเฉินขึ้นมาจ้างงานคืนโดนเร็ว

ในปี 2538-2539 ในยุคสมัยของประธานาธิบดีคลินตัน ที่มีการปิดบางหน่วยงานที่เกิดจากความขัดแย้งกันของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรที่มีพรรคฝ่ายค้านมีเสียงข้างมากในสภา ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

อะไรจะเกิดขึ้นหากการปิดหน่วยงานภาครัฐบาลดำเนินยืดเยื้อต่อไป แน่นอนว่าการที่มีคนถูกเลิกจ้างงานจำนวนมากในทันที ย่อมจะมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนและการใช้จ่ายของประชาชนและจะส่งผลกระทบไปต่อไปยังความเชื่อมันของนักลงทุน และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความต้องการสินค้าและบริการจากประเทศต่างทั่วโลก ดังจะเห็นได้ว่าธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ปรับลดประมาณเศรษฐกิจโลกลง

และหากสหรัฐอเมริกาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ที่อาจต้องนำไปสู่ปัญหาไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้แล้ว ผลกระทบที่จะเกิดตามมา ได้แก่ หนึ่ง การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั่วโลก สอง การปรับตัวสูงขึ้นของดอกเบี้ยนับตั้งแต่ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งหมายถึงว่าต้นทุนการทำธุรกิจและการกู้ยืมของประชาชนชาวอเมริกันจะต้องปรับตัวสูงขึ้น สาม การถูกปรับลดลำดับความน่าเชื่อของประเทศ และ สี่ อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ผลกระทบดังกล่าวก็จะต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลก ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาหนี้ของสหรัฐอเมริกาเกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวของประชาชนและของรัฐบาลที่ในที่สุดแล้วทำให้เกิดปัญหาต่อประเทศ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เกิดอะไรขึ้น อเมริกา ไม่สามารถ ชำระหนี้คืน Debt Default

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view