หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,998,163
Page Views 23,559,254
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

นำทุนสำรองฯ ตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้

นำทุนสำรองฯ ตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

นักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ หนุนแนวคิด “อำพน กิตติอำพน” เสนอให้นำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ต่างประเทศ พร้อมเตือนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนกความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะตลาดหุ้นไทยมีพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมคาด “จีดีพี” ปีหน้าโตได้เกิน 4%
       
       นายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงแนวคิดของนายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เสนอให้มีการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก มาจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ และในหลายประเทศก็มีการดำเนินการ เพราะปัจจุบันเงินทุนสำรองของไทยยังมีอยู่สูงเกินความจำเป็น แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ต่างประเทศ
       
       อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากมีการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจริง ก็สามารถมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีความมั่นคงมากกว่า และให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยให้รัฐบาลมีเม็ดเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้
       
       แต่ยอมรับว่า การที่จะกำหนดว่าทุนสำรองระหว่างประเทศควรอยู่ที่ระดับใดนั้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศในการรักษาเสถียรภาพของค่าบาท ซึ่งปัจจุบันจากการที่ยังไม่มีความชัดเจนการลดขนาดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (QE) และการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อยุติ ส่งผลทำให้ปริมาณการไหลเข้าออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายมีความผันผวน และทำให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนไปด้วย
       
       ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังต้องใช้เงินทุนสำรองเข้าไปดูแลเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งที่ผ่านมา การเข้าดูแลค่าเงินของ ธปท. ถือว่ามีเสถียรภาพเพราะทำให้ค่าบาทเป็นไปตามทิศทางเดียวกับภูมิภาค แต่ไม่ใช่การฝืนตลาดเป็น เพียงการชะลอความผันผวนของค่าเงินบาทเท่านั้น
       
       นอกจากนี้ ขอเตือนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนกความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทั่วโลกจากวิกฤติของสหรัฐฯ เพราะพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยมีความแตกต่างจากพื้นฐานตลาดหุ้นต่างประเทศ และโอกาสที่สหรัฐฯ จะไม่สามารถขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ เป็นไปได้น้อยมาก
       
       ด้านนายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ ประจำปี 2556 เรื่อง “2 ปีนโยบายเศรษฐกิจยิ่งลักษณ์ : ความฝันกับความจริง” โดยมองว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.9 กระทบทำให้การส่งออกชะลอตัวลงมากกว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
       
       หากรัฐบาลยังไม่สามารถกระตุ้นการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศเพื่อชดเชยการส่งออก โอกาสที่จะเห็นอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้โตได้ร้อยละ 4 คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น รัฐบาลต้องกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ด้วยการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน เพราะการลงทุนจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุน กระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ ซึ่งให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจคุ้มค่ากว่าดอกเบี้ยจ่ายของรัฐบาลในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลยังสามารถจะก่อหนี้สาธารณะเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะปัจจุบัน ระดับหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ระดับร้อยละ 40-45 ของจีดีพี ยังไม่ถึงร้อยละ 60 ตามกรอบวินัยทางการคลัง
       
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทิศทางของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัวได้ดีกว่าปีนี้ แต่จะเป็นระดับที่เท่าไรคงคาดการณ์ได้ยาก หากต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่าร้อยละ 4 ต้องขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีจะเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้น และจะเป็นตัวสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปีหน้าได้ แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐฯ จะมีผลต่อภาวะตลาดเงิน และตลาดทุนไทยผันผวนแค่ไหน รวมทั้งความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
       
       ส่วนการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะรายได้ที่เกษตรได้รับจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการบริโภค และกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วย แตกต่างจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง เมื่อซื้อรถแล้วจะต้องประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวทำให้เกิดการบิดเบือนของกลไกตลาด เพราะมีการรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดโลก ซึ่งรัฐบาลคงไม่ได้มองในเรื่องกำไรขาดทุน แต่มองที่การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งเชื่อว่าสุดท้ายรัฐบาลจะต้องมีการปรับราคารับจำนำลงให้สอดคล้องกับราคา ของตลาดโลก


นักศศ.เสียงแตกหนุน-ค้านกองทุนมั่งคั่ง

จาก โพสต์ทูเดย์

ภาณุพงศ์" หนุนแนวคิดนำทุนสำรองตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ด้าน "สมภพ" ชี้ ยังไม่เหมาะกับเศรษฐกิจไทย

นายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า การนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ มาจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ทำได้ และในหลายประเทศก็ดำเนินการอยู่ เพราะปัจจุบันเงินทุนสำรองของไทยมีสูงเกินความจำเป็น ซึ่งหากตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ จริง แนะว่า ควรลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลในต่าง ประเทศ โดยพันธบัตรรัฐบาลไทยมีความมั่นคงและให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และนำไปใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้

อย่างไรก็ตาม การกำหนดทุนสำรองระหว่างประเทศควรอยู่ที่ระดับใดเป็นเรื่องยาก เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำเป็นต้องใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศรักษาเสถียรภาพของค่าบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนการลดขนาดคิวอี และการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐยังไม่มีข้อยุติ ส่งผลเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาทผันผวน

ด้านนายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่อยู่ในฐานะที่เหมาะสมที่จะตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เพราะหากประเมินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ 1.7-1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินทุนสำรองที่เหลือจากการดูแลระบบเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและเศรษฐกิจ เพียง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าน้อยมาก ใกล้เคียงกับขนาดกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนประกันสังคม

"ประเทศที่จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ควรมีทุนสำรองระหว่างประเทศเหลือเป็นจำนวนมาก และต้องเป็นเงินเย็น ที่ไม่ใช้เพื่อการดูแลตลาดเงินและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่ประเทศที่ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ อย่างประเทศในตะวันออกกลาง และรัสเซีย รวมทั้งประเทศที่รัฐบาลมีอำนาจในการบริหารประเทศสูงสุด อย่างจีนและสิงคโปร์ มีการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยยังไม่เหมาะที่จะตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ" นายสมภพ กล่าว


หนุนตั้งกองทุนมั่งคั่ง ดึงเงินลงทุนเมกะโปรเจค

นักวิชาการหนุนดึงเงินทุนสำรองตั้ง "กองทุนมั่งคั่ง" เหตุเงินทุนสำรองของไทยปัจจุบันสูงเกินความจำเป็น ช่วยรัฐบาลมีเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นายภาณุพงศ์ นิธิประภา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงแนวคิดของนายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เสนอให้มีการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก มาจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ และในหลายประเทศก็ดำเนินการ เพราะปัจจุบันเงินทุนสำรองของไทยยังมีอยู่สูงเกินความจำเป็น แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างประเทศ

ทั้งนี้ หากมีการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจริง ก็สามารถมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยที่มีความมั่นคงมากกว่า และให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยให้รัฐบาลมีเม็ดเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ทุนสำรองฯ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ยอมรับความเสี่ยง เกิดขึ้นได้

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view