http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท17/11/2017
ผู้เข้าชม20,086,270
เปิดเพจ23,686,300

เปิดตัวบริษัท กล้องวงจรปิด ขาย นาฬิกา ให้รัฐสภาเรือนละ 6 หมื่น

เปิดตัวบริษัท“กล้องวงจรปิด”ขาย“นาฬิกา”ให้รัฐสภาเรือนละ 6 หมื่น

จากสำนักข่าวอิสรา

เปิดตัวผู้รับเหมาขายนาฬิกา –ห้องจำหน่ายสินค้าที่ระลึกอาคารรัฐสภา 22.8 ล้าน ที่แท้ร้านขายกล้องวงจรปิด ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ทำสัญญา 29 มี.ค.56 อ้างนำเข้าจากฝรั่งเศส ปัดรู้จักคนโต-ขรก.

dfsdrrrt

บริษัท อีควิป แมน จำกัด ผู้รับเหมางานปรับปรุงระบบนาฬิกาให้แก่รัฐสภาและอื่นๆกว่า 22.8 ล้านบาทนั้นแท้ที่จริงประกอบธุรกิจขายกล้องวงจรปิด

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจ สอบพบว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ว่าจ้าง บริษัท อีควิป แมน จำกัด อย่างน้อย 3 โครงการ รวมวงเงิน 22,881,083 บาท ได้แก่

1.การปรับปรุงระบบแลกบัตรเข้า-ออก 4,150,000.00 บาท เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 55

2.ปรับปรุงระบบนาฬิกาภายในและโดยรอบรัฐสภาวงเงิน 14,891,083 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค.56

3.จัดทำห้องจำหน่ายสินค้าที่ระลึกรัฐสภา วงเงิน 3,840,000.00 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค.56

จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท อิควิป แมน จำกัด จดทะเบียนวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ทุน 3 ล้านบาท รับออกแบบและวางระบบ ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ค้ากล้องวงจรปิด มีนายศราวุธ พงษ์สงวนสุข ถือหุ้นใหญ่และเป็นกรรมการ

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2556 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา(www.isranews.org) ลงพื้นที่ไปยังที่ตั้งของบริษัท อีควิป แมน จำกัด ระบุที่ตั้งคือเลขที่ 1832/2 หมู่ที่ 7 ถนนเทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พบตั้งอยู่ในซอยที่ดินทอง 6 ติดถนนเทพารักษ์ เมื่อไปถึงปรากฏเป็นอาคารพาณิชย์ ขนาด 3 ชั้น จำนวน 1 คูหา ด้านหน้ามีป้ายบริษัท อีควิปแมน จำกัด ติดไว้ชัดเจน

gptoot

จากการสอบถามหญิงสาวคนหนึ่งในบริษัท ฯ เบื้องต้น ระบุว่า นายศราวุธ ไม่อยู่ เพราะออกไปดูหน้างานที่อื่น ให้ติดต่อทางโทรศัพท์ แต่ได้ระบุว่าตนจำเบอร์โทรศัพท์ของนายศราวุธ ไม่ได้ โดยหญิงสาวคนดังกล่าวได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของนายอนุชิต มาแทน

ถัดมาผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ไปที่ นายอนุชิต ในเบื้องต้นนายอนุชิต ระบุว่า ยังไม่สามารถให้เบอร์โทรศัพท์ของนายศราวุธ ได้ โดยต้องถามนายศราวุธก่อน

ถัดจากนั้นประมาณ 10 นาที ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปยังนายอนุชิต อีกครั้ง โดยนายอนุชิต ระบุว่า ได้สอบถามนายศราวุธ แล้ว แต่นายศราวุธ ยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูล เมื่อพร้อมจะติดต่อกลับไป

หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง นายศราวุธ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกลับมายังผู้สื่อข่าว เพื่อขอชี้แจง

เมื่อถามว่าบริษัท อีควิป แมน จำกัด ได้งานปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย ภายในและโดยรอบรัฐสภาและจัดทำห้องจำหน่ายสินค้าที่ระลึกรัฐสภา ได้อย่างไร นายศราวุธ ระบุว่า บริษัทฯ ของได้งานโดยวิธีประมูลเปิดซองตามขั้นตอนปกติ

เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ ว่าผู้เสนอราคารายอื่นมีบริษัทฯ ใดบ้าง นายศราวุธ ระบุว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องรายชื่อผู้ยื่นซองประมูลทางรัฐสภาไม่ได้เปิดเผย

เมื่อถามต่อว่านายศราวุธ รู้จักกับข้าราชการในรัฐสภาโดยตรงหรือไม่ นายศราวุธ ระบุว่า ไม่ได้รู้จักกับข้าราชการคนใดเลย แต่บริษัทฯเคยเข้าประมูลที่รัฐสภาตั้งแต่ปี 2551 ก็อาจจะรู้จักกับผู้ติดต่องานบ้าง แต่สำหรับคนใหญ่ คนโต ยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน

ล่าสุดวันที่ 21 ก.ย.2556 นายนายศราวุธ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรณีเป็นผู้รับเหมาปรับปรุงระบบนาฬิกาภายในและโดยรอบรัฐสภาวงเงิน 14.8 ล้านบาทว่า เป็นนาฬิกาแขวนผนังยี่ห้อ Bodet ที่สั่งซื้อจากประเทศฝรั่งเศส จำนวน 238 เรือน ทำงานด้วยระบบ Master Clock ซึ่งนาฬิกาทุกเรือนในรัฐสภาที่ติดตั้งจะเดินตรงกันทุกนาที และวินาที อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เน็ตเวิก และอุปกรณ์ UPS และรับประกัน 3 ปี

เมื่อถามถึงราคาเฉลี่ยในแต่ละเรือนราคา เท่าใด นายศราวุธ ระบุว่า ไม่สามารถประเมินราคาเป็นเรือนๆได้ เพราะเวลาที่คุยงานกับบริษัทในประเทศฝรั่งเศส ตนคุยเป็นโปรเจ็คต์ เป็นการจ่ายแบบเหมารวมทั้งหมด สำหรับตัวเลขนั้น ในทางธุรกิจตนไม่ขอเปิดเผย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเงินปรับปรุงระบบนาฬิกาให้รัฐสภารวม 14,891,083 บาท จำนวน 238 เรือน เท่ากับราคาเรือนละ 62,567 บาท

ล่า สุด สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบว่า บริษัท อิควิป แมน จำกัด เป็นคู่สัญญากับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในการจัดซื้อครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ วงเงิน 1,700,000 บาท เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 49

นอกจากนี้ยังเป็นผู้รับเหมาติดตั้ง ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 2 ครั้ง ครั้งแรกวงเงิน 6,470,000 บาท วันที่ 20 ส.ค. 51 และ ครั้งที่สอง 6,999,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. 50 และ ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า โทรศัพท์ และระบบ LAN วงเงิน 3,356,590 บาท วันที่ 10 ก.พ. 55

เป็น คู่สัญญา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จ้างปรับปรุงทดแทนสายสัญญาณ(FiberOptic)ของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทางพิเศษ ฉลองรัช วงเงิน 10,290,000 บาท เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 52 และซื้ออุปกรณ์รับส่งสัญญาภาพและสัญญาณควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV) 1,199,794.90 บาท เมื่อวันที่ 10 เม.ย.56


เปิดตัว“เจ้าของ”บริษัทขายนาฬิกาเรือนละ 7.5 หมื่น ให้สภาฯ-โชว์รายชื่อลูกค้าอื้อ‏

เขียนวันที่วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม 2556 เวลา 15:13 น.เขียนโดยisranews

เปิดตัว “เจ้าของ” บริษัทขายนาฬิกา เรือนละ 7.5 หมื่น ให้สภาฯ - พบโชว์รายชื่อลูกค้า ในงบดุล มากว่า 46 ราย “หน่วยงานราชการ -สถานศึกษา -เอกชน “ เพียบ ฟันรายได้ปี 55 เฉียด 60 ล้าน

001ccccci

(ภาพถ่ายบริษัท จากเว็บไซต์แนวหน้า)

หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า บริษัท พรีเซียส ไทม์ เทรดดิ้ง จำกัด ถูกระบุชื่อว่าเป็นคู่สัญญากับสภาผู้แทนราษฎร ในการจัดซื้อนาฬิกา 200 เรือน มูลค่า 15 ล้านบาท ที่กำลังตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอยู่ในขณะนี้ 

และหลายคนอาจจะทราบว่า สถานที่ตั้งของบริษัทแห่งนี้ เป็นเพียงห้องแถว 2 คูหา ตั้งอยู่เลขที่ 143/613-614 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ 10700

แต่หลายอาจจะยังไม่ทราบว่า บริษัทฯ แห่งนี้ ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง?

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัท พรีเซียส ไทม์ เทรดดิ้ง จำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

พบว่า บริษัทฯ แห่งนี้ จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 ทุนประเดิมในการจัดตั้งอยู่ที่ 1ล้านบาท เดิมตั้งอยู่ที่ 695/43 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปรากฏชื่อ “นางสาวสมศรี เหล่าขุนสุวรรณ” เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และผู้ถือหุ้นใหญ่

(ดูเอกสารประกอบ)

001ccccci01

ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2541 บริษัทฯ แจ้งขอแก้ไขสำนักงานที่ตั้งเป็นเลขที่ 143/613-614 ถนนบรมราชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งในปัจจุบัน 

ขณะที่นางสาวสมศรี เหล่าขุนสุวรรณ แจ้งเปลี่ยนเป็นสถานะและนามสกุลเป็น “นางสมศรี โกวิทวีรธรรม”

ก่อนที่วันที่ 24 สิงหาคม 2542 จะแจ้งเปลี่ยนนามสกุลอีกครั้ง เป็น "ชัยเอนกกุล"

จากนั้นวันที่ 21 กันยายน 2542 บริษัทฯ แจ้งเพิ่มวัตถุประสงค์เป็น 25 ข้อ จากเดิม 22ข้อ

โดยวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ มีการระบุ ในข้อ 23 ว่า ประกอบกิจการค้านาฬิกาไฟฟ้า นาฬิกาตั้งเวลา นาฬิกาจับเวลา นาฬิกาแขวน นาฬิกาฝั่งผนัง นาฬิกาตั้งโต๊ะ เครื่องบอกเวลา เครื่องจับเวลา ตลอดจนแผงป้ายจับเวลาหรือให้คะแนนทุกชนิดทุกประเภท อุปกรณ์นาฬิกาทุกประเภท เครื่องกีฬา และอุปกรณ์ รวมทั้งชุดกีฬาทุกประเภท

ข้อ 24 แจ้งประกอบกิจการรับทำป้ายแผงไฟวิ่ง หรือแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ สกอร์บอร์ดไฟฟ้า ระบบจัดทำตารางเวลาเดินรถ และแผนผังกำหนดเวลาเดินรถด้วยคอมพิวเตอร์ พร้อมส่วนประกอบรวมทั้งอะไหล่ ของสิ่งดังกล่าว

ข้อ 25 ประกอบกิจการการค้า เครื่องชั่งน้ำหนักอิเล็กทรอนิกส์ เครื่อง ชั่งน้ำหนักรถยนต์ ขณะเคลื่อนที่ เครื่องชั่งน้ำหนัก ประเภทเครื่องย้าย และประเภทคงที่ เครื่องชั่งน้ำหนักทุกชนิดทุกประเภท อุปกรณ์เครื่องชั่งทุกประเภทรวมทั้งอะไหล่ ของสินค้าดังกล่าว

จากนั้นวันที่ 10 กรกฎาคม 2544 บริษัทฯได้แจ้งเพิ่มเติมรายละเอียดในวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้นใหม่ 3 ข้อดังกล่าวให้มีคำว่า ขาย ซ่อม ได้ด้วย

ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 บริษัทฯ แจ้งเพิ่มกรรมการอีกหนึ่งตำแหน่ง คือ "นางสาวดวงกมล อุดมกิจปัญญา" แจ้งเข้ามาเป็นกรรมการอีกคนนอกเหนือจาก นางสมศรี ชัยเอนกกุล

จากนั้นวันที่ 28 กรกฎาคม 2548 บริษัทฯ แจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 ล้านบาท

จากนั้นวันที่ 5 ตุลาคม 2548 บริษัทฯ แจ้งวัตถุประสงค์เพิ่มเติมเป็น 26 ข้อ ให้ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างอาคาร อาคารพาณิชย์ อาคารที่พักอาศัย สะพาน เขื่อน อุโมงค์ งานรื้อถอน และงานโยธาทุกประเภท

ก่อนจะแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท ในวันที่ 22 มกราคม 2551

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2555 มี 7 คน โดยนางสมศรี ชัยเอนกกุล และ น.ส.ดวงกมล อุดมกิจปัญญา ถือหุ้นใหญ่สุด คนละเท่าๆ กัน คือ จำนวน 24,997 หุ้น (หุ้นละ 100 บาท)

(ดูเอกสารประกอบ)

001ccccci02

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 บริษัทฯ ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2555 ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับทราบ แจ้งว่ามีรายได้จากการขายและการให้บริการ เป็นจำนวนเงิน 58,823,945.26 บาท มีรายได้อื่นอีกจำนวน 187,410.92 บาท รวมรายได้ 59,011,356.18 บาท

แต่มีค่าใช้จ่ายรวม 1,065,663.36 บาท ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,730,407.18 บาท

ทั้งนี้ ในหมายเหตุงบการเงิน ผู้สอบบัญชีระบุว่า บริษัทฯ แห่งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบกิจการจำหน่ายและติดตั้งสกอร์บอร์ดไฟฟ้า

นอกจากนี้ ในการส่งงบการเงินประจำปี 2555 ดังกล่าว บริษัทฯ ยังได้แนบรายละเอียดการหัก ภาษี ณ ที่จ่ายให้กับหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และเอกชน ที่จำหน่ายสินค้าให้ เป็นจำนวนถึง 46 ราย รวมวงเงินภาษี จำนวน 683,267.61 บาท

อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย , องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ,การกีฬาแห่งประเทศไทย ,เทศบาลนครปากเกร็ด , บมจ.ธนาคารกรุงไทย ,กรมพลศึกษา , สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ,บจก.วูเทคไทย , ธนาคารกสิกรไทย และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นต้น

(ดูเอกสารประกอบ)

001ccccci03

 

001ccccci04

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ได้ติดต่อไปยัง บริษัท พรีเซียส ไทม์ เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการขายนาฬิกา 200 เรือน มูลค่า 15 ล้านบาท ให้กับสภาฯ

อย่างไรก็ตาม นางสมศรี ชัยเอนกกุล ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องนี้ เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องการขายสินค้า

“คนที่รับผิดชอบเรื่องการขายสินค้าของบริษัทฯ ไม่อยู่ ไปต่างประเทศ ขอให้ติดต่อกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า” นางสมศรีระบุ

เมื่อถามย้ำว่า บริษัทฯ ได้ขายสินค้าให้กับสภาฯ หรือไม่ นางสมศรี ระบุว่า ไม่รู้เรื่องด้วยจริง ขอให้ติดต่อกลับมาใหม่ดีกว่า"


ข้อมูลพิรุธจัดซื้อโคตร"นาฬิกา"ไฮเทค สภาฯ ถึง มือ ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า

จากสำนักข่าวอิสรา

ปธ.ที่ ปรึกษา กมธ.ปราบทุจริต เผยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สภาฯ ใช้วิธีพิเศษงานผู้รับเหมาทำงานเพียบ ยอดงบประมาณพุ่งเกิน 100 ล้าน ชี้จุดเริ่มต้นปัญหาไม่ชอบมาพากล ได้เอกชนมีอาชีพไม่ตรงตามเนื้องาน เตรียมส่งเรื่องจัดซื้อนาฬิกา ให้ ป.ป.ช. ฟัน สัปดาห์หน้า 

ffddee

 

กรณี สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจ สอบพบข้อสังเกตหลายประการ เกี่ยวกับการว่าจ้างบริษัท ณัฐพงศ์อินเตอร์ จำกัด ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงต้นปี 2556 ให้เข้ามาเป็นผู้รับเหมางานจำนวน 2 สัญญา คือ งานว่าจ้างดำเนินการกำจัดปลวก ยุง มด แมลงสาบและหนู ภายในบริเวณสำนักงานฯสภา วงเงิน 6,158,742 บาท และงานจำกัดขยะ วงเงิน 2,359,350 บาท รวมวงเงิน 8,518,092 บาท โดยทำสัญญาว่าจ้างวันเดียวกัน คือ ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 อาทิ การที่บริษัทแจ้งข้อมูลว่า ทำธุรกิจรับตีเส้นงานจราจร ผลิตป้ายจราจร ขณะที่คนในบ้านซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งบริษัทแห่งนี้แท้จริงแล้วมีอาชีพเป็น คนขับรถตู้รับส่งนักเรียน?

 (อ่านประกอบ: เจ้าของที่ตั้งรับเหมากำจัด"ปลวก-แมลงสาบ"สภาฯ 6.1ล้าน -ขับรถตู้รับส่งนร.?)

 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2556 นาย วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติ มิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ยืนยันสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของกมธ.ฯ พบว่าในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา สภาฯ ได้ใช้วิธีพิเศษว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานจำนวนหลายสิบโครงการ รวมเม็ดเงินมากว่าร้อยล้านบาท 

 ขณะที่บริษัทฯ ที่ว่าจ้างเข้ามาทำงาน มีการตรวจสอบพบข้อพิรุธหลายประการบางรายก็มีอาชีพที่ไม่ตรงกับเนื้องานที่รับจ้าง 

 “จุดเริ่มต้นที่ทำให้การว่า จ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานของสภาฯ มีลักษณะแบบนี้ เป็นเพราะมีคนบางกลุ่มไปทำเรื่องขอแก้ไขระเบียบการประมูลงานของสภาฯ ไม่ต้องทำอีอ็อคชั่น ต่างไปจากข้อกำหนดในระเบียบพัสดุ สภาฯ จึงมักจะใช้วิธีพิเศษจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานเอง ซึ่งผมกำลังหาคำตอบอยู่ว่าเรื่องแบบนี้ทำได้หรือไม่”

นายวิลาศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่เข้ามารับงานของสภาฯ โดยใช้วิธีพิเศษ เช่นบริษัท อิควิปแมน จำกัด ที่เข้ามารับงานนาฬิกา และก่อสร้างห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร พบว่า อาจจะไม่ได้มีการประกอบอาชีพตามเนื้องานที่ประกาศไว้

“ผมให้ลูกน้องโทรศัพท์ไปสอบถามบริษัท แห่งนี้ว่า รับงานก่อสร้างหรือไม่ เขาบอกว่าไม่มีการรับ คำถามก็คือ เมื่อไม่ได้ทำงานก่อสร้างอยู่ แล้วปรากฏชื่อเข้ามารับงานก่อสร้างจากสภาฯ ได้ยังไง ส่วนเรื่องนาฬิกา ผมเข้าไปดูที่บริษัทแล้ว ไม่เห็นนาฬิกาเลย เมื่อไม่มีของในบริษัท แล้วเขาหาของที่ไหนมาส่งให้”

นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กำลังตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการว่าจ้างงานทุกโครงการของสภาฯ แม้ว่าจะติดขัดปัญหาเรื่องการส่งมอบข้อมูลทางสภาฯ ที่ล่าช้ามากก็ตาม แต่ในส่วนงานจัดซื้อนาฬิกา คิดว่าข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ น่าจะเพียงพอส่งเรื่องให้ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบได้แล้ว โดยตนจะล่ารายชื่อส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อนำมาใช้ประกอบการส่งเรื่องให้ป.ป.ช.พิจารณาในสัปดาห์หน้านี้

“สภาฯ เป็นหน่วยงานที่พิเศษกว่าหน่วยงานอื่น ไม่ควรที่จะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแบบนี้เกิดขึ้น ผมกับกมธ. เข้าไปตรวจสอบหน่วยงานราชการมาแล้วทุกแห่ง วันนี้เราเข้ามาตรวจสอบสภาฯ ก็พบว่า ปัญหามันดูเหมือนจะเยอะมากกว่าหน่วยงานอื่นๆอีก ถึงเวลาที่เราจะต้องมาไล่กวาดบ้านของเราแล้ว และเชื่อว่า ส.ส.และ ส.ว. คนอื่นก็คิดแบบนี้เหมือนกัน”

“สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นฝ่ายข้าราชการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว เรื่องแบบนี้ จะต้องมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังด้วย”

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ได้พยายามติดต่อผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ 


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เปิดตัวบริษัท กล้องวงจรปิด ขายนาฬิกา รัฐสภา เรือนละ 6 หมื่น

view

*

view