http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท17/11/2017
ผู้เข้าชม20,089,525
เปิดเพจ23,689,828

คนชอบความสุข แต่กังวลเรื่องเศรษฐกิจ

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

       ไว คอม เผยผลวิจัยพบคนไทยมีความเครียดน้อยที่สุดจาก 32 ประเทศ ยอมรับกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังมีความสุข และมองโลกในแง่ดี ฟิลิปปินส์ครองอันดับหนึ่งมีค่าเฉลี่ยระดับความสุขอยู่ที่ 83% ตามด้วยอินเดีย 81% จีน 80% ไทย 78% มาเลย์เซีย 77% และสิงคโปร์ 69%
       
       บริษัท ไวคอม อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย เน็ตเวิรคส์ (VIMN) เอเชีย หน่วยงานภายใต้บริษัท ไวคอม (เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ: VIA, VIAB) เปิดเผยผลการศึกษาและวิจัยจากทั่วโลกในกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์ (millennials) ในหัวข้อ “ภาวะปกติในอนาคต : ทรรศนะใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์ทั่วโลก” (The Next Normal : AnUnprecedented Look At Millennials Worldwide) ซึ่งได้เพิ่มเติมผลการศึกษาและผลวิจัยใหม่ๆ จากหลายประเทศในเอเชีย อาทิ มาเลย์เซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
       
       โดยทำวิจัยในกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์ในประเทศไทยกว่า 450 คน พบว่าเป็นกลุ่มที่มีความเครียดน้อยที่สุด โดยน้อยกว่า 32 ประเทศที่เข้าร่วมทำการวิจัย โดยพบว่าส่วนใหญ่แล้วเลือกที่จะมีความสุข แม้จะมีความกังวลด้านปัจจัยทางเศรษฐกิจก็ตาม
       
       จากผลการวิจัยใหม่ในครั้งนี้ได้ข้อมูลที่แท้จริงของกลุ่มคนรุ่นนี้ จากทั่วโลกเป็นครั้งแรกซึ่งถือเป็นผลวิจัยทางประชากรที่จะมีผลกระทบเป็น อย่างมากในหลายๆ ด้าน การนำเสนอผลวิจยเชิงลึกในครั้งนี้ ดำเนินการโดย นายคริสเตียน เคอร์ซ รองประธานฝายวิจัยนานาชาติ บริษัท ไวคอม อินเตอร์เนั่นแนล มีเดีย เน็ตเวิรคส์
       
       การศึกษาและวิจัยครั้งนี้ได้ถูกทำการสำรวจจากทั่วโลก และได้นำเสนอผลวิจัยเชิงลึก อาทิ ทัศนคติ ค่านิยม ความปรารถนา และมุมมองต่างๆ ของกลุ่มคนรุ่นมิลเนเนี่ยลส์ อายุระหว่ง 9-30 ปี จาก 32 ประเทศ รวมประเทศต่างๆ ในเอเชีย โดยก่อนหน้านี้เป็นผลวิจัยที่รวมผลการศึกษาจากประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้ทำการสัมภาษณ์ไปทั้งสิ้นกว่า 20,000 คน ทั้งการสำรวจในเชิงลึก สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงข้อคิดเห็นทั้งหมด โดยในประเทศไทย สำรวจกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 450 คน
       
       นายคริสเตียน เคอร์ซ กล่าวว่า ผลวิจัยดังกล่าวจะเป็นคู่มือที่น่าเชื่อถือเพื่อนำไปสู่วิวัฒนาการของ ประชากร โดยที่ผลวิจัยจช่วยในเรื่องของข้อมูลเนื้อหาที่จะส่งออกไป รวมไปถึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับกลุ่มคนรุ่น นี้ทั่วโลก
       
       ผลวิจัยระบุว่า ทุกวันนี้ภาวะเศรษฐกิจคือปัจจัยอันดับแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มคนรุ่น นี้ โดยมีจำนวนถึง 68% จากทั้งหมดที่มีความรู้สึกอ่อนไหวต่อวิกฤติเศรษกิจโลก ถึงแม้จะมีความเป็นกังวลในเรื่องเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญ แต่โดยส่วนใหญ่ของกลุ่มคนรุ่นนี้มักจะแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสุข และการมองโลกในแงดี
       
       * มากกว่าสามในสี่ (76%) ของกลุ่มคนรุ่นนี้บรรยายถึงตนเองว่า ”เป็นคนที่มีความสุขมาก”
       * ระดับความสุขของกลุ่มคนยุคมิลเลนเนี่ยลส์นั้นเหนือกว่าระดับความเครียดโดยอยู่ที่ระดับ 2 ต่อ 1
       * ใประเทศไทย กลุ่มคนยุคมิลเลนเนี่ยลส์มีระดับความสุขอยู่ที่อันดับสามจากทั่วทั้งเอเชีย ถือเป็น 78% โดยมีประเทศฟิลิปปินส์ครองอันดับหนึ่ง ที่มีค่าเฉลี่ยระดับความสุขอยู่ที่ 83% ตามด้วยอินเดีย ที่ 81% และจีน ที่ 80% มาเลย์เซีย ที่ 77% และสิงคโปร์ ที่ 69%

       ผลการศึกษาที่มีนัยสำคัญมีดังนี้
       
       กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์จะรู้สึกมีความทุกข์ต่อความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน
       
       ความเป็นกังวลทางด้านเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวอย่างต่อ เนื่องในด้านความมั่นคงต่อหน้าที่การงาน รวมไปถึงความไม่แน่ใจและหวาดระแวงในการขยับเลื่อนฐานะของตนเอง
       
       * จากทั่วโลกพบว่าภาวะการว่างงานเป็นประเด็นสำคัญระดับต้นๆ ของโลกที่กลุ่มคนรุ่นนี้ต้องการให้แก้ไข ซึ่งมากกว่าปัญหาความอดอยากหิวโหยของผู้คนทั่วโลก
       
       * เกือบครึ่งของกลุ่มคนยุคมิลเลนเนี่ยลส์ (49%) เชื่อว่าสถานการณ์ของความมั่นคงในหน้าที่การงานจะยังคงมีแนวโน้มที่แย่ลง โดยที่มีจำนวนถึง 78% ที่มีความต้องการได้รับค่าจ้างในอัตราแรงงานขั้นต่ำ ดีกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีงานทำ
       
       * ในขณะที่ในปี 2549 พบว่ามีจำนวนกว่า 38% ของกลุ่มวัยหนุ่มสาวที่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับประโยคที่ว่า"ฉันจะหาเงิน ได้มากกว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองของฉัน” แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือ 25% ในยุคหลังวิกฤติเศรษฐกิจ
       
       อย่างไรก็ตาม พวกเขาสารถหาเหตุผลในการทำให้ตัวเองมีความสุขด้วยการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว คือวิธีหาความสุขอันดับแรกสำหรับกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์ เนื่องจากคนรุ่นนี้ให้ความสำคัญในความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ปัจจุบันหน่วยเล็กๆ ในสังคมอย่างครอบครัวจึงมีความใกล้ชิดกันมากว่าในอดีต
       
       ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนทั้งในชีวิตจริงและในโลกออนไลน์เป็นอีกหนึ่ง ในการหาความสุขของกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลส์ ท่ามกลางคนยุคนี้ พบว่ามีแนวโน้มที่แวดวงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนในชีวิตจริงนั้นแคบลง เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนในโลกออนไลน์ซึ่งมีจำนวนพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
       
       * ในระยะหกปีหลัง กลุ่มคนรุ่นนี้ยังคงมีกลุ่มเพื่อนรักในจำนวนเท่าเดิม แต่ในแวดวงของเพื่อนที่ต้องพบเจอประจำวันกลับมีจำนวนที่แคบลง
       
       * ในทางกลับกัน พบว่าคนรุ่นนี้มีเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่า 200 คน ตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มเพื่อทางออนไลน์ซึ่งได้รบ การยอมรับว่าเป็นเพื่อน แม้ว่าจะไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนก็ตาม
       
       * ในประเทศไทย พบว่านอกเหนือไปจากสมาชิกในครอบครัวแล้วนั้น ดารานักร้องและเหล่าเซเลเบริตี้ รวมถึงครู อาจารย์ เป็นกล่มที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มคนรุ่นนี้
       
       วิธีการแก้ความเครียดของกลุ่มคนรุ่นนี้ในประเทศไทยที่มักจะเลือกใช้ คือ ดูโทรทัศน์ นอน และพูดคุยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง
       
       เทคโนโลยไม่ได้เป็นตัวกำหนด แต่เป็นเครื่องมือในการแสดงตัวตน แทนที่จะเป็นตัวกำหนดกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยส์ แต่เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการแสดงตัวตน หากถามกลุ่มคนรุ่นนี้ จะได้คำตอบที่ว่า “เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นในแบบที่พวกเขาเป็น แต่มันได้ทำให้เขาสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากจะเป็น
       เทคโนโลยีเป็นตัวสนบสนุนความสัมพันธ์ให้แข็งแรงขึ้นและมีบบาทสำคัญในการพัฒนาความสุขอย่างยั่งยืนละเปิดโลกทรรศน์ให้ว้างมากขึ้น
       
       * สามในสี่ของคนกลุ่มนี้ชื่อว่าโซเชียลมีเดยมีผลประโยชน์ในด้าความสัมพันธ์แบบเพื่อน
       
       * และมีจำนวนมากถึง 73% ของคนกลุ่มนี้กล่าวว่าการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้นได้เปลี่ยนวิธีคิดที่พวกเขามีต่อโลกใบนี้
       
       กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ในเอเชีย (นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น) มีพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ระหว่างดูโทรทัศน์ที่ค่อนข้างบ่อย มากกว่าที่ใดในโลก ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด อาทิ ในประเทศจีนมีการใช้ไมโครบล็อกบนไวโบ (Weibo) ถี่มาก ในฟิลิปปินส์กลุ่มคนรุ่นนี้มักมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากในการใช้ทุก ช่องทางเพื่อสื่อสารกันเป็นปกติ ส่วนผลสำรวจในประเทศไทยพบว่าพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย (มีจำนวนถึง 42% ที่ส่งข้อความ ในขณะที่มีจำนวน 46% ใช้ในการสื่อสารกัน) มีสูงกว่าการส่งข้อความหากันระหว่างดูโทรทัศน์ (27%)
       
       ความภาคภูมิใจและความอดทนอดกลั้น
       
       กลุ่มคนรุ่นนี้กำลังแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกที่มีมากขึ้นต่อ ความภาคภูมิใจในประเทศของตนเองรวมไปถึงการแสดงออกถึงความสนใจในการรักษา ประเพณีพื้นเมือง ขณะเดียวกันพวกเขาได้เปิดใจกว้างมากขึ้นและอดทนอดกลั้นต่อมุมมองของนานา ประเทศและวัฒนธรรมอื่นๆ
       
       * มีจำนวนมากถึง 83% ที่เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า “ฉันภูมิใจที่เกิดเป็คนประเทศ...” ซึ่งเพิ่มจาก 77% ในปี 2549
       
       * มีจำนวนกว่า 76% ที่เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องช่วยกันรักษาประเพณีของประเทศตนเอง โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 68% ในปี 2549
       
       * มีจำนวน 73% ที่คิดว่าเป็นเรื่องดีที่มีคนต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านเกิดของพวกเขา ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่เพิ่มจาก 51% ในปี 2549
       
       * มีจำนวนถึง 86% ที่ระบุถึงตัวเองว่าเป็นคนที่อดทน อดกลั้น
       
       * มีจำนวนถึง 84% ของคนกลุ่มนี้ เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า “ช่วงวัยเรามีศักยภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้"
       
       จากผลวิจัยในครั้งนี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงการแสดงผลในเชิงบวกอย่างแท้ จริงของ “glocalisation” ที่ส่งผลต่อกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเี่ยลส์ในเชิงลึกยิ่งขึ้น”
       
       ภาวะปกติในอนาคต : ระหว่าง “พวกเรา” กับ “ตัวเรา”
       
       จากผลการวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นว่า “ภาวะปกติในอนาคต” เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับ “พวกเรา” มากกว่า “ตัวเรา” โดยลักษณะพิเศษที่สำคัญที่นิยามถึงกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนี่ยส์นี้คือ ความตระหนักต่อสังคมทั่วโลก ควมอดทนอดกลั้นและการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น รวมไปถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการส่งต่อและเชื่อมต่อไปทั่ว
       
       * พบว่ามีจำนวนถึง 87% ที่มีความกระตือรือร้นและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกใบนี้
       
       * และมีจำนวน 87% “ส่งต่อและเชื่อมต่อ” สู่กันและกัน (“sharing and connecting”)
       
       * 85% ของคนกลุ่มนี้ได้ระบุว่าตัวเองมีความสามรถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้พร้อมเสมอกับการเปลี่ยนแปลง
       
       * มีจำนวนว่า 93% ทั่วโลกที่เชื่อว่าการปฏิบัติต่อผู้คนอื่นๆ ด้วยความเคารพถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชื้อชาติ เพศ ศาสนา ความคิดห็นทางการเมือง หรือจะเป็นความหลากหลายทาง


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : คนชอบความสุข กังวลเรื่องเศรษฐกิจ

view

*

view