หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,998,141
Page Views 23,559,203
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

สึนามิหลังคำวินิจฉัย

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นที่สนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก คงจะมีหลายแง่มุม ทั้งชื่นชม เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย แต่ที่ร้ายแรงที่สุดเห็นจะเป็นการประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของพวกทาสเงินตราขี้ข้านักโทษ ถึงขนาดตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันเลย

แต่ถ้าลองมองลอดไปใต้โต๊ะ จะเห็นขาสั่นพั่บๆ โดยเฉพาะพวกหัวโจก มองเห็นอนาคตที่จะต้องเป็นนักโทษเหมือนนายเงินของตัวเอง ที่ต้องเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีไปชั่วชีวิต เงินก็มีไม่เท่าเจ้านายนักโทษ

ในแวดวงนักกฎหมายที่ผมรู้จัก รวมทั้งแดงพวกเรื่อๆ ก็ยังชื่นชมในฐานะนักนิติศาสตร์ว่าเป็นคำวินิจฉัยที่ดีมาก ถือเป็นระดับค้อนทองเลย บางท่านบอกว่า ฟังท่านตุลาการอ่านคำวินิจฉัยแล้วนึกถึงตอนยังเรียนมหาวิทยาลัย เหมือนนั่งฟังเลกเชอร์จากอาจารย์สอนกฎหมายมหาชน

นักกฎหมายอีกท่านหนึ่งบอกว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ตุลาการท่านนำหลักเกณฑ์ของประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมมาอยู่ในคำวินิจฉัย

เมื่อตั้งใจฟังคำวินิจฉัยที่อธิบายถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง สรุปหลักของนิติธรรมอย่างชัดเจน ประกอบกับเห็นภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ ปัญญาก็เกิด ซาบซึ้งในหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่แท้จริง เห็นภาพว่า ที่รัฐสภาและรัฐบาลใช้พวกมากลากไปอย่างที่ทำกันอยู่ มันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะไม่ฟังเสียงข้างน้อย ไม่ใช่หลักนิติธรรมเพราะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์คนคนเดียว ทางพระท่านเรียกปัญญาที่เกิดจากการฟังอย่างนี้ว่า สุตมยปัญญา

การออกมาประกาศไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรนูญ เป็นเหมือนจำอวดที่แสดงให้กับพวกของตัวเองดูเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลของนักโทษยังมีฤทธิ์มีเดชอยู่ ไม่มีใครทำอะไรได้

แต่การออกมาประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้ง เพราะนอกจากจะไม่มีผลใดๆ แล้ว การออกมาประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล เท่ากับไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง เหมือนกับนักโทษหนีคุกที่ยังประกาศไม่ยอมรับการตัดสินของศาล โดยหวังจะใช้อำนาจอันยิ่งใหญ่กลับมาได้อย่างเท่ๆ โดยไม่ต้องรับโทษใดๆ แต่แม้ว่านักโทษหนีคุกจะมีอำนาจล้นทะลักเมืองไทย รัฐบาลและรัฐสภาอยู่ภายใต้อุ้งมือ ก็ยังทำไม่ได้

พวกเจ้าเป็นใครที่หาญกล้ามาประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล และผลที่อาจคาดคิดไม่ถึงคือ การประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลอย่างนี้ น่าจะเป็นการเรียกแขกเหมือน พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยฉบับตีสี่ ผู้คนน่าจะมารวมตัวกันมาก เพราะคนทั่วไปทำผิดก็ต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาล แล้วทำไมพวกขี้ข้านักโทษทำผิดแล้วจึงไม่ต้องรับโทษ

หากดูข้อเท็จจริงที่สรุปไว้ในคำวินิจฉัย จะมีความชัดเจน เห็นถึงความอหังการของเหล่าบรรดาสมุนนักโทษ พวกมันนึกอยากจะทำอะไรมันก็ทำ ไม่คำนึงว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ไม่สนใจว่าใครจะรู้ จะเห็น การทำผิดกฎหมายในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ เอาแค่เพียง 2 ประเด็นที่หลักฐานชัดเจน คือ กรณีการเปลี่ยนเนื้อหาของร่างโดยพลการ โดยไม่ทำตามกฎระเบียบจนถูกกล่าวหาว่าเป็นการปลอมเอกสาร

อีกเรื่องหนึ่งคือการเอาบัตรของคนอื่นมาออกเสียงลงคะแนนแทน ที่เรียกว่า เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายกว่าการแก้เอกสาร และไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในรัฐสภา สถานที่ตรากฎหมาย อันเป็นอำนาจอธิปไตยหนึ่งในสามของระบอบประชาธิปไตย

แต่คนพวกนี้กลับไม่มีสำนึก กล้าทำผิดกฎหมายในสถานที่ที่ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถเห็นได้ ทำผิดในสถานที่ที่ตัวเองเรียกอย่างเลิศหรูว่า สภาอันทรงเกียรติ

การออกเสียงลงคะแนนด้วยการเสียบบัตรแทนกัน เชื่อว่าทุกคนยอมรับว่าเป็นการกระทำผิด ในทางกฎหมายเราเรียกว่า เป็นการทุจริต แต่ถ้าภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ขี้โกง

คนที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในระดับสูงเช่นนี้ กล้าขี้โกงลงคะแนนเสียง แล้วจะสอนเด็กให้ซื่อสัตย์ในการสอบได้อย่างไร

สมาชิกสภามีสิทธิลงคะแนนเสียงได้หนึ่งคนต่อหนึ่งเสียง คนที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ย่อมไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน การที่สมาชิกคนหนึ่ง นำบัตรของสมาชิกคนอื่นมาเสียบลงคะแนนแทน จึงเป็นการทุจริตหรือขี้โกงคะแนนเสียงนั่นเอง เป็นความผิดทั้งคนทำและเจ้าของบัตรที่ฝากให้เขาทำ คนพวกนี้ต้องถูกลงโทษสถานหนัก

ประเด็นนี้ มีนักวิชาการท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า เมื่อมีการลงคะแนนแทนกัน ก็ให้หักคะแนนที่เสียไปออกจากคะแนนทั้งหมด ซึ่งมติยังคงใช้ได้

ผมก็ไม่คาดคิดว่าจะมีนักวิชาการให้ความเห็นอย่างนี้

การให้หักคะแนนที่เสีย สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะกรณีที่ฝ่ายแพ้เป็นคนทุจริตขี้โกง เพราะไม่ควรกระทบถึงฝ่ายชนะที่เขาทำโดยสุจริต แต่ถ้าฝ่ายชนะเป็นคนโกงเสียเอง ต้องถือว่าการลงคะแนนนั้นเสียไปทั้งหมด เพราะมิฉะนั้นจะกลายเป็นส่งเสริมให้คนโกงที่จับได้มีหลักฐาน 4-5 เสียง แต่ที่จับไม่ได้ไม่มีหลักฐานจะมีอีกเท่าไร ความจริงแล้วน่าจะต้องจับแพ้ฟาวล์ปรับให้เป็นแพ้เสียเลย

นอกจากคนที่เสียบบัตรแทนกันแล้ว ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า สส.ฝ่ายค้านที่ตั้งใจถ่ายคลิปเพื่อนำมาเป็นหลักฐานยังยืนยันว่าได้แจ้งประธานที่ทำหน้าที่แล้ว แต่ประธานไม่สนใจและไม่ทำอะไรเลย กรณีอย่างนี้ ประธานย่อมจะมีความผิดด้วย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การเสียบบัตรแทนกันเป็นความผิด ท่านหมดหน้าที่แล้ว เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจไปลงโทษคนที่ทำความผิด มีอำนาจเพียงวินิจฉัยว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ชอบ ร่างดังกล่าวจึงเสียเปล่า ไม่มีผลบังคับใช้ แต่แรงกระเพื่อมจากคำวินิจฉัยในครั้งนี้รุนแรงดั่งสึนามิ

องค์กรที่เกี่ยวข้องจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษต่อไปตามอำนาจหน้าที่

การสอบสวนของ ป.ป.ช.ในกรณีนี้ เกือบจะไม่ต้องหาข้อเท็จจริงใดอีกเลย เพราะคำวินิจฉัยของศาลผูกพันทุกองค์กร ได้สรุปไว้ชัดเจนแล้ว ป.ป.ช.เพียงแต่เรียกให้คนที่เสียบบัตรแทนและ|ผู้ทำหน้าที่ประธานทั้งสองคนมาให้ถ้อยคำ และถ้าเป็นไปได้ ต้องลากคอเจ้าของบัตรที่มอบให้|ผู้อื่นนำมาออกเสียงลงคะแนนแทนให้รับผิดด้วย

เราไม่ควรปล่อยให้ผู้กระทำความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้ ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ จะต้องลงโทษสถานหนัก อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

ประชาชนกำลังจับตารอดูว่า ป.ป.ช.จะทำงานเพื่อใคร


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view