หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 14/08/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,784,854
Page Views 23,326,877
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เปิดเหตุผลศาลไม่สั่งม็อบออกจากกระทรวงการคลัง

จาก โพสต์ทูเดย์

เปิดเหตุผลศาลไม่คุ้มครองชั่วคราวหลังกระทรวงการคลังร้องให้ม็อบออกจากพื้นที่กระทรวงและหน่วยงานอื่นในบริเวณใกล้เคียง

ช่วง14.00น. ของวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ได้อ่านคำสั่งกรณีร้องขอคุ้มครองชั่วคราวคดีหมายเลขดำ 4844/2556 ที่กระทรวงการคลัง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกลุ่มต่อต้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและโค่นล้มระบอบทักษิณ เป็นจำเลย เรื่องขับไล่ที่พร้อมกับเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดที่บุกเข้าไปในพื้นที่กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และกรมบัญชีกลางรวม 536,986.30 บาท

คดีนี้กระทรวงการคลังขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้จำเลยและมวลชนออกจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นในบริเวณใกล้เคียง

ในการฟังคำสั่งศาลปรากฏว่ามีอัยการที่รับมอบจากกระทรวงการคลังเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ และทีมที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายกระทรวงการคลังเดินทางมาศาล

โดยศาลได้ดำเนินการไต่สวนพยานโจทก์ไป 2 ปากประกอบด้วย ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงการคลัง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระทรวงการคลัง ถึงพฤติการณ์นำมวลชนบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการและความเสียหายที่เกิดขึ้นจนเสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา

ศาลได้พิจารณาคำฟ้องแล้ว โจทก์ระบุว่า จำเลยเป็นแกนนำกลุ่มต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ได้ร่วมกันปลุกระดมมวลชนจำนวนหลายพันคน ไปปิดล้อมกระทรวงการคลังและส่วนราชการอื่นๆ และได้ตัดกระแสไฟฟ้า น้ำประปา รวมทั้งส่งเสียงดังทำให้ข้าราชการโจทก์เกิดความกลัวว่า จะเกิดอันตรายจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งการกระทำของจำเลยกับพวกส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบการเงินและการคลังของประเทศ โดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้ส่วนราชการดังกล่าวได้จัดส่งงบประมาณให้รัฐบาลไปใช้ในการบริหารประเทศ

ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์แล้วได้ความว่า หลังจากที่จำเลย มวลชนและประชาชนจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานราชการอื่นในบริเวณใกล้เคียงแล้ว ในวันเดียวกันรัฐบาลได้มีประกาศเรื่องพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาตรา 5 ได้กำหนดให้กอ.รมน.มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร และได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีฐานะหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร

ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำการที่กระทบต่อระบบการเงิน การคลังของประเทศและความมั่นคงของชาติ ก็ย่อมเป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่จะดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าว

ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าวนั้น ได้รวมถึงอำนาจในการที่จะสั่งให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ที่พิพาทอยู่แล้วด้วย ทั้งการดำเนินการบังคับตามพ.ร.บ.มั่นคงฯ ย่อมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งกว่า การใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

นอกจากนี้ ก็ปรากฎจากคำเบิกความของประธานรักษาความปลอดภัยในกระทรวงการคลังของโจทก์ว่า ศาลอาญาได้ออกหมายจับจำเลยเนื่องจากการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 วรรคสอง ประกอบมาตรา 266 มาใช้ในคดีนี้อีก จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

หลังจากนี้อัยการจะนำคำสั่งศาลวันนี้ไปปรึกษากับทีมกฎหมายกระทรวงการคลังก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งขั้นตอนต่อไปตามกฎหมายสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล หรือจะยื่นฟ้องใหม่ได้ แต่ต้องมีเหตุใหม่ที่จะทำให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ เพียงแต่ขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์คำสั่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร

ส่วนเนื้อหาคดีหลักที่ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้น ศาลจะนัดพิจารณาครั้งแรกวันที่ 3 ก.พ. 2557 เวลา 9.00 น

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเมื่อวันที่ 27 พ.ย.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า กรณีที่มีผู้ชุมนุม ไปชุมนุมในพื้นที่กระทรวงการคลัง ยอมรับว่า การทำงานของข้าราชการต้องชะงักไปหลายชั่วโมงในช่วงบ่ายของวันที่ 25 พ.ย. แต่ในวันที่ 26 พ.ย. การทำงานก็เข้าสู่สภาวะปกติ ขณะนี้กรมต่าง ๆ ก็มีสถานที่ทำงานชั่วคราวแล้ว การทำงานในระยะสั้นสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าเหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไปการทำงานอาจขาดประสิทธิภาพไปบ้าง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆคลี่คลายไป

ส่วนกรณีผู้บุกรุกในพื้นที่ของกระทรวงการคลัง นั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่า กระทรวงฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งความดำเนินคดี และขอให้ศาลปกครองพิจารณาว่าจะมีการคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ที่เข้าไปอยู่ในสถานที่ราชการ ได้ส่งคืนสถานที่ราชการ ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาล ขณะเดียวกัน มีความจำเป็นต้องดำเนินการในทางแพ่ง เพราะเมื่อการชุมนุมยืดเยื้อจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ผู้ที่เข้าไปชุมนุมต้องรับผิดชอบทางแพ่งด้วย

นายกิตติรัตน์ ยังได้กล่าวว่า การชุมนุมโดยสงบเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิทธิอันชอบธรรม แต่หากส่งผลต่อการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการต่างๆ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงหวังว่านายกรณ์จะช่วยพูดจาทำความเข้าใจให้ดีขึ้


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เปิดเหตุผลศาล สั่งม็อบออก กระทรวงการคลัง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view