หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 22/08/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,800,590
Page Views 23,344,997
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ไทยอยู่ ณ จุดไหนในกระบวนการประชานิยม?

ไทยอยู่ ณ จุดไหนในกระบวนการประชานิยม?

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ในช่วงสามสัปดาห์มานี้มีคำถามเกิดขึ้นบ่อยในเวทีต่างๆ ว่า เมืองไทยจะล้มละลายคล้ายอาร์เจนตินาและประเทศอื่นหรือไม่ และเมื่อไร

หลังจากใช้นโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายมากว่า 12 ปี แม้จะได้ศึกษาการใช้นโยบายอันแสนเลวร้ายนั้นมานาน ขอเรียนว่าคำถามแนวนั้นยากที่จะตอบ อาร์เจนตินาใช้เวลา 40 ปีนับจากวันที่เริ่มใช้นโยบายประชานิยมจึงล้มละลาย ส่วนในอีกหลายประเทศรวมทั้งเวเนซุเอลาและกรีซ การเริ่มใช้นโยบายประชานิยมไม่ได้อยู่ในรูปของการแถลงแนวนโยบายของผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งดังเช่นในอาร์เจนตินา หากมันค่อยๆ แฝงเข้ามาทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าวันไหนประเทศเริ่มใช้นโยบายประชานิยมอย่างจริงจัง

หากจะเปรียบการใช้นโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายของไทยกับของอาร์เจนตินา พอจะสรุปได้ว่ากระบวนการดำเนินไปในแนวเดียวกัน นั่นคือ นโยบายค่อยๆ ขยายออกไปไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลแม้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างในบางแง่ก็ตาม อาทิเช่น ในกรณีของอาร์เจนตินา รัฐบาลในบางช่วงเวลาประกาศยกเลิกนโยบายเลวร้ายนั้นอย่างจริงจัง ส่วนของไทยยังไม่มีรัฐบาลไหนประกาศว่าจะทำ มีแต่เพิ่มความเข้มข้นเข้าไป นั่นหมายความว่า ชาวไทยเสพติดประชานิยมเร็วกว่าชาวอาร์เจนตินาเสียอีก

แก่นของประชานิยมแบบเลวร้ายอยู่ที่รัฐบาลจัดผลประโยชน์ให้ประชาชนในรูปของการให้เปล่า หรือไม่ก็ใกล้ให้เปล่า แต่เนื่องจากของเปล่าไม่มี รัฐบาลต้องจัดหามาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การจัดหาต้องใช้งบประมาณที่มาจากรายได้ของรัฐ ในกรณีของอาร์เจนตินา เมื่อการใช้จ่ายในโครงการประชานิยมเพิ่มขึ้นจนรัฐบาลมีรายได้ไม่พอ รัฐบาลก็เริ่มใช้ทุนสำรองกองใหญ่ของชาติ แม้ในตอนนั้น อาร์เจนตินาจะร่ำรวยและมีทุนสำรองมากถึงราว 70% ของทุนสำรองทั้งหมดในอเมริกาใต้ แต่เพียงไม่นานทุนสำรองนั้นก็หมด รัฐบาลหันไปใช้การกู้ยืมจากต่างประเทศและกู้จนไม่มีใครให้กู้จึงเริ่มพิมพ์ธนบัตรจำนวนมหาศาลออกมาปิดงบประมาณ การกระทำเช่นนั้นนำไปสู่การขึ้นราคาของสินค้าอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ประเทศจะเดินเข้าสู่ภาวะล้มละลายและล้มลุกคลุกคลานเรื่อยมา

เมื่อเทียบกับกระบวนการนั้น รัฐบาลไทยยังไม่ได้นำทุนสำรองของชาติออกมาใช้ แต่มุ่งไปที่การกู้ยืมจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ณ วันนี้ เมืองไทยยังมีผู้ให้กู้ ฉะนั้น หากรัฐบาลไม่เพิ่มความเข้มข้นของนโยบายประชานิยมขึ้นอีก โอกาสที่จะล้มละลายในเร็ววันจึงมีน้อย อย่างไรก็ตาม การไม่เพิ่มความเข้มข้นยังอาจมีผลร้ายแรงได้ ทั้งในส่วนที่มองเห็นได้ง่ายและส่วนที่มองไม่ค่อยเห็น อาทิเช่น โครงการรับจำนำข้าวซึ่งมีผลพวงร้ายแรงทั้งทางด้านการเงินและด้านอื่น

ทางด้านการเงิน รัฐบาลกำลังขาดทุนจำนวนมหาศาลและต้องปิดงบประมาณด้วยการดึงเงินมาจากองค์กรที่รัฐบาลเป็นเจ้าของและการกู้ยืม จริงอยู่ โครงการจะไม่ขาดทุนหากราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นไปจนสูงกว่าราคาที่รัฐบาลรับจำนำ แต่โอกาสเช่นนั้นแทบไม่มี โครงการนี้จึงจะสูบงบประมาณต่อไป เมื่อรวมกันเข้ากับโครงการประชานิยมอื่นๆ รัฐบาลจะต้องกันงบประมาณไปใช้จนทำให้ไม่มีงบเพื่อการลงทุนในปัจจัยพื้นฐานที่มีความจำเป็นสูง นั่นหมายความว่ารัฐบาลต้องกู้เพิ่มในแนวที่จะทำในจำนวน 2.2 ล้านล้านบาทในขณะนี้ หากการลงทุนในปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นไม่เกิดขึ้น การพัฒนาต่อไปย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยจนเศรษฐกิจไทยอาจเป็นง่อยก็ได้

นอกจากนั้น โครงการรับจำนำข้าวมีผลพวงอีกหลายอย่าง การประท้วงของชาวสวนยางคงไม่เกิดขึ้นหากพวกเขาไม่เห็นรัฐบาลรับจำนำข้าวด้วยราคาที่สูงกว่าราคาตลาดโลก ด้วยเหตุนี้ ต่อไปอาจมีการกดดันในแนวเดียวกันจากภาคเกษตรอื่นรวมทั้งมันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อยและผลไม้ โอกาสที่ประชานิยมจะเข้มข้นขึ้นไปอีกจึงมีอยู่สูง

คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า โครงการรับจำนำข้าวกระตุ้นให้ชาวนาเร่งผลิตข้าวพันธุ์ใช้เวลาสั้นกันอย่างกว้างขวาง การกระทำเช่นนั้นนำไปสู่การได้ข้าวคุณภาพต่ำซึ่งทำให้ข้าวไทยได้ราคาต่ำพร้อมกับเสียตลาดให้แก่คู่แข่ง ร้ายยิ่งกว่านั้นได้แก่การที่รัฐบาลเข้ามาผูกขาดตลาดข้าวอันเป็นการทำลายกลไกตลาดเสรีซึ่งทำงานได้ดีมาตลอดประวัติศาสตร์ชาติไทย ตามธรรมดา การผูกขาดมักมีผลร้ายอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว การผูกขาดโดยรัฐบาลซึ่งมีประสิทธิภาพต่ำกว่าเอกชนและมีความฉ้อฉลเป็นที่ประจักษ์ย่อมจะเกิดผลร้ายเป็นทวีคูณ

เรื่องรัฐบาลเข้าไปผูกขาดอุตสาหกรรมซึ่งเป็นเสมือนกระดูกสันหลังของสังคมนี้มีตัวอย่างให้เห็นเป็นอุทาหรณ์ในฟิลิปปินส์ ชาวฟิลิปปินส์ปลูกมะพร้าวในไร่ขนาดเล็กซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปและเคยผลิตได้มากจนฟิลิปปินส์เป็นผู้ส่งออกหมายเลขหนึ่งของโลก หลังเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ขึ้นเถลิงอำนาจและตรากฎหมายผูกขาดตลาดมะพร้าวออกมา ผลปรากฏว่าอุตสาหกรรมมะพร้าวถูกทำลายส่งผลให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เป็นง่อย อุตสาหกรรมข้าวเป็นกระดูกสันหลังของสังคมไทย การเข้าไปผูกขาดโดยรัฐบาลจะมีผลเช่นเดียวกัน ฉะนั้น นโยบายประชานิยมแบบเลวร้ายในเมืองไทยอาจไม่ทำให้ประเทศล้มละลายในแนวของอาร์เจนตินาในเร็ววันนี้ แต่มันจะมีผลในด้านการทำให้เมืองไทยเป็นง่อยแทนฟิลิปปินส์


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ไทยอยู่ ณ จุดไหน กระบวนการประชานิยม

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view