http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท09/02/2019
ผู้เข้าชม20,881,674
เปิดเพจ24,828,659
Gold charts on InfoMine.com

ศอ-รส-ยืนยันไม่มีการใช้กระสุนจริง

ศอ-รส-ยืนยันไม่มีการใช้กระสุนจริง

จาก โพสต์ทูเดย์

โฆษกศอ.รส.ยืนยันไม่มีการใช้กระสุนจริง เผยเหตุผู้ชุมนุมถูกยิงที่สะพานชมัยฯอยู่ระหว่างตรวจสอบ ย้ำผู้บาดเจ็บมีเฉพาะจากแก๊สน้ำตา

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) แถลงยืนยันว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการนำกระสุนจริงมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีเพียงการใช้แก๊สน้ำตาแในการสกัดกั้นเท่านั้น ซึ่งการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อรักษาระยะห่าง ที่เป็นระยะปลอดภัย ส่วนผู้บาดเจ็บพบว่ามีสาเหตุมาจากแก๊สน้ำตาและไม่พบว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง

ส่วนมาตรการต่างๆ ที่นำมาใช้นั้นทาง ศอ.รส.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักสากล โดยเริ่มปฏิบัติการจากเบาไปหาหนัก สำหรับสารที่ใช้ผสมน้ำฉีดใส่ผู้ที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามนั้นไม่ได้ผสมสารพิษ แต่เป็นสีธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อให้สามารถแยกแยะตัวผู้กระทำผิดได้

"เหตุมีคนถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ นั้น ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยืนยันว่าตำรวจมีเพียงโล่และกระบอก และใช้แก๊สน้ำตา เพื่อควบคุมสถานการณ์ ส่วนกระสุนยาง เป็นหนึ่งในขั้นตอนการปฎิบัติ แต่จะนำมาใช้หรือไม่นั้นขอเวลาในการตรวจสอบ สำหรับเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งหมด 37 นาย"พล.ต.ต.ปิยะกล่าว

ขณะที่ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ) สรุปจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่วานนี้ถึงเวลา 12.00 น.ของวันนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 58 ราย แยกไปรักษาตัวที่คณะแพทยศาสตร์วิชิรพยาบาลฯ 34 ราย, โรงพยาบาลกลาง 2 ราย, โรงพยาบาลราชวิถี 6 ราย, โรงพยาบาลรามาธิบดี 11 ราย และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 5 ราย


กระสุนจริง

"ที่มีข้อมูลว่ามีการใช้กระสุนจริงนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าไม่มีการพกอาวุธ มีเพียงโล่และกระบอง"


ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

       เผย ภาพตำรวจปราบจลาจลยิงปืนใส่ผู้ชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชฐ สวนทางคำพูด “ปิยะ อุทาโย” โฆษก ศอ.รส.ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้แค่โล่-กระบอง และแก๊สน้ำตา
       
       พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.แถลงเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (2 ธ.ค.) ว่า ตำรวจใช้เพียงโล่ กระบอง และแก๊สน้ำตา ในการควบคุมสถานการณ์เท่านั้น ไม่มีการใช้ปืนยิงกระสุนจริงใส่แต่อย่างใด ส่วนการใช้กระสุนยางเป็นหนึ่งในขั้นตอนการปฏิบัติ แต่จะนำมาใช้หรือไม่นั้นขอเวลาในการตรวจสอบว่ามีใครถูกยิงด้วยกระสุนยางหรือ ไม่
       
       อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ ช่างภาพสื่อมวลชนสามารถจับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปราบจลาจลใช้ปืนยิงใส่ ผู้ชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ โดยสอดปากกระบอกปืนผ่านรอยขาดของสแลนที่ตำรวจใช้กำบังตัวจากสายตาผู้ชุมนุม ทำให้บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐเป็นจุดที่ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยผู้บาดเจ็บรวมถึงช่างภาพหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ด้วย ขณะที่รถข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีราก็ถูกยิงเป็นรูปเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ ยังมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปราบจลาจลยิงหนังสติ๊กใส่ผู้ชุมนุมด้วย
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
       
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
       
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
       
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
       
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
       
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ - ภาพจากเฟซบุ๊ก M-Pad Loveking


หมอเผยผู้ชุมนุมถูกกระสุน9มม-ยิงอาการสาหัส

โรงพยาบาลรามาแถลงผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนจริง 2 ราย อาการสาหัส ผ่าพบกระสุนขนาด 9 มม. เรียกร้องทุกฝ่ายยุติความรุนแรง

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล แถลงรายงานการรักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะกันของผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า รพ.รามาฯ เข้ามารักษาทั้งสิ้น 27 ราย เป็นชาย 22 ราย หญิง 5 ราย นอนพักรักษา 7 ราย เฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมวันที่ 2 ธ.ค.มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย โดยมีผู้ถูกยิง 3 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด แบ่งเป็น ถูกยิงด้วยกระสุนจริงที่หน้าอก 1 ราย ถูกยิงด้วยกระสุนจริงที่ขาขวา1 ราย ส่วนอีก 1 รายเป็นกระสุนยาง ถูกยิงที่หน้าท้อง ไม่อันตรายมาก แต่ฟกช้ำ

สำหรับรายที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริงที่หน้าอก มีอาการหนัก อยู่ระหว่างการกำลังผ่าตัดเอากระสุนออก โดยนำตัวมาจากบริเวณสะพานชมัยมรุเชษ โดยถูกยิงหน้าอก กระสุนทะลุช่องท้อง ค้างอยู่ที่บริเวณหลัง อาการสาหัส เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ส่วนรายถูกยิงที่ขาขวา ได้รับตัวมาจากบริเวณวัดเบญจมบพิตฯ กระดูกแตกละเอียด ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ด้าน พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า จากการพิสูจน์ลักษณะบาดแผลและฟิลม์เอ๊กซเรย์ พบว่า รายที่ถูกยิงที่หน้าอก และขาขวา เป็นกระสุนขนาด 9 มม. เป็นลูดโดด ชนิดพกพาทั่วไป ไม่ได้มีความเร็วสูงแบบที่ใช้ในสงคราม ส่วนผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงที่ขา กระสุนแตกละเอียด จึงไม่ทราบว่าเป็นลูกกระสุนขนาดใด แต่เมื่อดูจากลักษณะของบาดแผลสันนิษฐานว่า เป็นกระสุนปืนขนาด 9 มม. เช่นกัน

ด้าน ศ.นพ.วินิต พัวประดิษฐ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า รพ.รามาฯ เตรียมพร้อม 24 ชม. ทั้งบุคลากร น้ำเกลือ และเลือด ซึ่งการให้ข้อมูลในครั้งนี้ เพราะต้องการให้สังคมรับทราบว่า มีความรุนแรงเกิดขึ้นและมีการใช้อาวุธปราบปราม มีการใช้ความรุนแรง จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เลิกใช้อาวุธจริงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

ขณะที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม ทั้งหมด 94 ราย โดยมีจำนวน 3 รายได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงด้วยกระสุนจริง และในจำนวนนี้ 2 รายอาการสาหัส ได้รับการรักษาตัวอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วนอีก 1 รายสามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือนั้นส่วนใหญ่ถูกยิงด้วยกระสุนยาง และแก๊สน้ำตา

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่รักษาตัวอยู่ที่วชิรพยาบาล 56 ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 12 ราย โรงพยาบาลกลาง 11 ราย และโรงพยาบาลรามาธิบดี 9 ราย


รพ.รามาฯแถลงผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนจริง 4 ราย อาการสาหัส

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

       รพ.รามาฯ แถลงพบมีผู้ถูกกระสุนจริงยิง 4 ราย จากเหตุที่ ม.รามคำแหง 2 ราย และเหตุปะทะกับผู้ชุมนุมอีก 2 ราย ระบุอาการสาหัส 1 ราย ยังเร่งทำการผ่าตัด เสี่ยงอัมพาตหรือเสียชีวิต หลังถูกยิงที่หน้าอกทะลุช่องท้องผ่านกระดูกไขสันหลัง วอนหยุดใช้ความรุนแรงและเลิกใช้อาวุธจริงทุกฝ่าย

รพ.รามาฯแถลงผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนจริง 4 ราย อาการสาหัส
ภาพเอกซเรย์จากรพ.รามาฯ

       วันนี้ (2 ธ.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น.ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ศ.นพ.วินิต พัวประดิษฐ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นำทีมแพทย์แถลงข่าวกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะระหว่างการชุมนุมตั้งแต่ วันที่ 30 พ.ย.-2 ธ.ค. โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้ อำนวยการ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.รามาธิบดี ให้การดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมทั้งสิ้น 27 ราย เป็นชาย 22 ราย หญิง 5 ราย ยังนอนพักรักษา 7 ราย โดยวันที่ 30 พ.ย.จากเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง พบถูกยิง 2 รายที่บริเวณขา ถูกกระแทกจนกระดูกแขนแตก 1 ราย และมีบาดแผลที่ศีรษะ 1 ราย วันที่ 1 ธ.ค.มีจำนวน 16 ราย ถูกแก๊สน้ำตา 14 ราย หัวแตก 1 ราย และกระดูกมือแตก 1 ราย และวันที่ 2 ธ.ค.มีจำนวน 7 ราย ถูกแก๊สน้ำตา 3 ราย แผลที่ขา 1 ราย ถูกยิงที่ท้องด้วยกระสุนยาง 1 ราย ถูกยิงที่หน้าอกด้วยกระสุนจริง 1 ราย และถูกยิงที่ขาขวาด้วยกระสุนจริง 1 ราย
       
       รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายบริการ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า รายที่โดนกระสุนยางยิงที่หน้าท้อง ไม่อันตรายมาก แต่ฟกช้ำ แต่สำหรับรายที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริงที่หน้าอก มีอาการหนัก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกำลังผ่าตัดเอากระสุนออก โดยนำตัวมาจากบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถูกยิงที่หน้าอก กระสุนทะลุช่องท้อง ผ่านกระดูกไขสันหลัง และตุงค้างอยู่ที่บริเวณด้านหลัง อาการสาหัส เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากไม่เสียชีวิตก็อาจจะต้องสูญเสียการทำงานของอวัยวะบางอย่างแน่นอนหรือเป็น อัมพาต ส่วนรายถูกยิงที่ขาขวา ได้รับตัวมาจากบริเวณวัดเบญจฯ กระดูกแตกละเอียด ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
       
       พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า จาก การพิสูจน์ลักษณะบาดแผลและฟิล์มเอกซเรย์ พบว่า รายที่ถูกยิงที่หน้าอกเป็นกระสุนขนาด 9 มม.เป็นลูกโดดชนิดพกพาทั่วไป ไม่ได้มีความเร็วสูงแบบที่ใช้ในสงคราม ส่วนรายที่ถูกยิงขาขวานั้น เนื่องจากกระสุนกระแทกกระดูกจนแตกละเอียด ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นกระสุนขนาดใด แต่จากลักษณะของบาดแผลคาดว่าจะเป็นกระสุนขนาด 9 มม.เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกระสุนจากฝ่ายใด มีวิถีกระสุนอย่างไร และยิงมาจากปืนชนิดใด ต้องให้ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจต่อ คือ กองพิสูจน์หลักฐาน หรือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ตรวจ ทั้งนี้ กระสุนปืนมี 2 ชนิดคือ ลูกโดดที่จะออกจากลำกล้องทีละนัด เช่น ปืนสั้น ปืนพก ปืนลูกโม่ ปืนแม็กกาซีนอย่างที่ทหารใช้ ปืนไรเฟิล ปืนยาว และลูกซอง ที่เมื่อยิงแล้วจะออกมาหลายนัด
       
       ผู้สื่อข่าวถามกรณีพบกระดูกในรถบัสที่ถูกไฟไหม้นั้น การถูกไฟไหม้ทำให้ร่างเหลือเพียงกระดูกได้หรือไม่ พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าวว่า โดยปกติหากเกิดไฟไหม้ร่างกายเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้เหลือเพียงกระดูกได้ อย่างไรก็ตาม จะเหลือผิวหนังที่ไหม้เกรียมบางส่วนและจะมีกระดูกโผล่ออกมาก ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวทางนิติเวชสามารถตรวจสอบได้ และจะทราบได้ว่าเป็นโครงกระดูกของมนุษย์หรือสัตว์ แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้ส่งมาพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.รามาธิบดี จึงบอกถึงหลักการทั่วไปเท่านั้น
       
       ศ.นพ.วินิต กล่าวว่า รพ.รามาธิบดี เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งบุคลากร น้ำเกลือ และเลือด ซึ่งการให้ข้อมูลในครั้งนี้ เพราะต้องการให้สังคมรับทราบว่า มีความรุนแรงเกิดขึ้นและมีการใช้อาวุธปราบปราม มีการใช้ความรุนแรง จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เลิกใช้อาวุธจริงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ที่สำคัญการใช้ห้องผ่าตัดก็ต้องนำมาใช้เพื่อรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ ทำให้คิวการผ่าตัดหัวใจ และมะเร็งต้องลดลงไป ผู้ป่วยอื่นก็ต้องรอเป็นผลกระทบ


ม็อบสะพานชมัยฯเจอกระสุนจริงเจ็บ

จาก โพสต์ทูเดย์

เฟซบุ๊กกองทัพประชาชนฯเผยภาพผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริงยิงบาดเจ็บที่สะพานชมัยฯ ขณะที่ตร.ยังใช้แก๊สน้ำตาสกัดม็อบต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 12.30น. เฟซบุ๊กกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ได้โพสต์ภาพผู้ชุมนุมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า มีการใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาแล้ว

ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมบริเวณดังกล่าว ผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บางส่วนบริเวณแยกพาณิชยการ-นางเลิ้ง ได้เดินแจกสำลีให้แก่ผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นเพื่อใช้ชุบน้ำอุดหู หลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เครื่องขยายเสียงความถี่สูงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

สำหรับสถานการณ์บริเวณดังกล่าวตั้งแต่เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่มีการยิงแก๊สน้ำตามาต่อเนื่องเป็นระยะ และมีรัศมีกว้างขึ้น เนื่องจากทิศทางลมพัดจากทางตำรวจมาทางเวทีของผู้ชุมนุม

ด้าน แกนนำประกาศให้ผู้ที่อยู่บริเวณแนวกั้นของตำรวจถอยออกมาให้หมด เพราะแนวทางของเวทีตอนนี้คือให้อยู่ที่มั่น และรอคำสั่งจากเวทีใหญ่และผู้ชุมนุมมารวมตัวกันเพิ่มเติม ขณะเดียวกันมีการระดมอุปกรณ์ที่จะใช้พัดแก๊สน้ำตากลับไปยังฝั่งตำรวจ เช่น พัดลมขนาดใหญ่ ลูกโป่งอัดแก๊ส

ขณะที่ ฝั่งตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเท่าที่จำเป็น


ที่พึ่งประชาชน

จาก โพสต์ทูเดย์

เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะหากไม่สามารถควบคุมได้ต่อจากนี้สังคมไทยก็คงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว


เผยภาพตร-คุมฝูงชนยิงหนังสติ๊กใส่ม็อบ

ช่างภาพสื่อมวลชนบันทึกภาพตำรวจควบคุมฝูงชนใช้หนังสติ๊กยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐและสะพานอรทัย

เผยภาพชุดที่ช่างภาพสื่อมวลชนสามารถบันทึกไว้ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่รักษาการณ์บริเวณทำเนียบรัฐบาลใช้หนังสติ๊กยิงหัวน็อตและลูกแก้วสลับกับการใช้ปืนลูกซองยิงกระสุนยางใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชฐ และสะพานอรทัย ถ.พระราม 5

สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ศอ-รส ยืนยัน ไม่มีการใช้กระสุนจริง

view

*

view