http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,291
เปิดเพจ23,734,665

ปปช เผยผลไต่สวนรัฐขายข้าวจีทูจีไม่จริง

ป-ป-ช-เผยผลไต่สวนรัฐขายข้าวจีทูจีไม่จริง

จาก โพสต์ทูเดย์

ป.ป.ช.เคาะข้าวจีทูจีของเก๊ พบส่งมอบข้าวไม่ตรงตามสัญญา ไต่สวนเพิ่มเติมอีก 4 กลุ่ม จี้ อคส.ส่งข้อมูลระบายข้าว เตือนเกียร์ว่างโดนแน่

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงความคืบหน้าในการไต่สวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวว่า ข้อเท็จจริงการจากการไต่สวนได้ความว่าการเจรจาที่อ้างว่าเป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ระหว่างรัฐบาลกับผู้แทนหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 2 หน่วยงานปรากฏว่าพยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักเพียงให้เห็นได้ว่าเป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐและพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นมีส่วนร่วมกระทำความผิดในการโครงการดังกล่าว ซึ่งยังไมได้เป็นผู้ถูกกล่าวหามาแต่เดิม ดังนั้น คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติให้ขยายการไต่สวนไปยังบุคคลเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่มได้แก่

กลุ่มที่ 1 คือผู้แทนเจรจาฝ่ายไทย ได้แก่ นายมนัส สร้อยพลอย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว นายอัครพงษ์ ทีปวัชระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ

กลุ่ม 2 คือ นายภูมิสารผล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว

กลุ่มที่ 3 Guangdong stationery & sporting goods imp.& exp. Corp และ Hainan grain & oil industrial  trading company และตัวแทนของหน่วนงานทั้งสอง

กลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้แทนฝ่ายจีน ได้แก่ นายรัฐนิธ โสจิระกุล นายสมคิด เอื้อนสุภา และ นายลิตร พอใจ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด

กลุ่มที่ 5 คือ บริษัทสยามอินดิก้า จำกัด ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงจากการไต่สวนสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องพบว่าเงินที่ชำระค่าซื้อขายข้าวกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนนั้นส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด ประกอบกับบริษัทนี้เคยเป็นนายจ้างในอดีตของนายสมคิด เอื้อนสุภา และ นายลิตร พอใจ

นายวิชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนยังตรวจพบว่า การกำหนดให้เป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐก็เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ทำให้เกิดความเสียหายจากการขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยนับตั้งแต่เดือนส.ค.2554ถึงมิ.ย.2556 มีปริมาณส่งมอบข้าวไปยังจีนทุกรายเพียง375,000 ตันเศษ จากปริมาณที่ส่งมอบตามสัญญาจำนวน 4,800,000 ตัน ซึ่งกรมศุลกากรได้ยืนยันว่าในห้วงเวลาดังกล่าวไม่มีข้าวส่งออกโดยผ่านพิธีการศุลกากรแต่อย่างใด

ทั้งนี้มีการอ้างว่าไม่ใช่เป็นการส่งอออกแต่เป็นการซื้อหน้าคลังสินค้า ดังนั้น คณะอนุกรรมการไต่สวนจะเร่งดำเนินการไต่สวนเพื่อพิจารณาว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกหรือไม่ และจะได้พิจารณาดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวดังกล่าวต่อไปโดยเร็ว

"สาเหตุที่ยังไม่สามารถสรุปแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้เพราะว่ามีผู้อำนวยการท่านหนึ่งที่ดูแลองค์การคลังสินค้า(อคส.)ไม่ยอมมอบเอกสารหลักฐานที่เก็บไว้ให้กับป.ป.ช.ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญ เราเห็นว่ามีความจำเป็นมากที่ต้องเร่งดำเนินการเพราะว่าขณะที่ที่บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟอาจทำให้เอกสารเหล่านี้ถูกเผาไปด้วย อันตรายมากเลย ดังนั้น ป.ป.ช.จะเร่งประสานขอเอกสารพร้อมกับขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการด้วย ถ้าองค์การคลังสินค้าให้ความร่วมมือกับป.ป.ช.ก็สามารถไต่สวนเรื่องนี้ได้เร็ว" นายวิชา กล่าว

นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการและรองโฆษกคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า เอกสารที่ป.ป.ช.ต้องการนั้นมีความจำเป็นอย่างมากเพื่อใช้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการขนส่งข้าวของตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาป.ป.ช.ได้พยายามประสานขอเอกสารจากหัวหน้าคลังสินค้ากลางในต่างจังหวัดแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทำให้คณะกรรมการป.ป.ช.วันนี้มีความเห็นว่าให้ไปขอความร่วมมืออีกครั้งและถ้ามีความจำเป็นก็สามารถใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 มาตรา 25 เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวได้

"ถ้าได้เอกสารตรงนี้จะสามารถขมวดทุกประเด็นและนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาได้ต่อไป กรณีนี้ถือว่าเป็นมหากาพย์เพราะมีผู้ใหญ่และผู้น้อย ภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง"นายประสาท กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อป.ป.ช.ได้พบความผิดปกติเกี่ยวกับเส้นทางการเงินการซื้อขายของบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายวิชา กล่าวว่า ในกรณีนี้จะต้องรวบรวมหลักฐานที่เป็นเช็คเงินสดอีกเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร แต่เบื้องต้นได้ความชัดเจนแล้วว่ามีการจ่ายเช็คเงินสดให้กับกรมการค้าต่างประเทศ

"มีทั้งการจ่ายเงินจากสยามอินดิก้ารวมทั้งบริษัทต่างๆที่ตั้งขึ้นมาที่เกี่ยวกับการค้าข้าว รวมทั้งมีกรณีของโควต้าสลากก็มี เราพบว่ามีการไปเอาข้าวโดยไม่ต้องมีใบมอบอำนาจทั้งที่ควรต้องมีใบมอบอำนาจและใบส่งสินค้า ซึ่งป.ป.ช.จะตรวจสอบต่อไปว่าไปเกี่ยวข้องกับโควต้าวสลากได้อย่างไร" นายวิชา กล่าว

เมื่อถามว่าบริษัทของจีนสามารถไม่ให้ความร่วมมือได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า บริษัทต่างประเทศก็สิทธิ์ได้ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือมายังป.ป.ช.ว่าป.ป.ช.ไม่มีข้อมูลและการดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับป.ป.ช.เพราะป.ป.ช.มีหน้าที่ไต่สวนการทุจริต

นายวิชา กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวขณะนี้มีการกู้เงินมาทำโครงการจนเต็มวงเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 5 แสนล้านบาทแล้วจนต้องออกเป็นพันธบัตรเพราะไม่สามารถกู้เพิ่มได้อีกแล้วตามที่มีข่าวออกมา ส่วนกรณีไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบเรื่องการระบายข้าวผ่านรูปแบบข้าวถุงเช่นกัน ซึ่งเป็นคำร้องที่มีคณะสว.และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นเข้ามา แต่ป.ป.ช.ไม่ได้ไต่สวนกรณีข้าวถุงรวมกับประเด็นอื่นๆเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนกัน


ปปช.ขยายเวลาไต่สวนเพิ่มจำนำข้าว

คุณ abczzzz: 03 ธ.ค. 2556 ,22:31 น. คุณ first นายกโง่อย่างไรช่วยบอกด้วย ผมก็อยากรู้ข้อมูล 2 ฝั่ง ผมขอให้คุณฟังข้อมูล 2 ฝั่ง อย่าฟังข้อมูลฝั่งเดียว แล้วคุณจะรู้ว่านายกเขาไม่โง่ เพียงแต่เขาพูดไม่เก่งเหมือนอภิสิทธิ์พูดเก่งแตทำอะไรไม่เป็นจนคนส่วนใหญ่ของประเทศ เรียกว่าดีแต่พูด นายกเขาบริหารงานธุรกิจเขาจนประสบความสำเร็จ EQ ก็ดีกว่าอภิสิทธิ์มากมาย สังคมปัจจุบันวุ่นวายเพราะคนเราฟังข้อมูลแต่ฝ่ายเดียว ฝ่ายตัวเอง.

ป.ป.ช. ขยายเวลาไต่สวนเพิ่มจำนำข้าว หลังพบข้อมูลเกี่ยวข้องอีกหลายรายทั้งไทย- จีน เตรียมขอเอกสารสำคัญใบส่งข้าว ผอ.คลังสินค้า

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ วันที่ 3 ธ.ค.56 เวลา 14.00 น. นายวิชา มหาคุณ ประธาน ป.ป.ช. ได้แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนโครงการรับจำนำและระบายข้าวกรณีที่มีการกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนโครงการจำนำข้าวเพื่อติดตามความคืบหน้าคณะทำงานแต่ละชุด ที่ได้รับมอบหมายให้การตรวจสอบเอกสาร การตรวจคลังสินค้า การเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำต่างๆ ซึ่งจากการไต่สวนได้ความว่าการเจรจาที่อ้างว่าเป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนหน่วยงานสาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฏข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานว่ายังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะให้เห็นได้ว่าเป็นการซื้อขายรัฐต่อรัฐ และยังพบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นมีส่วนร่วมกระทำผิดในโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหามาตั้งแต่เดิม ดังนั้นจึงมีมติให้ขยายการไต่สวนไปถึงบุคคลเหล่านั้นคือ 1.ผู้แทนเจรจาฝ่ายไทย ประกอบด้วย นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีต ผอ.สำนักบริหารการค้าข้าว และนายอัครพงษ์ ทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ

2. นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ที่เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงครั้งนั้น 3.ผู้แทนเจรจาฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย GUANGDONG (กวางตุ้ง) STATIONERY & SPORTING GOODS IMP. & EXP. CORP. และ HAINAN (ไห่หนาน) GRAIN & OIL INDUSTRIAL TRADING COMPANY และตัวแทนของหน่วยงานทั้งสอง 4.กลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้แทนฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายรัฐนิธ โสจิระกุล นายสมคิด เอื้อนสุภา และนายลิตร พอใจ ซึ่งมีส่วนสำคัญเกี่ยวข้องกับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และ 5.บ.สยามอินดิก้า จำกัด ที่จากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องพบว่า การชำระเงินกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายของจีนนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับบ.อินดิก้า จำกัด ประกอบกับบริษัทนี้เคยเป็นนายจ้างของนายสมคิด และนายลิตร

นอกจากนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ยังตรวจพบว่า การกำหนดให้เป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐก็เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ทำให้เกิดความเสียหายจากการขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.54 -มิ.ย.56 มีปริมาณส่งมอบข้าวไปยังจีนทุกรายเพียง 375,000 ตันเศษ จากปริมาณที่ต้องส่งมอบตามสัญญา จำนวน 4.8 ล้านตัน ซึ่งกรมศุลกากรยืนยันว่าในห้วงเวลาดังกล่าวไม่มีข้าวส่งออกโดยผ่านวิธีการศุลกากรแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีคณะอนุกรรมการฯ จะได้เร่งดำเนินการไต่สวนเพื่อพิจารณาว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอีกหรือไม่ และจะได้พิจารณาดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาต่อไปโดยเร็ว โดยเรื่องนี้มีการอ้างว่า ไม่ได้ซื้อแบบส่งออก แต่ส่งที่หน้าคลังสินค้า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องของส่งออก

"เหตุที่ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ในขณะนี้ เพราะมี ผอ.ท่านหนึ่งดูแลคลังสินค้า ไม่ยอมมอบเอกสารหลักฐานที่สำคัญมาซึ่งเราได้ให้โอกาสท่านแล้ว แต่เราเห็นว่ามีความจำเป็นเหลือเกินที่ต้องเร่งดำเนินการเพราะว่า บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เอกสารอาจจะถูกเผาทำลายไปด้วย "นายวิชา กล่าวและว่า ในการติดตามเอกสารดังกล่าวหากไม่ได้รับความร่วมมือก็จะดำเนินการตามมาตรการต่อไป ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้ จะให้สื่อมวลชนลงพื้นที่กับเรา เพื่อจะได้เห็นว่า ป.ป.ช.จะไปเอาเอกสารอะไร พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลงพื้นที่ด้วย ซึ่งการไต่สวนเรื่องนี้จะเสร็จเร็วหรือไม่ขึ้นอยู่ว่า ผอ.คลังสินค้าจะส่งมอบเอกสารให้เมื่อใด

เมื่อถามว่าเอกสารที่จะนำมานั้นสามารถเป็นหลักฐานชี้มูลความผิดและแจ้งข้อกล่าวหาได้เลยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า แน่นอน เมื่อถามว่าในส่วนของผู้แทนประเทศจีน จะไม่ให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า จีนมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ความร่วมมือก็ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางจีนมีหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. ไม่มีข้อมูลอะไรเลย แต่กลับมากระทำการลักษณะจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของ ป.ป.ช.เห็นว่าความสัมพันธ์ เป็นคนละเรื่องกับการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนี้ เมื่อถามว่า การไต่สวนความผิดจะไปไม่ถึงนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า กรณีของนายกฯ มีการกล่าวหาแยกอีสำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะให้คณะอนุกรรมการไต่สวนหรือไม่

ด้านนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องเอกสารดังกล่าวมีความจำเป็นมาก เพราะว่าเราปฏิบัติงานเพื่อจะรวบรวมเอกสารโดยเฉพาะใบส่งสินค้าตามจังหวัดต่างๆ ที่เราลงพื้นที่ ซึ่งได้พบหัวหน้าคลังสินค้ากลางจังหวัดในพื้นที่ แต่มีความขัดข้องในการส่งมอบใบส่งสินค้าให้เราทั้งที่ได้ประสานเบื้องต้นบอกว่าส่งมอบ แต่สุดท้ายไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมาย ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสาร โดยวันนี้จึงมีมติให้ขอความร่วมมือส่งมอบเอกสาร แต่ถ้ามีความจำเป็นก็ต้องใช้กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 25 ยึดอายัดเอกสารมาเพื่อตรวจสอบ ก่อนที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ครอบครองเอกสารหากไม่ส่งมอบเอกสารให้แล้วจะมีความผิดหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาอีกครั้ง ซึ่ง ป.ป.ช.อาจจะกันบุคคลที่ให้ความร่วมมือไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดีก็ได้


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ปปช เผยผลไต่สวนรัฐ ขายข้าวจีทูจี ไม่จริง

view

*

view