http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,398
เปิดเพจ23,734,772

มวลมหาตื่นตะลึง-กับรัฐที่-งุนงง

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

“เป็นโอกาสเดียว และโอกาสสุดท้าย ที่เราจะทำเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต”

คำปราศรัย ปลุกใจที่ได้ยินทุกค่ำคืน ผ่านแกนนำมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ จนจดจำขึ้นใจ

นี่อาจเป็น "โอกาสเดียวและโอกาสสุดท้าย" ตามที่แกนนำหลายต่อหลายคนพยายามสื่อสารตรงนี้ออกไปจริงๆก็ได้   

เพราะไม่ว่าระบอบทักษิณจะถูกโค่นล้มหมดสิ้นแผ่นดินไทย หรือ ยังคงดำรงอยู่ด้วยการแอบเข้าสิงร่างนักการเมืองรายอื่นจ้องโกงชาติกินเมืองในอนาคต  ก็ไม่รู้เหมือนกัน จะเกิดการชุมนุมที่มีมวลมหาประชาชนออกมามากมายเหมือนวันที่ 24 พ.ย. จนฉีกประวัติศาสตร์การชุมนุมทางการเมืองกระทั่งสืบเนื่องมาถึงวันนี้ได้อีกหรือไม่

จึงเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายหรือไม่   ที่มีประชาชนคนไทยทั่วทุกหัวระแหงแสดงความเป็น “ไทยตื่น” พร้อมใจกันคาดหัวด้วยผืนผ้าลายธงชาติ   แขวนนกหวีดเป่าปรี๊ดๆๆ  ถือขวดน้ำ พกข้าวห่อ   โพสต์ข้อความผ่านระบบโซเชี่ยลมีเดีย ตรวจสอบรัฐบาลทรราชย์ -นิติบัญญัติฉ้อฉล กันอย่างกว้างขวาง

จากนักรบหน้าจอ ทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง  แปลงสภาพ เป็นพลังประชาชนตัวเป็นๆ ออกมาเดินเต็มท้องถนน   เพื่อแสดงเจตจำนงค์ไม่เอาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้คนโกงชาติกินแผ่นดินได้พ้นความผิด  ยกระดับสู่การขับไล่รัฐบาล-นิติบัญญัติไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ   ต่อปรากฎการณ์ชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ ที่บอกได้ว่า "นี่เป็นโอกาสเดียวหรือเปล่า" เมื่อได้เห็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา   ด้วยการเคลื่อนไหวไปตามสถานที่ราชการมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ โดยมีพี่น้องข้าราชการเปิดประตูอ้าแขนรับผู้ชุมนุมแต่โดยดี   ไม่มีภาพของการบุกรุก ทุบร่างกายทำลายทรัพย์สิน  หรือแม้แต่ลอบวางเพลิงห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เหมือนการชุมนุมบางกลุ่มในอดีต

มีการกระจายเวทีราวกับแตกไลน์ขยายสาขาห้างสรรพสินค้า  จากเวทีราชดำเนิน ไปยังกระทรวงการคลัง  ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ  เพิ่มเวทีย่อยไปถึงต่างจังหวัด  ต่อสัญญาณถ่ายทอดสด รับฟังการปราศรัยไปในทิศทางเดียวกัน  โดยแต่ละวันมีผู้มาอุดหนุนช็อบปิ้งข้อมูลความรู้ ชนิดเติมเต็มทุกเวทีอย่างต่อเนื่อง 

ไม่เพียงแต่ประชาชนทุกเพศวัย ยังมีนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ข้าราชการ กรรมกร  รัฐวิสาหกิจ  ศิลปินดารา  ออกมาแสดงความคิดความอ่าน บนเวทีกลางถนนอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน กลายเป็นเวทีเปิดกว้างให้มวลมหาประชาชนอย่างแท้จริง  หาใช่เวทีชี้นำของกลุ่มนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเวทีผูกขาดของผู้อ้างตนเป็นนักประชาธิปไตยแต่เบื้องหลังเป็นแกนนำรับจ้างหากินซากศพเพื่อหวังชิงอำนาจรัฐแต่ประการใด

จริงอยู่แม้เกิดเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเห็นภาพแก๊สน้ำตาฟุ้งกระจาย  เสียงปืนดังลั่นบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล จนทำให้ "ผู้มองโลกสวย"อกสั่นขวัญผวามองว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สงครามกลางเมือง 

แต่แล้วการปะทะกันไม่กี่วันทั้งสองฝ่ายออกมาจับมือ โอบกอดหอมแก้ม  “รักกันรักกัน” 

ไม่เพียงแต่สร้างความงุนงงให้ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยรักษาการสถานที่ราชการ ยังสร้างความงุนงงในสายตาต่างประเทศที่ผ่านประสบการณ์ทำข่าวการชุมนุมทางการเมือง เพราะเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองมักพัฒนาไปถึงการจลาจล เผาเมือง ปล้นฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์    หรือมองใกล้ๆอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 53 ที่มีการสร้างฐานทัพกลางเมือง ณ สวนลุมพินี  ระดมยาง ไม้ไผ่ เป็นป้อมปราการ ซ่องสุมกำลังอาวุธ  ระเบิดขวด เอ็ม 79 พร้อมสู้รบ 

แต่สำหรับปฏิบัติการมวลมหาประชาชนกลับต่อสู้ด้วยมือเปล่า สู้กระทั่งเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว ยังหาญกล้าเข้าประจันหน้า  พลิกแพลงหาเครื่องมือสยบอาวุธเจ้าหน้าที่ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านชนิดที่สื่อต่างชาติหรือแม้แต่ผู้ติดตามการชุมนุมอึ้งทึ่งตะลึงต่อนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น

ไม่ว่าเป็น  กระสอบป่านชุบน้ำดับแก๊สน้ำตา หน้ากากขวดน้ำกันแก๊สน้ำตา ตามมาด้วยแสลนท์สูงคอยดักจับการเขวี้ยงแก๊สน้ำตาระยะสูง ลูกโป่งสกัดเฮลิคอปเตอร์  พร้อมใช้เครื่องทุ่นแรงด้วยรถแทรกเตอร์ทลายกำแพงเบอร์ลินชะเอ้ย! แท่งแบริเออร์กลางสะพาน

ทุกสายตาประเมินว่า สถานการณ์แบบนี้กำลังเข้าสู่สงครามกลางเมือง ที่ผู้คนเข้าห่ำหั่นอย่างไม่คิดถึงชีวิต ประกาศอยู่กันคนระบอบ ก็ต้องอดอมยิ้มไม่ได้  เมื่อเข็มนาฬิกาชี้หกโมงเย็นปรากฎภาพ ผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตรงเคารพเพลงชาติ  เสียงปืนเงียบสงบ   ไม่มีแก๊สน้ำตาลอยละลิ่วสักกระป๋อง    เกิดภาพสองฝ่ายร้องเพลงชาติร่วมกัน   หรือแม้แต่ ใกล้ถึงวันสำคัญของปวงชนชาวไทย  สองฝ่ายจับไม้กวาดแทนจับปืน ร่วมกันบิ๊กคลีนนิ่งรอบสมรภูมิรบ ประกาศพักรบโดยอัตโนมัติเพื่อรอวันประลองกำลังกันใหม่

"สื่อต่างประเทศที่ติดตามยังยอมรับไม่เคยพบการเคลื่อนมวลชนแบบนี้ กว่าหนึ่งเดือนพวกเขาเดินไปเดินมา เป่านกหวีด   เข้ายึดสถานที่ราชการ มีปะทะกับเจ้าหน้าที่แต่แล้วได้จับมือหอมแก้ม แบ่งปันขนมให้กันก่อนถ่ายรูปอัพลงเฟซบุ๊ก ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงเพียงเพื่อเขาเข้าไปทำสัญลักษณ์ตามสถานที่ราชการ  จากนั้นเคลื่อนย้ายมวลประชาชนออกตามกำหนด โดยความหมายนั่นคือชัยชนะ สงบ สันติ อหิงสา"

"นี่จึงเป็นอะเมซิ่งการชุมนุมซึ่งอาจมีที่นี่แห่งเดียว" Thailand Only!!

*****************

ท่ามกลางมวลมหาตื่นตะลึง  เราอาจงุนงงอยู่บ้างว่า ในสถานการณ์ปะทะ กลับปรากฎรัฐมนตรีที่ดูแลความสงบของบ้านเมือง มีรัฐมนตรีกำกับดูแลสถาบันการศึกษาขึ้นเวทีปราศรัยมวลชนให้เกลียดชังฝ่ายตรงกันข้าม ทั้งที่เวทีข้างๆเกิดเหตุรุนแรงจนมีนักศึกษาเสียชีวิต แต่ผู้ปกครองดูแลบ้านเมืองไม่ได้เหลียวแล

แม้แต่ช่วงที่ประชาชนกำลังฝ่าดงแก๊สน้ำตาเกิดความบาดเจ็บนับร้อย  อีกด้านนายกฯของประเทศนี้ มอบเงินล้านเป็นรางวัลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชน  แล้วก็จบด้วยคำแถลงข้อให้ประชาชนอย่าสร้างความรุนแรง  

หรือในขณะที่ประชาชนกำลังทำความเข้าใจ "สภาประชาชน"  แต่รัฐบาลก็ยังแสร้งงุนงง  โดยไม่เปิดใจรับรู้ผ่านแกนนำและบรรดานักกฎหมายที่กำลังออกมาสร้างความกระจ่าง

ไม่ว่าจะทราบหรือทำตัวไม่ทราบโมเดลสภาประชาชนเป็นอย่างไร  ก็ปรากฎว่าหลายฝ่ายเสนอทางออก  เช่น กองทัพ มวลมหานักวิชาการ ภาคเอกชน  เสนอแนวทางต่างๆ  จะด้วยการยุบสภา- ลาออก  ทำสัตยาบันเป็นนักการเมืองอยู่ในกรอบกติกาไม่แสวงหาประโยชน์เพื่อคนใดคนหนึ่ง   หรือให้ร่วมกันพิจารณาจากมาตราในรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับสภาประชาชน

ทว่า ฝ่ายเดียว  คือ รัฐบาล ที่ยังมองว่าข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่ทางออก  พยายามงัดเหตุผลหักล้างแนวทางกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับบ้าง  กลับใช้วิธีตั้งเวทีระดมความคิดเห็นตามสูตรสำเร็จออกไปอีก 2-3 เดือน นั่นหมายความว่าเป็นการซื้อเวลาต่อไป     

จึงเกิดอาการมึนๆงงๆ  ก่อนหน้านั้นรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ยืนกรานไม่เคารพอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ อ้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากซากเผด็จการ  แต่วันนี้หลังพิงรัฐธรรมนูญฉบับที่ตนเองกล่าวหาเป็นเผด็จการมาโจมตีฝ่ายที่เสนอทางออกว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ   เรียกได้ว่าทำเอาผู้คนมึนหลายตลบ

ทั้งที่ทุกฝ่ายเสนอทางออกเรียบร้อย แต่ทำไมรัฐบาลถึงไม่มีทางออก ไม่ใช่หาทางออกไม่เจอ แต่กลับขวางอยู่บริเวณทางออกนั่นเอง


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มวลมหา ตื่นตะลึง รัฐ งุนงง

view

*

view