หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,090
Page Views 23,554,663
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

นิสัยที่นำไปสู่การลดทอนความเจริญ

นิสัยที่นำไปสู่การลดทอนความเจริญ

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




คนเรามีนิสัยหลายอย่างที่ทำให้ลดทอนขีดความสามารถของตนเอง และตามมาด้วยการลดทอนความเจริญก้าวหน้าขององค์กรของตน

แต่โชคดีที่ไม่บ่อยนักที่จะพบว่าคนหนึ่งมีนิสัยไม่ดีสารพัดอย่างรวมอยู่ในตัวคนเดียวแทบทั้งหมด หรือไม่บ่อยนักที่พบว่าผู้คนที่ทำงานร่วมกันต่างคนต่างมีนิสัยที่นำไปสู่การลดทอนความเจริญก้าวหน้าขององค์กรคนละอย่างสองอย่าง แต่รวมกันแล้วกลายเป็นนิสัยที่สามารถทำลายองค์กรของตนเองได้ แต่จะด้วยสาเหตุใดไม่ชัดเจน คนเราในยุคปัจจุบันเริ่มสะสมนิสัยแห่งการทำลายตนเองกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คนที่ทำงานในหน่วยงานเดียวกันเริ่มมีนิสัยแห่งการทำลายตนเองหลากหลายประการมากขึ้น เราจึงได้เห็นว่ามีทั้งองค์กรที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องไปด้วยดี และองค์กรที่เคยดีในอดีตแต่กลับกลายเป็นองค์กรล้มเหลวในไม่กี่ปีต่อมา นิสัยที่นำมาสู่การบั่นทอนความเจริญที่สำคัญพบว่ามีอยู่สิบนิสัยด้วยกัน

นิสัยไม่ดีสิบนิสัยนี้แต่เดิมไม่เคยพบว่ามีปรากฏขึ้นในคนเดียวกัน หรือในกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกัน ซึ่งอธิบายได้ว่าคนที่มีนิสัยไม่ดีครบสิบประการนี้ไม่อาจอยู่รอดได้ในสังคมในอดีตที่เป็นกลุ่มคนเล็กๆ ไม่มีคนเป็นล้านเหมือนที่มีอยู่ในปัจจุบัน คนที่มีนิสัยที่นำไปสู่การบั่นทอนความอยู่รอดของสังคมนั้นจึงได้รับการปฏิเสธ ไม่ให้มาอยู่มาทำงานร่วมกัน นิสัยไม่ดีเหล่านั้นจึงย้อนกลับไปทำลายตนเองให้สิ้นสลายไปในที่สุด แต่เมื่อสังคมใหญ่ขึ้น สังคมสลับซับซ้อนมากขึ้น ผู้คนสังเกตเห็นนิสัยเหล่านี้ได้ยากขึ้น ยิ่งถ้าเป็นนิสัยที่กระจายอยู่ในหลายคนก็ยิ่งสังเกตยากขึ้นไปอีก นิสัยแห่งการทำลายความเจริญของตนเองและองค์กรจึงงอกงามขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัว และทำให้หลายองค์กรพังพินาศให้เห็นกันมาบ้างแล้ว ที่สำคัญยิ่งก็คือนิสัยแห่งการทำลายตนเองและองค์กรนี้ มีงานวิจัยบางเรื่องสรุปว่ามีติดตัวคนเราทุกคน เพียงแต่ใครจะควบคุมนิสัยนี้ได้ดีมากน้อยเพียงใด และองค์กรจะควบคุมไม่ให้นิสัยนี้สะสมจนครบสิบประการในหมู่ผู้คนที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นชัดว่าองค์กรที่ก้าวหน้าไปด้วยดีนั้น ผู้คนมีนิสัยสิบประการนี้น้อยมาก แต่องค์กรที่ท่าทางจะไปไม่รอดนั้น เต็มไปด้วยผู้คนที่อุดมไปด้วยนิสัยแห่งการลดทอนความเจริญ

นิสัยที่นำไปสู่การลดทอนความเจริญที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ โกหกกันเป็นนิจ โกหกกันแทบทุกเรื่องจนแยกไม่ออกว่าเรื่องใดจริง เรื่องใดไม่จริง รวมทั้งการไม่ยอมพูดความจริง อยากได้อย่างหนึ่ง พูดไปอีกอย่างหนึ่งด้วย แม้ว่าการโกหกเป็นพฤติกรรมเพื่อการเอาตัวรอดอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่มนุษย์ก็มีกลไกในการป้องกันไม่ให้มีการโกหกมากเกินกว่าที่จำเป็นสำหรับการเอาตัวรอด ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ต้องใช้ความพยายามในการโกหกมากกว่าการพูดความจริง ต้องใช้ความพยายามในการกุเรื่องที่จะโกหกขึ้นมา แล้วต้องพยายามทำให้ตนเองเชื่อเรื่องโกหกนั้นก่อน จึงจะสามารถบอกกล่าวเรื่องราวที่โกหกนั้นให้คนอื่นทราบได้ การสนทนาเรื่องโกหกใช้เวลามากกว่าการสนทนาเรื่องที่เป็นจริง แต่คนบางคนมีโครงสร้างสมองที่พิเศษกว่าคนอื่นคือสามารถทำให้ตนเองเชื่อเรื่องโกหกที่กุขึ้นมาได้ง่ายกว่าคนอื่น

ลองนึกถึงความพยายามที่เราต้องใช้ในการโกหกตนเอง จะพบว่าต้องพยายามมากทีเดียวกว่าที่จะเชื่อเรื่องโกหกที่ตัวเราเองสร้างขึ้นมา คนพิเศษบางคนนี่แหละที่สามารถพัฒนากลายเป็นนิสัยโกหกเป็นนิจขึ้นมาได้ ถ้าองค์กรใดมีคนที่สามารถโกหกจนเป็นธรรมดาได้มากมายหลายคน องค์กรนั้นเสี่ยงต่อการลดทอนความเจริญ การโกหกเป็นนิจในการทำงานทำให้เดินหน้าไปผิดทิศผิดทาง ล้มเหลวก็โกหกว่าประสบความสำเร็จ ต้องการอย่างหนึ่งแต่กลับพูดไปอีกอย่างหนึ่ง จนเข้าใจผิดกันไปหมด ความเจริญยั่งยืนจึงเกิดขึ้นไม่ได้จากการทำงานแบบโกหกเป็นนิจและการบอกกล่าวที่ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง ขอเน้นว่าการโกหกเป็นนิจนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป จะเกิดขึ้นได้กับคนพิเศษจริงๆ ซึ่งคนพิเศษเหล่านี้โกหกจนตัวเขาเองแยกแยะจริงเท็จไม่ได้ และเชื่ออย่างจริงจังว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่โกหกนั้นล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น

ดังนั้น เราต้องรู้ตัวก่อนว่ากำลังทำงานอยู่กับคนพิเศษอยู่หรือไม่ ให้สังเกตดูว่าคนนั้นบอกกล่าวสัญญากับคนอื่นรวดเร็วและบ่อยครั้งแค่ไหน ยิ่งสาบานอะไรง่ายไปหมด จากนั้นดูว่าพูดเรื่องทั่วไปมีการเติมแต่งมากแค่ไหน คุยกันไม่เท่าไรก็มีเรื่องไม่จริงปนมามากมาย ตอบได้ทันทีว่ากำลังทำงานกับคนที่โกหกเป็นนิจแล้ว จะฟังอะไรจากคนนั้นก็ต้องหาข้อมูลกันไว้ล่วงหน้า แต่ต้องไม่แสดงออกให้คนนั้นทราบว่ารู้นะว่าโกหก เพราะถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานจะเสียหน้ามากถ้ามีใครจับความจริงได้ และมักตอบโต้ด้วยการปรุงแต่งเรื่องเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีเราเสียอีก ถ้าหลีกได้ก็หลีกไว้ก่อน หลีกไม่ได้ก็ฟังแบบเข้าหูซ้าย ทะลุหูขวาแค่นั้นพอ

ถ้าเป็นหัวหน้ายิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะทำได้แค่บอกกับตัวเองว่าเราโชคร้าย แต่อย่ายอมให้การโกหกของใครก็ตามมาบั่นทอนการงานของเรา มุ่งหาความจริงไว้ก่อนเดินหน้าการงาน หัวหน้าจะชอบโกหกแค่ไหนก็ตาม หัวหน้าก็ต้องการผลงานจริงๆ ด้วยเหมือนกัน

การรู้ทันคนโกหกเป็นนิจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังไม่สำคัญเท่ากับการที่เราจะสามารถอดทนรักษาคนนั้นไว้เป็นมิตรต่างนิสัยให้ได้ ไม่ให้กลายเป็นศัตรูจอมโกหก ความทุกข์จากศัตรูจอมโกหกนั้นยิ่งใหญ่กว่าความทรมานในการคบค้ากับมิตรต่างนิสัยมากมายนัก


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : นิสัย นำไปสู่ การลดทอนความเจริญ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view