หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,995,692
Page Views 23,556,369
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์ โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ

คำว่า "เลิกจ้าง" ที่เราเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่านในหน้าหนังสือพิมพ์ คงจะเป็นเรื่องที่หลายคนอกสั่นขวัญแขวน โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกจ้างที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ถึงแม้ว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่อยากจะได้ยินได้ฟังคำคำนี้ก็ตาม ผมยังอยากจะให้ท่านได้ทำความเข้าใจกับเรื่องของการเลิกจ้างเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเอาไว้ก่อน แบบรู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามก็ยังดีครับ

สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

เมื่อ มีการจ้างงานก็ต้องมีการสิ้นสุดการจ้างงานด้วยเช่นเดียวกัน คล้ายกับคำกล่าวที่ว่า ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกราใช่ไหมครับ อยู่ที่ว่าการสิ้นสุดการจ้าง หรืองานเลี้ยงที่เลิกราไปนั้น จะเป็นการสิ้นสุด หรือการเลิกราที่ดีหรือไม่อย่างไร

เรามาดูกันนะครับว่า สัญญาจ้างจะสิ้นสุดกันเมื่อไหร่กันบ้าง ซึ่งการสิ้นสุดของสัญญาจ้างท่านว่ามีอยู่ 3 วิธี คือ

1.เมื่อ นายจ้างบอกเลิกจ้าง หรือองค์กรเป็นผู้บอกเลิกจ้างพนักงานหรือลูกจ้าง ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมากมายหลายหลาก เช่น บริษัทประสบวิกฤตขาดทุน, ขาดสภาพคล่องทางการเงิน, พนักงานมีผลปฏิบัติงานไม่ดี, มีปัญหาสุขภาพ, พนักงานมีความประพฤติเกเร, หมอดูทายว่าดวงของลูกจ้างจะเป็นภัยกับบริษัท จะทำให้บริษัทล่มจม ฯลฯ

เหตุผลดังที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นนี่แหละครับที่มักจะเป็นสาเหตุที่นายจ้างหรือบริษัทเป็นผู้บอกเลิกจ้างลูกจ้างได้

สรุป ง่าย ๆ ว่า ถ้านายจ้างอยากจะเลิกจ้างลูกจ้างเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้โดยการบอกเลิกจ้าง หรือทำหนังสือเลิกจ้างลูกจ้างได้ทันที และจะมีผลในวันที่นายจ้างระบุ

ส่วน เรื่องที่ว่านายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างตามอายุงาน หรือไม่ต้องจ่ายก็ต้องไปว่ากันในรายละเอียดของสาเหตุการเลิกจ้างกันต่อไปนะ ครับ

2.เมื่อลูกจ้างบอกเลิกจ้าง ในส่วนของลูกจ้างก็มีสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้างได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีการบอกเลิกจ้างจากทางฝั่งของลูกจ้างที่เราคุ้นเคยกันดีคือการเขียน ใบลาออก แล้วส่งให้กับหัวหน้างาน หรือส่งให้กับนายจ้างนั่นเองครับ และถ้าลูกจ้างระบุวันที่มีผลในใบลาออกเมื่อไหร่ก็จะพ้นสภาพจากการเป็น ลูกจ้างในวันนั้นโดยไม่ต้องรอให้นายจ้างอนุมัติ

แม้ว่าวันที่มีผลลา ออกจะไม่ถูกต้องตามระเบียบบริษัทที่กำหนดไว้ เช่น บริษัทมีระเบียบว่าการลาออกจะต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วัน แต่ลูกจ้างยื่นใบลาออกวันนี้ให้มีผลวันพรุ่งนี้ก็ย่อมทำได้ครับ แต่ถามว่าลูกจ้างที่ดีควรทำอย่างนี้หรือไม่ท่านคงจะตอบ
ตัวเองได้นะครับ

ส่วน สาเหตุของการบอกเลิกการจ้างจากทางฝั่งของลูกจ้างก็เช่น ไปหางานใหม่, ไปศึกษาต่อ, สุขภาพไม่ดี, เบื่อหน้าหัวหน้างาน, ได้แฟนรวย หรือถูกหวยรางวัลใหญ่ ฯลฯ

ในกรณีที่ลูกจ้างยื่นใบลาออก ลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชย, ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าใด ๆ นะครับ เพราะถือว่าลูกจ้างสมัครใจจะบอกเลิกสัญญาจ้าง (ด้วยการยื่นใบลาออกเอง)

เมื่อ ดูจากทั้งข้อ 1 และข้อ 2 แล้วท่านจะเห็นได้ว่าทั้งนายจ้างและลูกจ้างต่างก็มีสิทธิ์เสมอกัน ในการบอกเลิกสัญญาจ้างซึ่งกันและกันจริงไหมครับ

3.เมื่อสัญญาจ้าง ครบกำหนดระยะเวลา เช่น บริษัท BBB ทำสัญญาจ้างนายสัมฤทธิ์เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ถึง 30 เมษายน 2557 เป็นระยะเวลา 1 ปี เมื่อนายสัมฤทธิ์ทำงานไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 พอวันรุ่งขึ้นคือ 1 พฤษภาคม 2557 ก็ไม่ต้องมาทำงานกับบริษัทอีก

โดย ที่บริษัทก็ไม่ต้องทำหนังสือเลิกจ้าง โดยนายสัมฤทธิ์ไม่ต้องเขียนใบลาออก และนายจ้างก็ไม่ต้องมาจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าชดเชยตามอายุงาน เพราะถือว่าการรจ้างงานนี้สิ้นสุดไปโดยสัญญาจ้างที่ระบุระยะเวลาไว้ชัดเจน ดังกล่าว แต่ปัญหาของการเลิกจ้างมักจะเกิดจากข้อ 1 เป็นหลักเสียมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นายจ้างเลิกจ้างแบบกะทันหันไม่ได้มีวี่แววมาก่อน เรียกว่าวันร้ายคืนร้ายก็เรียกพนักงานมารับหนังสือเลิกจ้างแล้วให้เก็บของไป เลย หรือเช้าวันรุ่งขึ้นพนักงานอาจจะมาทำงานตามปกติ แต่พอมาถึงหน้าโรงงานก็พบประกาศปิดโรงงานอะไรทำนองนี้

หากนายจ้างเลิกจ้างพนักงานโดยที่พนักงานไม่มีความผิดทางวินัยร้ายแรงล่ะ

ใน กรณีที่นายจ้างหรือบริษัทเลิกจ้างพนักงานที่ไม่ได้กระทำความผิดตามพระราช บัญญัติคุ้มครองแรงงานปี พ.ศ. 2541 ได้คุ้มครองลูกจ้างไว้ตามมาตรา 118

ซึ่งผลสรุปตารางเพื่อความเข้าใจแบบง่าย ๆ ดังนี้ครับ

อายุงานค่าชดเชย (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย)

120-ไม่เกิน 1 ปี 30 วัน

1-ไม่เกิน 3 ปี 90 วัน

3-ไม่เกิน 6 ปี 180 วัน

6-ไม่เกิน 10 ปี 240 วัน

10 ปีขึ้นไป 300 วัน

กรณีไหนบ้างที่นายจ้างเลิกจ้างแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118

พอผมเล่ามาถึงตรงนี้ คงจะมีหลายท่านสงสัยแล้วกระมังครับว่า แล้วมีไหมที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

มีครับ ก็กรณีที่ลูกจ้างหรือพนักงานกระทำความผิดเข้าข่ายมาตรา 119 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานปี พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้ครับ

มาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(1) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

(2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

(3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม นายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ในกรณีที่ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

หาก ลูกจ้างหรือพนักงานทำความผิดเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งในหกข้อนี่แหละครับ ที่บริษัทหรือนายจ้างสามารถจะบอกเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ ท่านก็ลองดูความผิดแต่ละข้อซิครับว่าสมควรจ่ายค่าชดเชยให้ไหมล่ะ

อย่าง ไรก็ตาม หากลูกจ้างมีความผิดตามมาตรา 119 ข้างต้น นายจ้างจะต้องระบุสาเหตุของการเลิกจ้างว่าลูกจ้างมีความผิดในข้อใดให้ชัดเจน ในหนังสือเลิกจ้างด้วย เพราะหากไม่ระบุสาเหตุการเลิกจ้างไว้ให้ชัดเจนว่าลูกจ้างมีความผิดในเรื่อง ใดแล้ว นายจ้างจะมาอ้างภายหลังแล้วไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้นะครับ

ผม เล่าให้ท่านฟังมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าท่านจะเข้าใจเรื่องของการเลิกจ้างที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วนะครับว่า การเลิกจ้างนั้นจะมีผลกระทบอะไรบ้าง โดยเฉพาะการที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง ย่อมจะมีผลกระทบต่อตัวของลูกจ้างไม่น้อยเลย

ส่วนการที่ลูกจ้างจะบอก เลิกสัญญาจ้างด้วยการเขียนใบลาออกก็มักจะทำตามกฎระเบียบของบริษัทกันเป็น ส่วนใหญ่ จะมีอยู่บ้างก็ส่วนน้อยที่ไม่ทำตามกฎเกณฑ์ของบริษัท แต่ปัญหาที่เรา ๆ ท่าน ๆ มักจะได้พบเห็นมักจะเป็นการเลิกจ้างทางด้านของนายจ้างหรือบริษัท และไม่ทำตามกฎหมายแรงงานอย่างที่ผมได้บอกมาข้างต้นนี่แหละครับ

จึงเป็นที่มาที่ผมเลยต้องให้ทุกฝ่ายได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และมีการปฏิบัติอย่างถูกต้องทั้งสองฝ่ายครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับการเลิกจ้าง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view