หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 20/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,001,360
Page Views 23,573,881
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ประชาธิปไตยไทยยังไปไม่ถึงฝัน

ประชาธิปไตยไทยยังไปไม่ถึงฝัน

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อหลายปีก่อน โรเบิร์ต แบร์โร (Robert Barro) นักเศรษฐศาสตร์รุ่นเดอะตีพิมพ์ผลงานชื่อว่าปัจจัยกำหนดระดับความเป็นประชาธิปไตย

เมื่อผลนำจากการวิเคราะห์ของแบร์โรมาพยากรณ์แนวโน้มความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย จะได้ผลว่า ถ้าประเทศไทยเดินตามรอยของประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ประเทศไทยน่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ได้ภายในปี 2540 แต่ความเป็นจริง ณ วันนี้ มันช่างแตกต่างกับผลการพยากรณ์ของแบร์โรแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างจากผลการพยากรณ์ ?

ปัญหาที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งออกเป็นสองช่วงด้วยกัน คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งและปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้ว

ปัญหาก่อนการเลือกตั้ง คือ ทำอย่างไรประชาชนจึงจะสามารถแสดงออกถึงความต้องการที่แท้จริงของตนให้พรรคการเมืองได้รับรู้ มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายและผู้สมัครของแต่พรรคการเมืองอย่างเพียงพอเพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนอย่างมีเหตุมีผล

การทำเช่นนี้เป็นการส่งสัญญาณให้พรรคการเมืองรู้ว่าประชาชนจะเลือกพรรคที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชน ไม่ได้เลือกเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้นหรืออามิสสินจ้าง ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกเดียวที่พรรคการเมืองจะชนะการเลือกตั้งได้ก็คือ พรรคต้องนำเสนอนโยบายที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ พรรคไหนที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็จะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง

ดูจากภาพรวม ถ้าหากทุกพรรคมีนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในสังคม นโยบายหลักๆ ของแต่ละพรรคจะไม่ต่างกันมากนัก ต่อให้เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค ความขัดแย้งเชิงนโยบายย่อมมีน้อย โอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมจึงเป็นไปได้สูง

ปัญหาก็คือ สังคมประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่มีความต้องการหลากหลาย คนส่วนใหญ่อาจจะเห็นพ้องต้องกันในบางเรื่องและมีความเห็นแตกแยกกันในเรื่องอื่นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคการเมืองจะนำเสนอนโยบายแบบไหนดี ?

หากพรรคการเมืองไหนต้องชนะการเลือกตั้งก็ต้องทำการบ้านมาอย่างละเอียด สามารถลำดับประเด็นได้ว่านโยบายแต่ละเรื่องมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน นโยบายไหนที่มีคนเห็นพ้องต้องกันมากก็จะเป็นนโยบายสำคัญลำดับต้นๆ นโยบายไหนที่มีคนให้ความสำคัญน้อยลงก็ให้ความสำคัญลดหลั่นกันลงมา

ปัญหาหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง คือ ทำอย่างไรพรรคการเมืองจึงจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูง เมื่อเข้าไปในสภาแล้วย่อมต้องหาโอกาสถอนทุนคืนเพราะนักการเมืองมีทั้งคนดีที่มีความสุขจากการได้รับใช้ชาติ ต้องการสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล และคนที่เล่นการเมืองเพราะต้องการแสวงหาอำนาจและความมั่งคั่ง

การใช้กฎหมายบังคับให้พรรคการเมืองรักษาสัญญาทำได้ยากมากในทางปฏิบัติ เพราะพิสูจน์ได้ยากว่าพรรคการเมืองได้ทำตามสัญญาหรือยัง พรรคการเมืองอาจจะอ้างว่ากำลังดำเนินการอยู่แต่ยังไม่เสร็จสิ้น แล้วคอยผัดวันประกันพรุ่งซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ซ้ำร้ายหน่วยงานที่จะเข้ามาตรวจสอบเองก็อาจถูกแทรกแซงโดยตัวแทนของพรรคการเมืองที่กุมอำนาจรัฐเอาไว้

ทางออกตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลักสำหรับเรื่องนี้คือ การส่งเสริมให้มีการลงโทษโดยภาคประชาชน ด้วยการไม่เลือกพรรคการเมืองนั้นอีกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหากไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้

การทำเช่นนี้จะบังคับให้พรรคการเมืองต้องคิดยาว ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น ถึงบางคนในพรรคหวังรวยด้วยการเล่นการเมืองเพียงสมัยเดียวแล้วโกงกินสะบั้นหั่นแหลก แต่สมาชิกพรรคคนอื่นที่หวังจะอยู่ยาวก็จะรวมตัวกันคอยคัดค้าน ถึงแม้จะไม่ได้แก้ปัญหาการโกงกินได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยก็ยังสามารถควบคุมไม่ให้เหล่าคนโกงชาติโกงแผ่นดินเหล่านี้มูมมามจนเกินไปนัก

อย่างไรก็ตาม สภาพความเป็นจริงในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา แตกต่างจากเงื่อนไขที่ใช้ในการวิเคราะห์อย่างสิ้นเชิง เพราะในประเทศเหล่านี้ ประชาธิปไตยเป็นเพียงฉากหน้าของกลุ่มผลประโยชน์ที่ต้องการเข้าถึงมีอำนาจเหลือกลไกของรัฐเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง การเลือกตั้งจึงเป็นกระบวนการใช้เงินเพื่อ “แต่งตั้ง” ตนเองและพวกพ้องเข้าสู่อำนาจ เป็นเพียงการลงทุน เพื่อการเปิดประตูไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง ให้คุ้มค่ากับการลงทุนเท่านั้นเอง

เมื่อเอาประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง บวกกับการมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมกลไกของภาครัฐ รัฐบาลที่ใช้เงินแต่งตั้งตนเอง ก็ไม่จำเป็นจะต้องคิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนในชาติอีกต่อไป ภารกิจของรัฐบาลมีเพียงกอบโกยให้มากที่สุดด้วย กอบโกยให้รวดเร็วที่สุด เพื่อสะสมทรัพยากรสำหรับแต่งตั้งตนเองกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง ภายใต้วงจรเช่นนี้ การเลือกตั้งจึงกลายเป็นทางตันของกระบวนการประชาธิปไตย

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เมื่อใดที่ทางออกกลายเป็นทางตัน แรงกดดันที่เกิดขึ้นกับสังคมจะระเบิดออกมาในรูปแบบต่างๆ แต่ไม่ว่าพลังของสังคมจะแสดงออกมารูปแบบใด รัฐบาลที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีรายไหนจบสวยเลยสักรายเดียว


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ประชาธิปไตยไทย ยังไปไม่ถึงฝัน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view