http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,012,307
เปิดเพจ23,606,719

Leader VS Leadership

Leader VS Leadership

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




จากฉบับก่อนผมได้สัญญาว่าจะมาแชร์เรื่องราวที่ทาง Professor Dave Ulrich ซึ่งถือเป็น Guru ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาผู้นำ

ที่ได้ให้เกียรติมาบรรยายและจัด workshop ให้กับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารไทยพาณิชย์ในเรื่องการพัฒนา Leadership Brand เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากมุมมองของ Professor Dave Ulrich การพัฒนาผู้นำที่ถือเป็นกำลังหลักขององค์กรในการผลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จนั้นต้องคำนึงถึงหลักใหญ่ๆ อยู่สองประการ

ประการที่หนึ่ง คือ การสร้าง Leadership Brand ให้กับองค์กรไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การพัฒนาความสามารถส่วนบุคคลของ Leader แต่เป็นการพัฒนา Leadership ของผู้นำในองค์กรซึ่งจะต้องรวมถึงการสร้างระบบและกระบวนการที่สนับสนุนในการพัฒนาผู้นำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนที่ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาในปัจจุบันแต่หมายถึงการเตรียมผู้นำรุ่นต่อไป Next Generation ด้วย

ประการที่สอง คือ การพัฒนา Leadership นั้นจะต้องเปลี่ยนจากการ Focus ความต้องการภายในเป็นคำนึงถึงมุมมองจากภายนอก (Outside-in Approach) โดยการนำเอาความคาดหวังของลูกค้าและนักลงทุน เพื่อมากำหนด Leadership Competency Model ขององค์กร จากผลวิจัยเรื่องเกณฑ์การตัดสินใจของนักลงทุน พบว่าคุณภาพของ Leadership เป็นหนึ่งในเกณฑ์ในการตัดสินใจว่าจะลงทุนในบริษัทนั้นหรือไม่ ดังนั้น การสร้าง Leadership Brand นั้น เราต้องคำนึงถึงการพัฒนา Leadership ที่เป็นกระบวนการและต้องมองทั้งจาก Inside และ Outside

Professor Dave Ulrich ยังได้นำเสนอขั้นตอนการสร้าง Leadership Brand ได้แก่ 1) สร้าง Business Case สำหรับการพัฒนา Leadership Brand ให้เกิดความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการพัฒนานี้ 2) กำหนด Leadership Brand ซึ่งคือคุณลักษณะที่ผู้นำต้องมีและผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบที่จะต้องประกอบด้วย Leadership Code คุณลักษณะที่ผู้นำที่ดีต้องมีและ Leadership Differentiator คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรเรา 3) ประเมินทักษะความสามารถของผู้นำแต่ละคนรวมทั้ง Leadership Pipeline ขององค์กรเรา เพื่อวิเคราะห์หาช่องว่างในการพัฒนาผู้นำแต่ละคนและความพร้อมขององค์กรในการสร้างผู้นำที่จะตอบโจทย์ในอนาคต 4) ลงทุนในการสร้าง Leadership Brand ทั้งในเรื่องความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ผู้นำของเรามี Leadership Brand ตามที่กำหนดไว้ 5) กำหนดตัวชี้วัดและประเมินวัดผลการลงทุนในการพัฒนาทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้กำหนดไว้ และ 6) สื่อสาร Leadership Brand และความสำคัญให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก

โดยฉบับนี้ผมขอเล่าสำหรับขั้นตอนแรกก่อน คือ การสร้าง Business Case สำหรับการพัฒนา Leadership Brand หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่า Leadership ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร คำตอบง่ายๆ ของ Professor Dave Ulrich คือ Leadership helps make strategy happens ถ้าเราไม่มีผู้นำที่ใช่ องค์กรก็จะไม่สามารถส่งมอบสิ่งที่สัญญาไว้ให้กับลูกค้า นักลงทุน และสังคม รวมถึงพนักงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของ Business Case จาก Workshop ของเรา อาทิเช่น ถ้ามองจากมุมมองของผู้ลงทุน การมี Leadership Brand ที่เข้มแข็งจะเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนในการทำกำไรในอนาคตซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าตลาด (Market Value) เพิ่มขึ้น หรือถ้าจากมุมของลูกค้าซึ่งมีความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น จะพบว่า Leadership Brand ที่มุ่งเน้น Customer Focus ที่จะทำให้องค์กรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ สำหรับพนักงานเราพบว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีผู้นำที่มี Intellectual, Emotional และ Social Intelligence ก็จะสามารถสร้างทั้ง Commitment และ Engagement ของพนักงานให้เกิดขึ้นในองค์กรที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพรวมทั้งประสิทธิผลการทำงานของพนักงาน ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายก็จะทำให้องค์กรสามารถสร้างผลกำไรและมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นและยั่งยืน

Professor Dave Ulrich ได้ให้ความสำคัญกับขั้นตอนแรก คือ การสร้าง Business Case ในการพัฒนา Leadership ท่านกล่าวว่าเรามักจะข้ามขั้นตอนในการสร้าง Business Case ที่จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจและเห็นความสำคัญ หากเราไม่มีความชัดเจนว่าทำไมเราต้องลงทุนกับการพัฒนา Leadership โปรแกรมการพัฒนา Leadership ต่างๆ ก็จะอาจถูกยกเลิกไปเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น เศรษฐกิจไม่ดีก็ต้องตัดงบประมาณการพัฒนาในส่วนนี้ไปก่อน การเชื่อมโยงการพัฒนา Leader กับการเจริญเติบโตขององค์กรรวมทั้งความมั่นใจของลูกค้าและนักลงทุน จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นภาพร่วมกันซึ่งจะทำให้การพัฒนา Leadership เป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ในฉบับหน้าผมจะได้แชร์เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ในลำดับต่อไปครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : Leader Leadership

view

*

view