หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,000,643
Page Views 23,569,992
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ปีใหม่ค่านิยมใหม่

ปีใหม่ค่านิยมใหม่

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ปี 2556 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ถือได้ว่าเป็นปีแห่งปัญหาที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างมากมายสะสมกันมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของโลก

มาจนถึงเศรษฐกิจภายในประเทศของเราเอง และภาวะวิกฤติการเมืองที่ดูจะยังไม่มีทางออกที่ดีนัก

แต่ปัญหาทั้งหมดที่ประดังเข้ามาดูจะไม่กระทบกระเทือนคนไทยมากนัก อาจเป็นเพราะการปรับตัวรับมือกับเรื่องเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องนานหลายปี จนทำให้คนไทยส่วนใหญ่รับปัญหาต่างๆ เหล่านี้มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

หากคิดได้เช่นนี้ ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งในชีวิตที่เราต้องหาทางก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ แม้เราจะควบคุมให้เป็นไปในแนวทางที่เราต้องการไม่ได้ก็ตาม เพราะปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งมักจะมีตัวแปรใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนเดิมจนไม่รู้จะรับมืออย่างไร หรือหากเป็นปัญหาเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็จะรู้สึกว่าหนักหน่วงรุนแรงขึ้นจนยากที่จะจัดการต่อได้

ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเป็นเด็ก แม้จะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปแล้วไม่นานนัก

แต่ก็ยังคงความแร้นแค้นของยุคหลังสงครามอยู่มาก โดยเฉพาะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมชนบทที่พึ่งพิงการเกษตรเป็นหลักจึงยังมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากในเมืองใหญ่มาก โดยเฉพาะเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้การใช้ชีวิตไม่ได้สุขสบายเหมือนเด็กรุ่นใหม่ทุกวันนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยุคนั้นคือความรู้สึก “รักชีวิต” ทั้งชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง เพราะช่วง 10 ปีหลังสงครามนั้น คนที่เหลือรอดมาได้ต้องทำงานหนักเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองที่เสียหายไปจากสงคราม ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกดีว่าการมีชีวิตอยู่รอดได้นั้นคือกำไร จึงต้องการพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่

ผมเชื่อว่าความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้รอดชีวิตจากสงครามทุกประเทศ ส่งผลให้คนในรุ่นนั้นมีความขยันหมั่นเพียร และมีความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก แม้จะมีอุปสรรคในชีวิตมากมายโดยเฉพาะโอกาสในการศึกษาต่อที่มีน้อยมากแต่ก็ไม่ได้เป็นตัวปิดกั้นความสำเร็จของพวกเขาในอนาคต

เส้นทางชีวิตของคนยุคนั้นจึงแตกต่างหลากหลาย ทั้งคนที่พยายามไขว่คว้าหาโอกาสด้วยการทุ่มเททำทุกอย่างให้เต็มที่ คนที่เรียนเก่งก็ต้องขวนขวายให้เป็นที่หนึ่งเพื่อได้โอกาสเรียนต่อ หลายๆ คนจำเป็นต้องลาจากการเรียนออกมาทำงานกลางคันก็มีหนทางสู่ความสำเร็จได้เหมือนกันหากมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ขณะที่อีกหลายๆ คนจำเป็นต้องฝืนทำงานที่ตัวเองไม่ชอบเพื่อหาเลี้ยงชีพก็ล้วนหาทางฟันฝ่ามาจนได้

หากถามว่าใครบ้างที่ประสบความสำเร็จ ก็อาจไม่มีคำตอบสำเร็จรูปเป็นขาวดำเหมือนกับทุกวันนี้ที่เรานิยมตีค่าความสำเร็จเป็นวัตถุ เพราะยุคที่ทุกอย่างขาดแคลนและต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเมือง แต่ละคน แต่ละอาชีพ ต่างมีหน้าที่ของตัวเองที่เด่นชัด ความสำเร็จของแต่ละคนจึงไม่ยิ่งใหญ่เท่าความสำเร็จของทั้งสังคมที่นำมารวมกัน

คนกวาดถนน พ่อค้า หรือนักการเมือง ฯลฯ จึงล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดใครไปไม่ได้ทั้งสิ้น ผมเรียนรู้จากปู่ที่เป็นข้าราชการ และพ่อที่เป็นวิศวกร ทุกท่านล้วนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งผมพูดได้เต็มปากว่าชีวิตของคนรุ่นเราก็ล้วนขึ้นอยู่กับความทุ่มเทพยายามของคนรุ่นบรรพบุรุษด้วยกันทั้งสิ้น

ทั้งที่คนในยุคนั้นอาจต้องผ่านภาวะสงครามมามากกว่า 1 ครั้ง ประสบความยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ เร่งพัฒนาตัวเอง พัฒนาสังคม พัฒนาประเทศให้เติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นยุคที่เราสุขสบายอยู่ในทุกวันนี้

ปัญหาจึงย้อนกลับมาหาตัวเราว่าเพราะเหตุใด ที่เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสุขสบายทุกวันนี้ แต่ความเจริญวัยของสังคมกลับลดต่ำลง ทุกคนแสวงหาอำนาจมาเป็นของตัวเอง มีความเห็นแก่ตัวเอง เห็นแก่พวกพ้อง จนเกิดเป็นความขัดแย้งมากมายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

คนที่ได้ศึกษาต่อในระดับสูงจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้คิดถึงการพัฒนาตัวเองเหมือนในอดีต แต่คิดถึงผลตอบแทนที่จะได้หลังเรียนจบเป็นปัจจัยหลัก เด็กจบใหม่ทุกวันนี้จึงมีตัวเลขในใจมาก่อนที่จะสมัครงานทั้งนั้น ว่าต้องการเท่านี้เท่านั้น ทั้งที่ยังไม่เคยคิดเลยว่าความรู้ที่มีจะนำมาพัฒนาอะไรให้องค์กรได้บ้าง

สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดหายไปในวันนี้คือ “จิตวิญญาณ” ของคนรุ่นใหม่ ที่มีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ด้วยการมุ่งมั่นและขยันหมั่นเพียร เพื่อที่จะหาทางเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องตระหนักในคุณค่าของเพื่อนร่วมงานที่มีสาขาอาชีพแตกต่างกัน

เพราะค่านิยมของการเรียนมหาวิทยาลัยทำให้เรามีบัณฑิตบางสาขาล้นตลาดเป็นประจำทุกปี แต่กลับมีช่างเทคนิคน้อยมาก เพราะการเรียนในระดับอาชีวะศึกษาดูจะไม่ตรงกับกระแสความต้องการของคนรุ่นใหม่ เพราะเราลืมไปแล้วว่าช่างประปา ช่างไฟ ช่างซ่อมรถ ฯลฯ ก็ล้วนมีความสำคัญต่อระบบสังคมการทำงานเช่นกัน

ปีเก่าที่กำลังจะผ่านไปนี้ จึงของให้เป็นปีสุดท้ายที่เราหลงลืมแนวทางที่คนรุ่นเก่าได้วางเอาไว้ และก้าวสู่ปีใหม่ที่มาพร้อมกับความคิดใหม่ และทัศนคติใหม่ ที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนเสริมความแกร่ง เร่งพัฒนาประเทศได้ต่อไปอย่างไม่มีสะดุด


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ปีใหม่ค่านิยมใหม่

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view