http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,116,894
เปิดเพจ23,731,139

ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ กรณี 2 เอา 2 ไม่เอา

ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ กรณี"2 เอา 2 ไม่เอา

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

 ผศ.ดร.สมบัติ กุสุมาวลี
       คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นิด้า
       
       เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ของคนกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกันแล้วตั้งชื่อแปลกๆ ว่า กลุ่ม“เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” (ซึ่งคงไม่ไปเกี่ยวอะไรกับคำพูดของใครบางคนที่เคยพูดตอนวิกฤตน้ำท่วมว่า “เอาอยู่”) ออกแถลงการณ์จนเป็นที่ฮือฮาทั้งในคำแถลงการณ์และรายชื่อ หน้าตาของสมาชิกกลุ่มที่หลายคนเป็นที่รู้จักแพร่หลายในแวดวงนักวิชาการ นักกิจรรมและในทางสังคมวงกว้าง
       
       ต้องยอมรับว่า บางท่านเป็นอาจารย์ของผมเอง บางท่านเป็น Idol ในยามวัยรุ่นของผม และผมก็ยังเคารพในความคิดของท่านเหล่านั้น จวบจนปัจจุบัน รวมทั้ง มีบางคนในนั้น ผมไม่เคยให้เครดิตทางความคิดของพวกเขาเลย
       
       ผมลองกลับมานั่งอ่าน “แถลงการณ์เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” โดยทำใจให้สงบ และรู้สึกชื่นชมกับบทนำของแถลงการณ์ของกลุ่มนี้ที่เริ่มต้นเกริ่นนำว่า...
       
       “แถลงการณ์เครือข่าย2เอา2ไม่เอาคัดค้านรัฐประหาร ความรุนแรงทุกรูปแบบ เคารพการใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปบนวิถีทางประชาธิปไตย ท่ามกลางภาวะวิกฤตการเมืองที่มีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรงระหว่างกลุ่มต่างๆ และการรัฐประหารรวมทั้งทำลายโอกาสในการปฏิรูปประเทศ บนวิถีทางประชาธิปไตย พวกเรา "เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา" ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มองค์กรและบุคคลต่างๆ วิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ จึงมีจุดยืนและข้อคิดเห็นต่อประชาชนทุกฝ่ายดังนี้…”
       
       ผมรู้สึกชื่นชม มีความหวังกับบทเกริ่นนำนี้ หลังจากนั้น ผมจึงตั้งคำถามง่ายๆว่า
       
       ข้อคิดเห็นของแถลงการณ์นี้จะช่วยหาทางออกให้กับสังคมได้จริงหรือไม่?
       
       ผมพบว่าแถลงการณ์นี้ มีหลักการที่สวยงามมาก 4 ข้อ และเป็นหลักการที่หากใครก็ตามปฏิเสธแม้เพียงข้อเดียว ก็สมควรที่จะได้รับการประณามอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้
       
       เป็นหลักการที่หากแถลงกันในภาวะสังคมที่มีความเป็นปกติสุข แถลงการณ์นี้สามารถยึดเป็นหลักที่ต้องตอกประดับประทับลงในแท่งศิลาอัน ศักดิ์สิทธิ์วางไว้ใจกลางเมืองกันเลยทีเดียว
       
       แต่เมื่อแถลงการณ์นี้ถูกนำออกมานำเสนอในสภาพสังคมไทยยามที่ “ไม่ปกติ” เช่นนี้ ในยามที่ “กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” (กปปส.) ประกาศเชิญชวน “มวลมหาประชาชน” เข้าร่วมดำเนินกิจกรรม Bangkok Shutdown ในวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2557 ผมกลับพบว่าแถลงการณ์ฉบับนี้อุดมไปด้วยความมีอคติ แฝงความเจ้าเล่ห์ ซ่อนเร้นสมมติฐานที่มุ่งโจมตีอีกฝ่ายหนึ่ง และเป็นการหลอกเอาผู้บริสุทธิ์ทางวิชาการบางท่านถูกดึงเข้าไปเป็นพรรคพวก สนับสนุนแถลงการณ์ของกลุ่มนี้ได้อย่างน่าเวทนา
       
       ลองดูข้อเสนอของพวกเขานะครับ
       
       - ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ (1) -
       
       "1. คัดค้านการรัฐประหาร พวกเราคัดค้านความพยายามแก้ไขวิกฤตการเมืองด้วยวิถีทางนอกระบบ การรัฐประหาร ไม่สามารถยุติความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มการเมืองและประชาชนฝ่าย ต่างๆได้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรง ระหว่างผู้ก่อการรัฐประหารกับประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกันเองจนนำไปสู่สงครามกลางเมืองและโศกนาฏกรรมที่มิอาจ เยียวยา"
       
       ข้อสังเกตของผม: ผมขอถามว่าใครเห็นด้วยกับรัฐประหารบ้าง?
       
       ผมคิดว่าคงไม่มีใครเห็นด้วยอย่างแน่นอน
       
       แต่ทำไม กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” จึงเล่นประเด็น “รัฐประหาร” นี้?
       
       ใช่หรือไม่ ยอมรับหรือไม่ ว่า กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” กำลังพยายามชี้นำ/ยัดเยียดให้สังคมคิดไปว่า พวก กปปส. และมวลมหาประชาชนคือกลุ่มที่เรียกร้องต้องการการรัฐประหาร?
       
       ทั้งๆที่ ผมเองไม่เคยเห็นแกนนำ กปปส. หรือ มวลมหาประชาชนคนใดจะออกมาเรียกร้องให้ทหารทำรัฐประหาร มีแต่พวกเขาออกมาประกาศว่าจะทำการ “ปฏิวัติโดยประชาชน”
       
       ผมได้ยินแต่สิ่งที่พวกเขาพยายามเรียกร้องให้ "ข้าราชการ" และ "กองทัพ" ทำตัวเป็นกลาง ยืนอยู่เคียงข้างประชาชน
       
       แต่กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” พยายามบิดเบือนประเด็นแบบเนียนๆ แสร้งแปลงความหมายของ “การปฏิวัติประชาชน” ไปเป็น “การรัฐประหาร”
       
       สมาชิกบางคนในกลุ่มคงรู้สึกไม่สบายใจ ครั้นเนื้อครั้นตัวที่ตัวเองไม่ได้รับเชิญให้เข้ามามีส่วนร่วม หรือเป็น “แกนนำ” ในการดำเนินการ “ปฏิวัติประชาชน” ครั้งนี้ ใช่หรือไม่?
       
       แต่การที่ กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” ทำเช่นนี้ ถือเป็นการฉวยกาส “ตีกิน” ทำตัวเป็น ฮีโร่ และชี้นำให้เกิดการตีความเข้าใจกลุ่มมวลมหาประชาชนอย่างผิดๆ โดยพยายามติดป้ายตีตราอย่างเนียนๆว่า พวก กปปสและมวลมหาประชาชนกำลังเรียกร้องหรือเปิดทางให้กองทัพออกมาทำรัฐประหาร
       
       การออกมาแถลงเช่นนี้ แทนที่จะสร้างสรรค์ กลับกลายเป็นการปั่นหัวผู้คนต่างกลุ่มให้เกิดความเข้าใจผิด และยังเป็นการเปิดช่องชี้นำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
       
       ถามว่า การออกมา แถลง “คัดค้านการรัฐประหาร” นี้ ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่?
       
       ผมไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น นอกจากคนออกมาแถลงได้ “ดูดีขึ้น” เท่านั้นเอง
       
       - ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ (2) -
       
       “2. คัดค้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ พวกเราคัดค้านการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะมาจากประชาชนกลุ่มใดกลุ่ม หนึ่งหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ เราขอยืนยันว่าสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการจัดกิจกรรมทางการเมืองโดย สันติเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน ที่ไม่ควรถูกคุกคามด้วยความรุนแรง และบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว นอกจากนี้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อรักษากฎหมายและความสงบสุข ของสังคม จะต้องเป็นไปตามหลักสากลไม่กระทำเกินกว่าเหตุ และระมัดระวังอย่างถึงที่สุดไม่เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน”
       
       ข้อสังเกตของผม: ผมขอถามว่า ใครเห็นด้วยกับ “ความรุนแรง” บ้าง? แน่นอน ย่อมไม่มีใครต้องการความรุนแรง
       
       แล้ว กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” จะมาออกแถลงการณ์สั่งสอนประชาชนไปทำไม?
       
       ผมไม่อยากคิดไปว่า กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” กำลังพยายามสอดใส่ชี้นำความคิดของผู้คนไปทางที่ว่า พวก กปปส. และมวลมหาประชาชน นี่แหละที่มีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง ใช่หรือไม่?
       
       ที่ไม่อยากคิดหนักไปกว่านั้นก็คือ กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” กำลังพยายาม “โยนขี้” ให้สังคมคิดไปว่า ความรุนแรงที่ผ่านมาคือสิ่งที่พวก กปปส. และมวลมหาประชาชนก่อให้เกิดขึ้น ใช่หรือไม่?
       
       ทั้ง 2 ข้อข้างต้นคือสิ่งที่ผมไม่อยากคิดเลย
       
       แต่ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมคิดและอยากตั้งคำถาม กับพวกกลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” นั่นคือ...
       
       - เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2553 นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - การไล่ทุบตีรถยนต์นายก/รองนายก เมื่อปี พ.ศ. 2553 นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - การใช้กำลังมวลชนเข้าล้มการประชุมอาเซียน นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - การยกพวกไปกรีดเลือด แล้วเอาเลือดไปทาหน้าบ้านของคนอื่น นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - การล้อมปราบนักศึกษา ที่ ม.รามคำแหง นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - การที่คนที่เรียกตัวเองว่า นปช. เสื้อแดง เที่ยวไปไล่ทุบไล่ตีประชาชนกลุ่มอื่นที่มีความเห็นไม่ตรงกับตน ทั้งที่ เชียงใหม่ อุดรธานี ปทุมธานี ฯลฯ นั้น ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       - ฯลฯ
       
       ทั้งหมดข้างต้นนั้น กลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” ท่านคิดว่า เป็น “ความรุนแรง” หรือไม่?
       
       ถ้าท่านบอกว่า “ไม่ใช่ความรุนแรง” ก็ถือว่าจบ (แล้วไม่ต้องมีหน้ามาสอนเรื่องคัดค้านการใช้ความรุนแรงอีกนะ)
       
       แต่ถ้าท่านบอกว่า “ใช่ มันคือความรุนแรง”
       
       ผมก็ขอถามท่านคำเดียวว่า “แล้วตอนนั้น พวกท่านไปมุดหัว ปิดปากอยู่ที่ไหน แล้วทำไมเพิ่งมาเสนอหน้าออกแถลงการณ์ตอนที่ กปปส. กำลังจะจัดชุมนุมใหญ่
       
       ท่านมี วาระซ่อนเร้นอะไรหรือ?”
       
       - ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ (3) -
       
       “3. เคารพการใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งเป็นสิทธิทางการเมืองของประชาชนทุกคนที่ไม่มีใครหรือกลุ่มใด สามารถละเมิดได้ และต้องดำเนินไปตามกรอบรัฐธรรมนูญและวิถีทางประชาธิปไตย ทั้งนี้ควรทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการการแก้ความขัดแย้งอย่างสันติ
       
       ข้อสังเกตของผม: ใครไม่เห็นด้วยกับการ “เคารพการใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ”?
       
       ข้อนี้ผมถือว่าเป็นข้อที่ชัดเจนมากว่า ท่านกำลังใช้ประเด็นเรื่อง “การเลือกตั้ง” มามุ่งเล่นงานและทำลายความน่าเชื่อถือ ความชอบธรรมของกลุ่ม กปปส. และมวลมหาประชาชน ที่กำลังมุ่งขัดขวางการเลือกตั้ง 2 ก.พ. และผมก็ไม่มีอะไรจะไปขัดแย้งกับคำแถลงการณ์ข้อนี้ของท่าน เพราะเท่าที่ผมติดตามมาความเคลื่อนไหวมาก็พบว่า กลุ่ม กปปส. และมวลมหาประชาชน กำลังมุ่งขัดขวางการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จริง!
       แต่ท่านไม่ลอง (หรือไม่พยายามจะ) คิดดูสักนิดหรือครับว่า “ทำไมกลุ่ม กปปส. และมวลมหาประชาชน จึงมุ่งขัดขวางการเลือกตั้ง 2 ก.พ.?”
       
       ถามว่า กลุ่ม กปปส. และมวลมหาประชาชน นับล้านคนเหล่านี้ เขาไม่อยาก/ไม่ต้องการการเลือกตั้งหรือ? ก็คงจะไม่ใช่
       
       แล้วทำไม เขาจึงไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้?
       
       คนมีระดับสติปัญญาเหนือมนุษย์ดุจเทพเช่นพวกท่าน น่าจะบรรลุคำตอบได้เพียงไม่กี่แค่เศษเสี้ยววินาที
       
       อย่างไรก็ตาม ผมอยากตั้งคำถามเน้นไปที่ ประโยคสุดท้ายของแถลงการณ์ของท่านที่ว่า “ทั้งนี้ควรทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการการแก้ความขัดแย้งอย่างสันติ
       
       ผมอยากเรียนถามท่านว่า “แล้วหากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ หาได้ช่วยแก้ความขัดแย้งอย่างสันติ ทว่ารังแต่จะนำพาความขัดแย้งอย่างรุนแรงมาสู่สังคมไทย ดังเช่น ที่เกิดขึ้นแล้วที่บังคลาเทศ ท่านยังอยากยืนยันเสนอให้มีการจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. นี้หรือไม่?”
       
       ถ้าพวกท่านตอบว่า “ใช่ ขอยืนยันให้จัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. แม้มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงก็ตาม”
       
       ผมขอให้ท่าน กลับไปอ่าน ข้อเสนอข้อที่ 2 ของท่าน และช่วยตอบผมด้วยว่าท่านยังเชื่อในหลักการข้อที่ 2 ของท่านหรือไม่?
       
       - ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ (4) -
       
        “4. สนับสนุนการปฏิรูปบนวิถีประชาธิปไตย ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง การปฏิรูปโดยมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้กับคนบางกลุ่มไม่สามารถเป็นหลักประกันว่า จะทำให้ระบบการเมืองตอบสนองต่อประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้อย่างแท้จริง การปฏิรูปจึงต้องอยู่บนวิถีทางประชาธิปไตย เช่น ผ่านกระบวนการทางรัฐสภา การทำประชามติ รวมถึงการติดตามตรวจสอบกดดันรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยภาคประชาสังคมเป็นต้น
       
       พวกเราเห็นว่าพรรคการเมืองทุกพรรคต้องแสดงเจตจำนงและให้สัญญาประชาคม ที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงโดยไม่กีดกั้นคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เคารพในความแตกต่างหลากหลาย สร้างกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วม มีกลไกตรวจสอบติดตามเพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างฝ่ายการเมืองกับประชาชน และลดเงื่อนไขที่จะนำสังคมไปสู่ภาวะเผด็จการเสียงข้างมาก และ เผด็จการเสียงข้างน้อย ทั้งนี้ เครือข่ายจะดำเนินการจัดเวทีพลเมืองปฏิรูปประเทศไทย (Civic Reform Forum) เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ประชาชนมีส่วนร่วมต่อไป”

       
       ข้อสังเกตของผม: ใครไม่เห็นด้วยกับการ “สนับสนุนการปฏิรูปบนวิถีประชาธิปไตย”?
       
       ข้อนี้ถือเป็นอีกข้อที่ชัดเจนมากว่า ท่านกำลังมุ่งเล่นงานกลุ่ม กปปส. และมวลมหาประชาชน โดยเฉพาะข้อความที่ว่า “การปฏิรูปโดยมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้กับคนบางกลุ่มไม่ สามารถเป็นหลักประกันว่าจะทำให้ระบบการเมืองตอบสนองต่อประชาชน” ถือได้ว่าเป็นข้อความที่เป็นการมุ่งโจมตีแนวคิด “สภาประชาชน” ของกลุ่ม กปปส. อย่างมีนัยสำคัญ
       
       เสร็จแล้วท่านก็ทำการ มอบอำนาจ ให้กับ “รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” เสร็จสรรพเลย
       
       ผมเองคิดว่า ท่านนักวิชาการรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ ในกลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” ก็ไม่ใช่พวกอ่อนเยาว์ไร้ประสบการณ์ เขี้ยวเล็บของท่านล้วนโง้งยาวและแหลมคม แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเกิด อะไรขึ้น ท่านจึงเกิดอาการหน่อมแน้ม ไร้เดียงสา โลกสวยงามขึ้นมาในบัดดล เห็นบรรดานักการเมืองและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นพวกใสซื่อบ้องแบ้ วร่วมใจพร้อมกันสัญญาที่จะเข้ามาทำการปฏิรูปประเทศไทยมิให้เกิดการเหลื่อม ล้ำ ไร้การทุจริตคอรัปชั่น บริการฉับไว รับใช้ประชาชน อยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาสังคมอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว
       
       หลายปีที่ผ่านมา ท่านไม่รู้จัก ไม่รับรู้ ไม่เห็นฤทธิเดชเล่ห์เหลี่ยม วิชามารขั้นเทพใดๆของพวกนี้เลยหรือ?
       
       หลักการและข้อเสนอของท่านในข้อนี้นั้น มันช่างสวยงามศิวิไลซ์ จนคนบ้านๆอย่างผมคงไม่กล้าหาญชาญชัยไปต่อล้อต่อกรกับปัญญาชน “หัวก้าวหน้า” อย่างท่านได้
       
       แต่ที่ผมเห็นว่าแถลงการณ์ของท่านในข้อนี้นั้น น่าสนุกตื่นตาตื่นใจเอามากๆ ก็คือ การพยายามรักษาหล่อเลี้ยงบทบาทและอำนาจของกลุ่ม “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” นี้ไว้ได้อย่างเนียนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความที่ว่า “ทั้งนี้ เครือข่ายจะดำเนินการจัดเวทีพลเมืองปฏิรูปประเทศไทย (Civic Reform Forum) เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ประชาชนมีส่วนร่วมต่อไป”
       
       พูดง่ายๆ คือ
       
       “กปปส. จงถอยออกไป เรา ‘กลุ่มเครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา”’ มาแล้ว จงให้ “เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา” ทำเรื่องปฏิรูปเอง”
       
       “เรา ‘กลุ่มเครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา’ คือผู้เชี่ยวชาญ (เจ้าพ่อ) แห่งการปฏิรูปที่ประชาชนมีส่วนร่วมตัวจริงเสียงจริง ส่วนพวก กปปส. ที่เคลื่อนไหวกันอยู่ตอนนี้ มันคือ ปฏิรูปเทียม”
       
       แถมด้วยการประดิษฐ์คำเท่ๆ ที่กลุ่มนี้ถนัดเหลือเกิน นั่นคือ
       
       “การจัดเวทีพลเมืองปฏิรูปประเทศไทย (Civic Reform Forum) เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ประชาชนมีส่วนร่วม”
       
       อ่านถึงตรงนี้แล้ว มีความรู้สึกในใจว่า
       
       “แหม หมกเม็ดได้อย่างร้ายกาจจริงๆนะเธอ”
       
       - จบ -
       
       “สุดท้าย "เครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา" เชื่อมั่นว่าสังคมไทยสามารถก้าวข้าม และออกจากวิกฤตครั้งนี้ได้โดยไม่ต้องนองเลือดหากประชาชนและกลุ่มการเมืองทุก ฝ่าย เคารพและยอมรับกติกาพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ตระหนักว่าเราต้องอยู่ร่วมกัน ท่ามกลางความเห็นต่าง เพราะทุกคนมีความเสมอภาคกันในฐานะเจ้าของประเทศ และมีสิทธิที่เท่าเทียมในการร่วมกันปฏิรูปสังคมไทย”

       
       ข้อสังเกตของผม: ถือเป็นการปิดแถลงการณ์ได้อย่างสวยสดงดงาม แบบ “ฟินาเล่” (Finale) สมศักดิ์ศรีของนักคิดทฤษฎีเจ้าแห่งหลักการระดับตำนาน
       
       เรียกได้ว่า หากใครไม่ได้อ่านความซ่อนเร้นเจ้าเล่ห์ระหว่างบรรทัดในข้อเสนอของพวกเขา ก็คงอินน้ำหูน้ำตาไหล ชื่นชมยกย่องต้องเสนอชื่อให้ไปแข่งขันชิงรางวัลโนเบลสันติภาพกันเลยทีเดียว แล้วก็หามานั่งด่าพวก กปปส.และมวลมหาประชาชนกันหูดับตับไหม้
       
       สำหรับผมแล้ว มีความรู้สึกเดียวคือ รู้สึกเหม็นขี้ฟันพวกท่านเต็มทีแล้ว (ว่ะ)
       ผมไม่เห็นว่าแถลงการณ์และข้อเสนอของท่านจะได้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์อะไร แถมยังเป็นการเติมไฟและเชื้อเพลิงราดซ้ำลงไปอีก
       
       ผมเห็นใจกันแต่คนบริสุทธิ์บางท่านที่ไปถูกหลอกล่อให้ไปเสนอหน้าลงชื่อในวันนั้น จะเสียเกียรติประวัติไปอีกยาวนาน
       
       ทำไมผมคิดเช่นนั้นหรือ?
       
       ก็เพราะประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากทิ้งไว้ในที่นี้ก็คือ ขอให้ท่านดู “โปสเตอร์เชิญชวน” ของกลุ่มนี้ข้างล่างนี้ แล้วตั้งคำถามว่า
       
       “อะไรคือประเด็นสำคัญที่กลุ่มนี้ชูและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด?”
       
       ใน 4 ประเด็นที่กลุ่มนี้เสนอ ผมเห็นเขาชูประเด็นหลักๆ อยู่เรื่องเดียวมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด
       
        “อย่าให้ใครแย่งสิทธิของเราไป 2 กุมภาต้องมีเลือกตั้ง”
       
       หากมองเผินๆ ผมคิดว่าหลายคนคงคิดว่า…
       
       “นี่คือ ประกาศโฆษณาของรัฐบาลรักษาการณ์ปัจจุบัน”
       
       หรือว่า... กลุ่มเครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอา แท้จริงแล้วคือ
       
       “โฆษกรัฐบาลสายวิชาการ”
       
       ผมไม่อยากคิดและเชื่อเช่นนั้น จริงๆ
       
       จบปะ


แฉกลุ่ม “2 เอา 2 ไม่เอา” สุดเลอะ ให้หยุดรุนแรง แต่ “นิธิ” ยุ “ปู” ใช้กองกำลังจัดการ กปปส.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

อดีตโฆษก กกต.เย้ย กลุ่ม “2 เอา 2 ไม่เอา” ถูกโห่ตรึม ใช้ภาษาไม่สุภาพ โลโก้ส่อผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ระบุแนวคิดนักวิชาการ นักปราชญ์ในกลุ่มไปคนละขั้ว สร้างวาทกรรม “ไม่เอาความรุนแรง” เพื่ออำพราง แต่ “นิธิ” คนในแก๊งสุดอำมหิต เขียนบทความยุ “ยิ่งลักษณ์” ใช้กองกำลังทั้งหมดของรัฐ จัดการมวลชน กปปส.ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเกินกว่าที่จำเป็น
       
       นายพิรุณ ฉัตรวนิชกุล นักวิชาการอิสระ อดีตโฆษก กกต.โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว วันนี้ (13 ม.ค.) ใจความว่า “2 เอา 2 ไม่เอา” โดนจริงๆ ครับ โดนโห่นะ ฮากันตรึม ใครหนอเป็นฝ่ายครีเอทีฟให้ หนึ่งคือภาษาที่ใช้ ฟังไม่สุภาพเลย เหมือนตอนนายกฯพูดว่า “เอาอยู่” แล้วในที่สุดก็ “เอาไม่อยู่” คราวนี้ท่านนักปราชญ์ทั้งหลาย “เอาใจ” นายกฯหรือไงครับ แต่ผมว่ายังไงก็ “เอาไม่อยู่”
       
       สองคือโลโก้ที่ใช้ สร้างความสับสนครับ ผิดกาลเทศะ อาจผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งที่นับถือบูชากันนักโดยไม่ตั้งใจ 2 บน 2 ล่าง ตรงกับวันเลือกตั้งที่เจาะจงต้องเลือกวันนี้กันให้ได้
       
       จะหัวเด็ดตีนขาดก็เลื่อนไม่ได้ (กลุ่ม ดร.พวงทอง) ถ้าใช้เป็นโปสเตอร์รณรงค์แนวคิดไปทั่ว จะไปก่อกวนให้การรณรงค์กาบัตรดี บัตรเสียของ กกต.วุ่นวาย เพราะบัตรดีต้องกากบาทเท่านั้น กาเครื่องหมายถูกเป็นบัตรเสีย กาทั้งสองเครื่องหมายยิ่งแย่เลย ผลอีกประการคือ โลโก้นี้เป็นผลเสียต่อพรรคถิ่นกาขาว และผู้สมัครที่ได้หมายเลข 2 ผู้ใช้สิทธิ์อาจกาถูก กาผิด ทำให้บัตรเลือกตั้งเสีย พรรคถิ่นกาขาวฟ้องร้องเครือข่าย 2 เอา 2 ไม่เอาได้ครับ
       
       สามคือเนื้อหาหลักที่สำคัญๆ ถูกบิดเบือนโดยเฉพาะเมื่อมาสรุปสั้นๆ ว่า “เอา” “ไม่เอา” เช่น “เอาการเลือกตั้ง”
       
       ฟัง ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คือต้องเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาฯ เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด แต่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ บอกถ้าเลื่อนได้ก็ดี อย่ายึดกฎหมายตายตัวจนไม่ยืดหยุ่นถ้าเห็นๆ อยู่ว่าจะเกิดหายนะ แต่ประเทศไทยเราต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งประการนี้ ผมไม่เห็นว่า “2 เอา” กับ “มวลมหาประชาชน” จะขัดแย้งอะไรกัน ฝ่ายหลังก็ประกาศชัดเจนว่าต้องมีการเลือกตั้ง แถมเลือกมากกว่าเดิมคือจะเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย เพราะฉะนั้น “เอาเลือกตั้ง” เห็นตรงกัน ที่ขัดกันคือ กลุ่ม ดร.พวงทอง เห็นตามรัฐบาลว่าต้องเลือก 2 กุมภาฯ แต่มวลมหาประชาชนให้เลือกหลัง 2 กุมภาฯ ขอปฏิรูปก่อน
       
       กลุ่ม “2 เอา” ที่เห็นผ่อนปรนตามมวลมหาประชาชนก็คงมี ขอให้มีช่องทางเจรจากันได้บ้าง แต่การนำเสนอผ่านสื่อ ความเห็นเกือบจะเป็นแนวของกลุ่ม ดร.พวงทอง ด้านเดียว เนื่องจากสื่อของรัฐและเอกชนอิงชินวัตรจะเสนอแต่ “เอาเลือกตั้ง 2 กุมภา” ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ ต้องการติงว่า การใช้ “เอา” “ไม่เอา” สั้นๆ ทำให้ความหมายบิดเบือน และทรรศนะของนักวิชาการบริสุทธิ์จำนวนหนึ่ง จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ
       
       สี่คือไม่แน่ใจว่า “2 เอา 2 ไม่เอา จะเอายังไงกันแน่” เครือข่าย “2x2” บอก ไม่เอาการใช้ความรุนแรงทุกรูปแแบบ แต่ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักปราชญ์ราษฎรของ 2x2 เขียนไว้ในมติชนว่า กลุ่มสุเทพกับมวล (มหาประชา) ชน--[วงเล็บตามนิธิ] เป็นพวกอาชญากร เป็นอันธพาลการเมืองและซ่องโจร กระทำเรื่องเลวร้ายกว่าการรัฐประหารของทหาร นิธิจึงแนะยิ่งลักษณ์ว่า รัฐจะเจรจากับอาชญากรไม่ได้ “คุณยิ่งลักษณ์ต้องใช้ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ ทั้งโดยผ่านกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ และผ่านการใช้กองกำลังทั้งหมดของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายที่ไม่จำเป็น (ดังเช่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำอยู่อย่างเหมาะสมในวันที่ 28 ธ.ค.)” ข้อความในเครื่องหมายคำพูดเป็นของนิธิคำต่อคำครับ
       
       นิธิยังย้ำอีก “แม้ต้องใช้มาตราการแข็งกร้าวก็ตาม (โดยระวังมิให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเกินกว่าที่จำเป็น)” และ “หากจำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรงเด็ดขาดก็ต้องใช้ (แต่อย่าทำเกินกว่าเหตุ)” “2x2” เห็นว่า ที่นิธิยุยงยิ่งลักษณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ความรุนแรงหรือครับ ตกลงจะเอาหรือไม่เอาความรุนแรงครับ ดร.ที่มีชื่อระดับโลกหลายท่านที่เชิดชูสันติ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรงใน 2x2 เห็นด้วยกับนิธิหรือครับ
       
       “ไม่เอาความรุนแรง” คือความปรานีในวงเล็บว่า (โดยระวังมิให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเกินกว่าที่จำเป็น) กับ (อย่าทำเกินกว่าเหตุ) หรือครับ ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตายเท่าไหร่ครับ จึงไม่เกินกว่าเหตุ ไม่เกินร้อย ไม่เกินพัน หรืออย่าให้เกินห้าพันนะ เดี๋ยวพวกโลกสวยจะตกใจ เอาไงดีครับ “ไม่เอาความรุนแรง” เป็นแค่วาทกรรมอำพรางใช่ไหมครับ “2 ไม่เอา” ทำไมถึงอำมหิตโหดเหี้ยมจังครับ


ร่วมกันทำให้เลือกตั้งแก้ความขัดแย้งอย่างสันติ

"สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์"ร่อนบทความ ร่วมกันทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ

ประชาธิปไตยเป็นวิธีการระงับความขัดแย้งที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา โดยมีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือที่สำคัญ คำจำกัดความของประชาธิปไตยที่ยอมรับกันส่วนใหญ่ จึงมีการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (free and fair election) เป็นองค์ประกอบด้วยเสมอ ประโยคที่ว่า “การเลือกตั้งเป็นสิทธิทางการเมืองของประชาชนทุกคน ที่ไม่มีใครหรือกลุ่มใดสามารถละเมิดได้” จึงเป็นประโยคสำคัญในแถลงการณ์ของเครือข่าย “2 เอา 2 ไม่เอา” ซึ่งผมร่วมลงชื่อด้วย

ในแถลงการณ์ดังกล่าว ยังมีประโยคที่สำคัญอีกประโยคหนึ่งคือ “เราควรทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ” ในความเข้าใจของผม ประโยคดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ว่า การเลือกตั้งเป็นเพียง “วิธีการ” ในการแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งแม้จะเป็นวิธีการที่สำคัญและมีความหมายมาก แต่ก็ไม่ใช่ “เป้าหมาย” โดยตัวของมันเอง

โดยนัยนี้ หากการเลือกตั้งไม่นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ แต่ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น จนถึงขั้นเกิดความรุนแรง เราก็น่าจะพิจารณาดูว่า สมควรต้องทำอะไร เช่นเลื่อนการเลือกตั้งออกไปสักระยะ เพื่อลดการเผชิญหน้าทางการเมืองลงก่อน โดยวิธีการต่างๆ รวมทั้งเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปการเมืองไปด้วยหรือไม่

การเลือกตั้งและการปฏิรูปเป็นประเด็นที่ผู้ที่ร่วมในเครือข่าย “2 เอา 2 ไม่เอา” ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการและประชาสังคม ไม่ได้มีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมดในรายละเอียด แม้ว่าจะมีแนวคิดพื้นฐานเหมือนกันคือ การยึดหลักการและแนวทางของประชาธิปไตย การคัดค้านการรัฐประหารและการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ตลอดจนการสนับสนุนการปฏิรูปประเทศบนวิถีทางประชาธิปไตย

ฝ่ายหนึ่งให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการมีเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยเหตุผลที่ผมก็เคารพคือ การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยอ้างว่าจะต้องปฏิรูปประเทศให้เสร็จสิ้นก่อน จะเปิดช่องให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง และทำลายกติกาประชาธิปไตย ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความรุนแรง เพราะประชาชนจำนวนไม่น้อยได้แสดงความต้องการที่จะรักษาสิทธิในการเลือกตั้งของตนไว้ ดังจะเห็นได้จากการรณรงค์Respect My Vote ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ส่วนอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งผมด้วย มีความเห็นว่า การมุ่งเดินหน้าเพื่อจัดการเลือกตั้งให้ได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ไม่ว่าจะเกิดผลลัพธ์อะไรตามมาก็ตาม ก็น่าจะทำให้เกิดปัญหาเช่นกัน ส่วนตัวผมคิดว่า การเลือกตั้งโดยที่คู่ขัดแย้งที่สำคัญอีกฝ่ายหนึ่งคือทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และกปปส. ไม่ยอมรับ จะไม่ทำให้ความขัดแย้งลดลงและช่วยให้เราออกจากจุดอับทางการเมืองได้ ทั้งนี้ เป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเหมือนที่เกิดในบังคลาเทศ

จริงอยู่เราอาจกล่าวได้ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมในการเลือกตั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ผมไม่เห็นว่า ลำพังการกล่าวโทษเช่นนั้น จะทำให้เราออกจากจุดอับในปัจจุบันได้อย่างไร

ผมเชื่อว่า ภาพที่คนไทยจำนวนไม่น้อยอยากเห็นก็คือ ในเวลาอีกไม่นานเกินไป จะมีการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม โดยทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ในกรณีนี้ การเลือกตั้งจะเป็นเครื่องมือในการแก้ไขความขัดแย้งอย่างแท้จริง

จากความแตกต่างกันดังกล่าว ข้อความที่ทุกฝ่ายในเครือข่าย “2 เอา 2 ไม่เอา” ยอมรับร่วมกันคือ “เคารพการใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ” โดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องเลือกตั้งให้ได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ หากรัฐธรรมนูญมีช่องทางให้สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เราก็สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ แต่เราไม่ควรเลื่อนการเลือกตั้ง เพียงเพราะมีฝ่ายใดไปขัดขวาง

โดยส่วนตัว ผมเห็นว่า เราควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมจากที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้คือ หนึ่ง การเลื่อนต้องเกิดขึ้นจากความเห็นพ้องของพรรคการเมืองทั้งหลาย เพื่อทำให้พรรคการเมืองต่างๆ กลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง สอง ต้องไม่เลื่อนออกไปนานเกินสมควร เช่น ไม่ควรเกิน 4-5 เดือน สาม ต้องเป็นการเลื่อนเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่เลื่อนไปเรื่อยๆ สี่ ในระหว่างนี้ รัฐบาลโดยความร่วมมือของฝ่ายต่างๆ ควรเริ่มกระบวนการปฏิรูปทางการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นหัวใจของความขัดแย้งในครั้งนี้ เช่น การวางกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของเสียงข้างมาก เพื่อให้เสียงข้างน้อยมั่นใจได้ว่า สิทธิเสรีภาพและพื้นที่ของเขาจะไม่ถูกลิดรอนอย่างไม่เป็นธรรม ผมเชื่อว่า หากมีสัญญาณที่น่าเชื่อถือว่า การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้จริง โอกาสที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติก็จะเกิดได้มากขึ้น

ในประเด็นการเลื่อนการเลือกตั้งนี้ ผมไม่คาดหวังว่า ผู้ที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ “2 เอา 2 ไม่เอา” ทุกท่านจะเห็นด้วยกับผม ซึ่งผมก็จะเคารพความเห็นท่านต่อไป และยินดีที่จะร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนกับทุกท่านอย่างฉันมิตร บนความเชื่อที่ว่า การร่วมพูดคุยโดยไม่ด่วนตัดสินกัน เป็นแนวทางในการระงับความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ แม้จะมีความคิดที่แตกต่างกัน

หากพวกเรานักวิชาการและประชาสังคม ซึ่งน่าจะไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง ยังไม่สามารถพูดคุยกันได้ เราจะไปคาดหวังให้คู่ขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนได้เสียมหาศาลในการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ เจรจากันเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยได้อย่างไร?

ผมหวังว่า ทุกฝ่ายจะตระหนักว่า ถึงอย่างไรพวกเราก็จะต้องอยู่ร่วมกันในประเทศไทยต่อไป โดยไม่สามารถขจัดผู้ที่คิดเห็นแตกต่างจากเราไปได้ และเมื่อตระหนักเช่นนี้ เราก็จะมุ่งหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศร่วมกัน


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ความเจ้าเล่ห์ทางวิชาการ 2 เอา 2 ไม่เอา

view

*

view