http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,112,728
เปิดเพจ23,726,706

มาตรา 7 ไม่ใช่นายกฯ พระราชทาน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ถ้า – ขอย้ำว่าถ้า – ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 182 (7) เพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 ย้ายคุณถวิล เปลี่ยนศรีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีหมาย เลขแดงที่ อ.33/2557 ในช่วงปลายเดือนเมษายนไปจนถึงต้นพฤษภาคม 2557 แล้วการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป
       
        ที่แน่ๆ คือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรสิ้นสภาพแน่นอน
       
        ที่ยังไม่แน่คือคณะรัฐมนตรีคนอื่นจะสิ้นสภาพตามไปด้วยตามมาตรา 180 (1) หรือไม่ เพราะยังมีข้อกฎหมายที่เป็นคุณให้ต้องวินิจฉัยอยู่อีก ทั้งมาตรา 181 และพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 วรรคสี่
       
        แต่ต่อให้คณะรัฐมนตรียังคงอยู่การณ์ก็จะเป็นไปตามมาตรา 180 วรรคสองที่ระบุว่า “ในกรณีที่ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 182 (1) (2) (3) (4) (5) (7) หรือ (8) ให้ดำเนินการตามมาตรา 172 และมาตรา 173 โดยอนุโลม” ซึ่งก็คือ...
       
        ให้มีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร!
       
        โดยมีกฎเกณฑ์และเงื่อนเวลากำหนดไว้ในมาตรา 172 และ 173 เป็นต้นว่าผู้ที่ได้การเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร และต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าได้เสียงไม่ถึงให้ประชุมใหม่ภายใน 30 วัน ถ้ายังไม่ได้อีกให้ถือเสียงข้างมาก ฯลฯ ที่โดยปกติเป็นการกระทำภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป
       
        แต่สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และก็ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไร
       
        เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากว่า ณ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยก็จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือก ตั้งทั่วไปขึ้นใหม่แทนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่เป็นโมฆะไป

       
        บ้านเมืองจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรี
       
        เพราะต่อให้มีคณะรัฐมนตรียังอยู่ตามมาตรา 181 และพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 วรรคสี่ ก็จะมีอำนาจจำกัดยิ่ง นอกจากจะจำกัดตามมาตรา 181 แล้วยังจำกัดมากไปกว่านั้นตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 วรรคสุดท้ายอีกต่างหาก
       
        ก็ต้องไปดูรัฐธรรมนูญมาตราที่พูดกันมากและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกันมาก
       
        มาตรา 7 !
       
        ซึ่งไม่ใช่การขอพระราชทานนายกรัฐมนตรีจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เป็นการอุดช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งเป็นปกติธรรมดาของประเทศที่ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ไม่มีทางที่กฎหมายลายลักษณ์อักษรจะบัญญัติครอบคลุมเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นใน สังคมได้ทั้งหมด จึงจะมีบทบัญญัติอุดช่องว่างไว้
       
        “มาตรา 7 ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
       
        ในกรณีนี้ก็ต้องดูแนวทางการอุดช่องว่างของกฎหมายที่มีอยู่ในประเทศไทย
       
        ก็จะไปลงที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 134 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 วรรคสอง
       
        “ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามมิให้ศาลที่รับฟ้องคดีไว้ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี โดยอ้างว่าไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดี หรือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้นเคลือบคลุมหรือไม่บริบูรณ์” (มาตรา 134 ป.วิ.แพ่ง)
       
        “เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนั้นก็ไม่มีด้วย ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป” (มาตรา 4 วรรคสอง ปพพ.)
       
        ในกรณีนี้ก็ต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง
       
        ให้วุฒิสภาทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรเฉพาะกรณีตามมาตรา 172 และ 173
       
        เพราะตามมาตรา 122 สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และยังไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไร จะปล่อยปละละเลยให้บ้านเมืองไร้ทางออกเดินหน้าไม่ได้ถอยหลังไม่ได้ก็จะเป็น การกระทำที่ขัดกับมาตรา 122 นี้เสียเองที่กำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ ส่วนรวมของปวงชนชาวไทยโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
       
       เมื่อได้ผู้ที่เหมาะสมแล้ว ประธานวุฒิสภาก็นำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อไป
       
        ก็เท่านั้นละครับในมุมทางกฎหมาย
       
        ไม่ใช่เรื่องขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พระมหากษัตริย์ใช้พระราชอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ
       
        และก็ไม่ได้ขัดกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ประการใดทั้ง สิ้น ทุกท่านกรุณาศึกษาพระราชดำรัสวันที่ 25 เมษายน 2549 ที่พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดให้ดี ผมไม่ประสงค์จะคัดมาเฉพาะตอนใดตอนหนึ่ง
       
        แต่ในกรณีนี้จะเดินไปได้ยากกว่าหาก ณ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่แทนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แล้ว เพราะถือว่ายังมีทางออกที่พอมองเห็นได้ข้างหน้า
       
        นี่เป็นการมองในด้านกฎหมายล้วนๆ ในขณะที่มุมมองทางด้านมวลชนที่ละเลยไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง
       
        มุมมองของ นปช.คัดค้านแน่นอน
       
        แต่จะคัดค้านถึงที่สุดแค่ไหน อย่างไร สุดท้ายคงต้องอยู่ที่การตัดสินใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรด้วย เพราะเอาเข้าจริงแนวทางนี้ที่จะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกขึ้นมาชั่วคราวหา ได้มีผลเสียหายต่อเครือข่ายของเขาทั้งหมดโดยสิ้นเชิงไม่ ยังไม่ตัวแปรอีกมาก
       
        มุมมองของ กปปส.ยังไม่แน่ใจว่าที่สุดแล้วจะตัดสินใจอย่างไร
       
        กปปส.มี 2 แนวทางที่ประกาศมาในรอบ 4 – 5 เดือนนี้ ระยะแรกชัดเจนว่ายอมรับบทบาทของวุฒิสภาที่อาจจะก้าวเข้ามาทำหน้าที่ตามมาตรา 172, 173 ระยะต่อมาท่านออกไปในแนวทางปฏิวัติโดยประชาชนเสมือนหนึ่งว่าให้ กปปส.มีความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ที่จะดำเนินกระบวนการตั้งรัฐบาลประชาชนและสภา ประชาชนได้เองโดยไม่พูดถึงวุฒิสภาอีกต่อไป ในระยะนี้ท่านถึงกับออกแถลงการณ์และประกาศบางฉบับที่มีนัยบ่งบอกความเป็นรัฏ ฐาธิปัตย์ แต่ก็ไม่ได้สานต่อ จวบจนระยะหลังๆ ท่านกลับมาพูดถึงบทบาทของวุฒิสภาในกรณีนี้อีกครั้งหนึ่ง
       
        แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2557 ท่านกลับมาประกาศถึงแนวทางความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของ กปปส.อีกครั้งหนึ่ง
       
        สถานการณ์ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะออกไปในทางใด
       
        ณ นาทีนี้เพียงแต่อยากจะบอกว่าหากมีการหาทางออกให้บ้านเมืองโดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไปพูดว่าเป็นเรื่องนายกรัฐมนตรีพระราชทานแต่ประการใด


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มาตรา 7  นายกฯ พระราชทาน

view

*

view