หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,565
Page Views 23,554,094
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

บุตรฆ่าบุพการีหมดสิทธิรับมรดก

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวในประเทศ

2 คดีสะเทือนใจ ทั้งที่เกิดขึ้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พี่คนโตสารภาพว่า ฆ่าพ่อแม่และน้องชายเพราะน้อยใจที่พ่อแม่รักน้องมากกว่า และล่าสุดกรณีลูกคนเล็กของครอบครัว “หอมชง” ว่าจ้างมือปืนฆ่าพ่อแม่และพี่ชาย เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับสถาบันครอบครัว

สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า สถาบันครอบครัวกำลังถูกสั่นคลอนจากการจัดความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง พ่อแม่หรือบุคคลในครอบครัวขาดการสื่อสารกับสมาชิกที่ก่อเหตุสะเทือนใจ ความเหินห่างกับบุคคลในครอบครัว ทำให้ขาดความเข้าใจกัน นั่นเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าใจ

สรรพสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อขาดความใกล้ชิด กลายเป็นว่าบุคคลนั้นเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัว เพราะทุกคนมีโลกส่วนตัว เช่น คนในครอบครัวเข้าบ้านก็ถือไอแพดเข้าหลบมุมกดแต่หน้าจอ ไม่ออกมาพูดคุยสุงสิง เชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัว นั่นจะกลายเป็นความรู้สึกเหมือนเป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่คำว่า “สถาบันครอบครัว”

“เมื่อห่างเหินก็จะกระทำเพียงสนองตัวเองเท่านั้น โดยไม่คิดถึงความสำคัญเรื่องอื่น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่เกิดขึ้นอีก คือ ความเครียดจากแรงกดดันครอบครัว การเลี้ยงลูกที่ลำเอียงจนเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาครอบครัวมักเกิดจากสิ่งนี้

การใช้ชีวิตแบบหมู่หรือแบบกลุ่มในครอบครัวในภาวะปัจจุบันแทบไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสื่อสารในทางลบ การตำหนิติเตียนส่งผลคนในครอบครัวไม่พอใจโดยเฉพาะตัวเด็ก จึงแปรเป็นความคิดด้านลบ ความรู้สึกรุนแรง เพราะเกิดจากคำพูด ทำให้สัมพันธ์ทางครอบครัวลดลงและนำไปสู่ความเกลียดกันเอง” ประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าว

สรรพสิทธิ์ ฝากเตือนผู้ปกครองด้วยว่า ควรมี 4 ทักษะสำคัญในการเลี้ยงดูคนในครอบครัว 1.ทักษะการเลี้ยงดูเด็ก 2.ทักษะการจัดการปัญหา 3.ทักษะการดำเนินชีวิต และ 4.ทักษะทางสังคม ทั้งนี้ หากเห็นพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัวเปลี่ยนไป อาทิ เงียบ ไม่สุงสิงกับใคร ควรรีบเข้าไปดูแลทันที นอกจากนี้ วิธีการเชื่อมสัมพันธ์ให้ฟื้นขึ้นมาได้นั้น การใช้ชีวิตร่วมกัน เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์ควรหากิจกรรมร่วมกัน จะทำให้เกิดการพูดคุยปราศรัยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้นและการเข้าถึงจิตใจสามารถเพิ่มพูนขึ้น

สอดคล้องกับ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่ระบุเช่นกันว่า ปัญหาการใช้ความรุนแรงทำร้ายพ่อแม่หรือสมาชิกของครอบครัวในอดีต ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ใช้ยาเสพติด กรณีนี้สังคมอาจจะต้องมาดูเรื่องของปัญหาความผูกพันในครอบครัว ปกติไม่มีใครทำแบบนี้กับคนในครอบครัวได้ โดยเฉพาะกับพ่อแม่ พี่น้องของตนเอง กรณีนี้จึงอาจจะเป็นเรื่องของความไม่ปกติทางจิตใจ มีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพ

“จากการวิเคราะห์ทางด้านจิตวิทยา พบว่าสังคมปัจจุบันมีสิ่งดึงดูดความสนใจที่สมาชิกในครอบครัวเคยมีต่อกันมากมายทุกย่างก้าว ปัญหาด้านความผูกพัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงลดลง พ่อแม่ห่างเหินกับลูก ต่างคนต่างอยากมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น โดยมีเครื่องอำนวยความสะดวกในกรณีนี้อย่างเพียบพร้อม ต่างจากภาพครอบครัวเดิมที่เราเคยเห็นเหมือนในอดีต

แน่นอนว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กถูกแวดล้อมอยู่ในปัจจัยที่ส่งผลต่อวิธีคิด การตัดสินใจของตัวเอง และเมื่อหันไปหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตอบสนองความต้องการ ที่สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป โดยเฉพาะถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ก็ยิ่งถลำลึกยิ่งขึ้น” พญ.พรรณพิมล กล่าว 

บุตรฆ่าบุพการีหมดสิทธิรับมรดก

ทั้งสองคดีต่างมีประสงค์เดียวกัน คือ ต้องการมรดกจึงฆ่าบุพการี แต่ในเรื่องของข้อกฎหมายกลับไม่ใช่ตามประสงค์ของทั้งสองคน สุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายจากสภาทนายความ ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่าบุตรฆ่าบุพการีจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (1) เป็นความผิดในฐานฆ่าบุพการี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามจะเป็นความผิดมีโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต บุตรที่ก่อเหตุฆ่าจะไม่มีสิทธิรับมอบในมรดกนั้น จะต้องถูกกำจัดออกจากกองมรดกทันที เพราะถือว่าเป็นคนที่เนรคุณ ไม่สมควรที่จะได้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1606

สุรพงษ์ อธิบายอีกว่า ถึงแม้ว่าจะมีสมบัติบางส่วนได้แบ่งให้ทายาทไปแล้ว แต่ทายาททำร้ายหรือฆ่าบุพการี ก็สามารถเรียกคืนทรัพย์สินนั้นกลับมาได้หากแต่ว่าบุพการีตายไปแล้ว ก็ยังมีผู้จัดการมรดกที่สามารถใช้ข้อกฎหมายบังคับให้เรียกทรัพย์สินคืน

"กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด ลูกคนสุดท้องฆ่าพ่อแม่พี่ชาย ทรัพย์สมบัติก็จะตกไปอยู่กับผู้ที่สืบสันดานต่อไป เรียงตามลำดับก็คือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หากไม่มีก็ต้องเป็นลุง ป้า น้า อา" สุรพงษ์ให้ความเห็น


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : บุตร ฆ่าบุพการี หมดสิทธิ รับมรดก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view