http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,115,647
เปิดเพจ23,729,823

เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอมาตรา7

เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

อยู่ดีๆ ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ก็ออกมาเสนอให้ใช้มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อทูลเกล้าฯ ขอพระราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหา หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยและมวลชนแนวร่วมอย่างคนเสื้อแดงปฏิเสธการใช้มาตรา 7 เพื่อ|แก้ปัญหาการเมืองมาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ มาตรา 7 ซึ่งถูกเขียนไว้กว้างๆ ว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เป็นที่รู้กันในฐานะปลายทางการต่อสู้ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยสุเทพจะนำกลไกมาตรา 7 ใส่มือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภาขณะนี้ เสนอทูลเกล้าฯ นายกฯคนกลาง หากคณะรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์พ้นสภาพเพื่อแก้ปัญหาเดดล็อกทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม โรดแมปของสุเทพยังมีความเสี่ยงที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่จะถูกเปลี่ยนตัวจากสุรชัย ไปสู่ตัวแทน สว.เลือกตั้ง ซึ่งเพิ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 58 คน และกำลังจะได้รับการรับรองเพิ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่า สว.เลือกตั้งชุดนี้เป็นร่างทรงของฝ่ายการเมืองเกินครึ่ง

เป็นที่มาของเสียงประกาศกร้าวจากสุเทพ ว่า หาก ครม.พ้นสภาพด้วยคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ จะขอเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เพื่อทูลเกล้าฯ มาตรา 7 เอง ตามมาด้วยเสียงโหมกระหน่ำตำหนิจากฝั่งเสื้อแดงและจากพรรคเพื่อไทย

ทว่าในบรรดาเสียงก่นด่าสุเทพ กลับมีหนึ่งเสียงเล็ดลอดจากชัยเกษม ซึ่งมีสถานะเป็นอดีตอัยการสูงสุด และกรรมการ ศอ.รส. ยังเป็นคนสำคัญของตระกูลชินวัตร ที่เห็นว่าจะใช้ช่องมาตรา 7 นี้ เสนอขอพระราชทานคำวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน

หมายความว่า เมื่อรัฐบาลนี้สิ้นสุดลง จะมี 2 ฝ่ายที่แย่งกันโยนเผือกร้อนอย่างมาตรา 7 ขึ้นข้างบน คือ ทั้งจากฝ่ายสุเทพ ผ่านรักษาการประธานรัฐสภา และจากฝ่ายรัฐบาลเอง

พลันที่ชัยเกษมโยนหินก้อนนี้มา ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้โต้ตอบอะไร หากแต่เงี่ยหูฟังอย่างใกล้ชิด เพราะทุกคนรู้กันดีว่า ชัยเกษม คือที่ปรึกษากฎหมายสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย

พีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มือกฎหมายอีกคนที่ปฏิเสธมาตรา 7 มาโดยตลอด ถึงกับบอกว่าเป็นเสียงที่น่ารับฟัง ขณะที่ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้โต้แย้งข้อเสนอนี้

เมื่อนำเสียงของโยนหินถามทางของ ชัยเกษม มาประกบกับเสียงของนพดลและพีรพันธุ์ ก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการทูลเกล้าฯ มาตรา 7 กลายเป็นอีกทางเลือกของพรรคที่ทำให้ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

เพราะพรรคเพื่อไทยก็รู้ดีว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเชือด ครม.ให้พ้นสภาพ จนเข้าสู่สภาวะเดดล็อกทางกฎหมายนั้น ก็ไม่มีหนทางใดที่จะครองอำนาจต่อไปได้ มีเพียงไพ่ใบเดียวคือการปล่อยให้คนเสื้อแดงออกมาเผชิญหน้ากับ กปปส.และองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นช่องทางปลายเปิด และไม่เห็นอนาคตในระยะเวลาอันสั้น อย่างเลวร้ายที่สุดก็อาจเป็นแบบเดียวกันกับการชุมนุมในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ซึ่งคนเสื้อแดงแพ้ในสมรภูมิอย่างหมดรูป

การกลืนน้ำลายตัวเองและทิ้งหมู่มหามิตรอย่างคนเสื้อแดงจำนวนมากด้วยการชิงเสนอมาตรา 7 อาจเป็นทางหนีทีไล่ที่ปลอดภัยกว่า แม้จะยังไม่รู้อนาคตก็ตามว่าจะเป็นอย่างไร

ทว่าเสียงจากฝั่งตรงข้ามอย่างพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ต่างพร้อมใจกันถล่มข้อเสนอของชัยเกษมทันที โดย ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ตั้งคำถามว่ารัฐบาลที่ทำผิดซ้ำซากจะเอาอำนาจใดมาเสนอมาตรา 7

ขณะที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ก็บอกว่าเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วน วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นเช่นเดียวกับถาวรว่า เมื่อถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ|ตัดสิน รัฐบาลก็ไม่เหลืออำนาจอะไรในการทูลเกล้าฯ แล้ว

ปฏิกิริยาของ กปปส. สะท้อนชัดว่า หากพรรคเพื่อไทยยอมรับว่าจะใช้ช่องทางมาตรา 7 เช่นเดียวกับ กปปส. วันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้รัฐบาลพ้นสภาพ ย่อมเกิดสุญญากาศว่า “ใครคือผู้มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 7”

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และเป็นอีกหนึ่งปมที่สามารถพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ


รุมถล่มรัฐบาลไร้อำนาจเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ภายหลังชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เสนอว่าอาจต้องใช้มาตรา 7 เพื่อขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกฯ จากกรณีใช้อำนาจการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ไม่เป็นธรรมทำให้หลายฝ่ายมองเจตนารัฐบาลไปในหลายทิศทาง

ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชัยเกษม ที่ยอมรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมทั้งยอมรับว่ามาตรา 7 แก้วิกฤตได้ อย่างไรก็ตามสงสัยว่าคนที่ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก มีความรับผิดชอบเอาอำนาจจากไหนจะยื่นทูลเกล้าฯ ถวาย ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ขณะนี้คนในรัฐบาล อาทิ ชัยเกษม กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการออกมาแสดงความเห็นว่าอาจต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ในการแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกเพราะชัยเกษมเคยระบุว่าไม่สามารถใช้มาตรานี้ได้

“เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ รัฐบาลคงเห็นแล้วว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐสภาที่จะมาทำหน้าที่ตามกระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐบาลเห็นแล้วว่ากำลังเจอปัญหาข้อกฎหมายหลายอย่าง จึงรู้ว่าตัวเองกำลังจนมุม”เอกนัฏ กล่าว

วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ข้อเสนอชัยเกษมทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะยังมีขั้นตอนตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่ จึงยังไม่บังควรที่จะขอพระราชวินิจฉัยในทันที เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ข้อเสนอดังกล่าวจึงเป็นการแก้เกมการเมืองของรัฐบาล โดยดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วย

“ข้อเสนอของชัยเกษมแตกต่างจากข้อเสนอของสุเทพที่เสนอให้ใช้มาตรา 7 เหมือนกัน แต่ของ กปปส.จะมีขั้นตอนว่าจะกราบบังคมทูลก็ต่อเมื่อมีข้อยุติจากองค์กรที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญก่อนโดยผู้มีอำนาจนำข้อยุติขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้คือประธานสภาผู้แทนราษฎร หากไม่มีสภา วุฒิสภาก็สามารถเทียบเคียงได้”วิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรี ไม่มีสถานะใดๆ ที่จะดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามดึงดันยั่วยุมวลชนออกมาก่อความรุนแรงเพื่อให้ทหารปฏิวัติ และเดินหน้าสู่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นต่อไป

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 4 เดือน ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติมากมายยังจะมีหน้าเสนอใช้มาตรา 7 การจะเสนอใช้มาตรานี้จึงไม่สามารถทำได้ เพราะเท่ากับไม่ยอมลงจากอำนาจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 เท่านั้น ที่จะเป็นผู้มีสิทธิใช้และถือเป็นความชอบธรรมมากกว่าที่รัฐบาลชุดนี้จะเป็นผู้เสนอ

ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวที่ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกับรัฐบาล แต่ในฐานะนักกฎหมายมองว่าหากมีคำวินิจฉัยออกมาให้นายกฯ พ้นสภาพก็ไม่มีทางออกอื่น เพราะรัฐบาลมาจากการโปรดเกล้าฯ การจะได้นายกฯ ใหม่ก็เป็นไปตามพระราชวินิจฉัย ซึ่งกรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นความจำเป็นสอดคล้องและเข้าเงื่อนไขใช้ มาตรา 7 ได้

"ผมพยายามให้การดำเนินการทุกอย่างเดินหน้าไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด ส่วนรัฐบาลจะเห็นด้วย หรือใช้ทางออกนี้หรือไม่ก็เป็นดุลยพินิจของรัฐบาล"ชัยเกษม กล่าว

ชัยเกษม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามต้องการให้มีนายกฯ มาจากมาตรา 7 โดยไม่มีพื้นฐานที่น่าจะทำได้ แต่ก็ยังต้องการให้มี ให้ทำให้ได้ทั้งที่เหตุการณ์ปกติ แต่หากเป็นกรณีนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าจะออกทางไหน แต่รัฐธรรมนูญถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายสูงสุดเมื่อไม่มีทางแก้ก็ต้องใช้ข้อกฎหมายที่ทำได้

ส่วนกรณีที่พรรค ปชป. ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ชัยเกษมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แล้วแต่ความคิดเห็น แต่ที่ผ่านมาก็เห็นว่าอีกฝ่ายเคยเสนอต้องการนายกฯ จากมาตรา 7 เช่นกัน

จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายอำมาตยาธิปไตยพยายามบีบให้เข้าสู่มาตรา 7 แล้วก็ตัดสินใจกันเอาเองว่าจะเป็นช่องทางให้คนนอกเข้ามาตามข้อเสนอของอำมาตย์โดยผ่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของชัยเกษมไม่ใช่การเสนอขอนายกฯ คนนอกหรือคนกลางแต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตรัสว่าการขอนายกฯ ตามมาตรา 7 มั่ว ไม่เป็นประชาธิปไตย ทาง รมว.ยุติธรรม จึงจะเสนอรัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวาย ตามมาตรา 7 ให้เป็นพระบรมราชวินิจฉัยว่าจะมีทางออกอย่างไร จตุพร กล่าวว่า คนไทยรู้ว่าข้อเสนอของสุเทพไม่ว่าจะอ้างตามมาตรา 3 หรือ มาตรา 7 หรืออ้างประเพณีการปกครอง ไม่มีช่องทางใดที่เปิดช่องให้มีนายกฯ ได้เนื่องจากพระองค์ตรัสเอาไว้ดังกล่าว เมื่อมีคณะบุคคลเสนอตรงกันข้ามกับพระราชดำรัสจึงต้องทูลเกล้าฯ ถวาย ให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของชัยเกษมพูดในเชิงกฎหมายในฐานะที่เคยเป็นอัยการสูงสุด แต่พรรค พท.ยืนยันยังยึดมั่นระบบรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ไม่ว่าแง่มุมใดก็ตาม เพราะไม่ใช่ทางออกของประเทศ วันนี้ทางออกที่ถูกต้องคือเร่งหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด


สุริยะใสชี้รัฐบาลพท-ไร้ความชอบธรรมเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

สุริยะใสชี้รัฐบาลเพื่อไทยไม่มีความชอบธรรมเสนอมาตรา7 เพราะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์จนทำให้บ้านเมืองเสียหาย เชื่อกลับลำเห็นด้วยเพราะรู้ชะตากรรม

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนและกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ข้อเสนอและแนวคิดของนายชัยเกษม นิติศิริ รักษาการ รมว.ยุติธรรม ที่จะให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หากเกิดสุญญากาศทางการเมือง ทั้งที่พรรคเพื่อไทยต่อต้านเรื่องนี้มาโดยตลอดนั้น คงเป็นเพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเห็นว่ากระแสสังคมอึดอัดกับวิกฤตที่ไม่มีทางออกประเทศติดหล่มยาวนาน และอยากเห็นรัฐบาลและคนมีอำนาจเสียสละตัวเอง ลาออกเพื่อเปิดรูหายใจให้สังคม คนทั่วไปจึงเริ่มคลัอยตามข้อเสนอ กปปส. ให้มีนายกฯเฉพาะกาล มาทำหน้าที่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งกระแสนี้สูงและได้รับการยอมรับมากขึ้น ในขณะที่กระแสเลือกตั้งกีอนปฏิรูปไปต่อไม่ได้และความชอบธรรมลดลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินของ ปปช.และศาลรัฐธรรมนูญกระทบต่อสถานภาพของรัฐบาลรักษาการ ก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องเข้าสู่เงื่อนไข รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 โดยใช้ช่องทาง มาตรา 3 เพื่อสถาปนารัฐบาลเฉพาะกาลโดยประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยขึ้นมาบริหารบ้านเมืองในช่วงสุญญากาศ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็คงคาดการณ์ได้อยู่แล้วว่าสภาวะแบบนี้มาถึงแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว จึงขอชิงธงเสนอ นายกฯ มาตรา 7 ด้วยตัวเอง

"เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้และไม่มีความชอบธรรม เพราะรัฐบาลเพื่อไทยยังถือว่ามีรัฏฐาธิปัตย์ ใช้รัฏฐาธิปัตย์บางระดับ อยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าต้องพ้นสถานภาพรัฐบาลรักษาการ ตามคำวินิจฉัยองค์กรอิสระ พรรคเพื่อไทยไม่มีแม้แต่สิทธิจะคิดขอเป็นผู้เสนอนายกฯ มาตรา 7 เพราะพรรคเพื่อไทยใช้รัฏฐาธิปัตย์ จนทำให้บ้านเมืองเสียหาย ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ตกเป็นทรราชย์ ยังจะมาเสนอตัวเป็นผู้เสนอรัฏฐาธิปัตย์นั้น จึงเป็นไปไม่ได้และคงไม่มีใครยอมรับ"นายสุริยะใสกล่าว

นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า การเสนอตัวเพื่อเป็นผู้ขอนายกฯ มาตรา 7 ทั้งที่พรรคเพื่อไทยคัดค้านและโจมตีคนที่เสนอเรื่องนี้มาตลอด ว่าเป็นกบฎ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญนั้น แสดงว่าค้านไม่จริง ที่ผ่านมาค้านเพราะกลัวตัวเองเสียอำนาจตกเก้าอี้เท่านั้น มาวันนี้จะขอเป็นผู้เสนอเองแสดงว่า นายกฯ มาตรา 7 สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เพื่อไทย เข้ามุมอับ แก้ลำ ชิงเสนอ มาตรา7

view

*

view