หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,194
Page Views 23,552,601
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอมาตรา7

เพื่อไทยเข้ามุมอับแก้ลำชิงเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

อยู่ดีๆ ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ก็ออกมาเสนอให้ใช้มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อทูลเกล้าฯ ขอพระราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหา หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยและมวลชนแนวร่วมอย่างคนเสื้อแดงปฏิเสธการใช้มาตรา 7 เพื่อ|แก้ปัญหาการเมืองมาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ มาตรา 7 ซึ่งถูกเขียนไว้กว้างๆ ว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เป็นที่รู้กันในฐานะปลายทางการต่อสู้ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยสุเทพจะนำกลไกมาตรา 7 ใส่มือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภาขณะนี้ เสนอทูลเกล้าฯ นายกฯคนกลาง หากคณะรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์พ้นสภาพเพื่อแก้ปัญหาเดดล็อกทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม โรดแมปของสุเทพยังมีความเสี่ยงที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่จะถูกเปลี่ยนตัวจากสุรชัย ไปสู่ตัวแทน สว.เลือกตั้ง ซึ่งเพิ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 58 คน และกำลังจะได้รับการรับรองเพิ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่า สว.เลือกตั้งชุดนี้เป็นร่างทรงของฝ่ายการเมืองเกินครึ่ง

เป็นที่มาของเสียงประกาศกร้าวจากสุเทพ ว่า หาก ครม.พ้นสภาพด้วยคำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ จะขอเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เพื่อทูลเกล้าฯ มาตรา 7 เอง ตามมาด้วยเสียงโหมกระหน่ำตำหนิจากฝั่งเสื้อแดงและจากพรรคเพื่อไทย

ทว่าในบรรดาเสียงก่นด่าสุเทพ กลับมีหนึ่งเสียงเล็ดลอดจากชัยเกษม ซึ่งมีสถานะเป็นอดีตอัยการสูงสุด และกรรมการ ศอ.รส. ยังเป็นคนสำคัญของตระกูลชินวัตร ที่เห็นว่าจะใช้ช่องมาตรา 7 นี้ เสนอขอพระราชทานคำวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน

หมายความว่า เมื่อรัฐบาลนี้สิ้นสุดลง จะมี 2 ฝ่ายที่แย่งกันโยนเผือกร้อนอย่างมาตรา 7 ขึ้นข้างบน คือ ทั้งจากฝ่ายสุเทพ ผ่านรักษาการประธานรัฐสภา และจากฝ่ายรัฐบาลเอง

พลันที่ชัยเกษมโยนหินก้อนนี้มา ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้โต้ตอบอะไร หากแต่เงี่ยหูฟังอย่างใกล้ชิด เพราะทุกคนรู้กันดีว่า ชัยเกษม คือที่ปรึกษากฎหมายสายตรงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย

พีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มือกฎหมายอีกคนที่ปฏิเสธมาตรา 7 มาโดยตลอด ถึงกับบอกว่าเป็นเสียงที่น่ารับฟัง ขณะที่ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้โต้แย้งข้อเสนอนี้

เมื่อนำเสียงของโยนหินถามทางของ ชัยเกษม มาประกบกับเสียงของนพดลและพีรพันธุ์ ก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการทูลเกล้าฯ มาตรา 7 กลายเป็นอีกทางเลือกของพรรคที่ทำให้ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

เพราะพรรคเพื่อไทยก็รู้ดีว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเชือด ครม.ให้พ้นสภาพ จนเข้าสู่สภาวะเดดล็อกทางกฎหมายนั้น ก็ไม่มีหนทางใดที่จะครองอำนาจต่อไปได้ มีเพียงไพ่ใบเดียวคือการปล่อยให้คนเสื้อแดงออกมาเผชิญหน้ากับ กปปส.และองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นช่องทางปลายเปิด และไม่เห็นอนาคตในระยะเวลาอันสั้น อย่างเลวร้ายที่สุดก็อาจเป็นแบบเดียวกันกับการชุมนุมในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ซึ่งคนเสื้อแดงแพ้ในสมรภูมิอย่างหมดรูป

การกลืนน้ำลายตัวเองและทิ้งหมู่มหามิตรอย่างคนเสื้อแดงจำนวนมากด้วยการชิงเสนอมาตรา 7 อาจเป็นทางหนีทีไล่ที่ปลอดภัยกว่า แม้จะยังไม่รู้อนาคตก็ตามว่าจะเป็นอย่างไร

ทว่าเสียงจากฝั่งตรงข้ามอย่างพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส. ต่างพร้อมใจกันถล่มข้อเสนอของชัยเกษมทันที โดย ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ตั้งคำถามว่ารัฐบาลที่ทำผิดซ้ำซากจะเอาอำนาจใดมาเสนอมาตรา 7

ขณะที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ก็บอกว่าเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วน วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นเช่นเดียวกับถาวรว่า เมื่อถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ|ตัดสิน รัฐบาลก็ไม่เหลืออำนาจอะไรในการทูลเกล้าฯ แล้ว

ปฏิกิริยาของ กปปส. สะท้อนชัดว่า หากพรรคเพื่อไทยยอมรับว่าจะใช้ช่องทางมาตรา 7 เช่นเดียวกับ กปปส. วันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้รัฐบาลพ้นสภาพ ย่อมเกิดสุญญากาศว่า “ใครคือผู้มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 7”

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ และเป็นอีกหนึ่งปมที่สามารถพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ


รุมถล่มรัฐบาลไร้อำนาจเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ภายหลังชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เสนอว่าอาจต้องใช้มาตรา 7 เพื่อขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกฯ จากกรณีใช้อำนาจการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ไม่เป็นธรรมทำให้หลายฝ่ายมองเจตนารัฐบาลไปในหลายทิศทาง

ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชัยเกษม ที่ยอมรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมทั้งยอมรับว่ามาตรา 7 แก้วิกฤตได้ อย่างไรก็ตามสงสัยว่าคนที่ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก มีความรับผิดชอบเอาอำนาจจากไหนจะยื่นทูลเกล้าฯ ถวาย ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ขณะนี้คนในรัฐบาล อาทิ ชัยเกษม กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการออกมาแสดงความเห็นว่าอาจต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ในการแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกเพราะชัยเกษมเคยระบุว่าไม่สามารถใช้มาตรานี้ได้

“เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ รัฐบาลคงเห็นแล้วว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐสภาที่จะมาทำหน้าที่ตามกระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐบาลเห็นแล้วว่ากำลังเจอปัญหาข้อกฎหมายหลายอย่าง จึงรู้ว่าตัวเองกำลังจนมุม”เอกนัฏ กล่าว

วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ข้อเสนอชัยเกษมทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะยังมีขั้นตอนตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่ จึงยังไม่บังควรที่จะขอพระราชวินิจฉัยในทันที เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ข้อเสนอดังกล่าวจึงเป็นการแก้เกมการเมืองของรัฐบาล โดยดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วย

“ข้อเสนอของชัยเกษมแตกต่างจากข้อเสนอของสุเทพที่เสนอให้ใช้มาตรา 7 เหมือนกัน แต่ของ กปปส.จะมีขั้นตอนว่าจะกราบบังคมทูลก็ต่อเมื่อมีข้อยุติจากองค์กรที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญก่อนโดยผู้มีอำนาจนำข้อยุติขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้คือประธานสภาผู้แทนราษฎร หากไม่มีสภา วุฒิสภาก็สามารถเทียบเคียงได้”วิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรี ไม่มีสถานะใดๆ ที่จะดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามดึงดันยั่วยุมวลชนออกมาก่อความรุนแรงเพื่อให้ทหารปฏิวัติ และเดินหน้าสู่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นต่อไป

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 4 เดือน ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติมากมายยังจะมีหน้าเสนอใช้มาตรา 7 การจะเสนอใช้มาตรานี้จึงไม่สามารถทำได้ เพราะเท่ากับไม่ยอมลงจากอำนาจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 เท่านั้น ที่จะเป็นผู้มีสิทธิใช้และถือเป็นความชอบธรรมมากกว่าที่รัฐบาลชุดนี้จะเป็นผู้เสนอ

ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวที่ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกับรัฐบาล แต่ในฐานะนักกฎหมายมองว่าหากมีคำวินิจฉัยออกมาให้นายกฯ พ้นสภาพก็ไม่มีทางออกอื่น เพราะรัฐบาลมาจากการโปรดเกล้าฯ การจะได้นายกฯ ใหม่ก็เป็นไปตามพระราชวินิจฉัย ซึ่งกรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นความจำเป็นสอดคล้องและเข้าเงื่อนไขใช้ มาตรา 7 ได้

"ผมพยายามให้การดำเนินการทุกอย่างเดินหน้าไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด ส่วนรัฐบาลจะเห็นด้วย หรือใช้ทางออกนี้หรือไม่ก็เป็นดุลยพินิจของรัฐบาล"ชัยเกษม กล่าว

ชัยเกษม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามต้องการให้มีนายกฯ มาจากมาตรา 7 โดยไม่มีพื้นฐานที่น่าจะทำได้ แต่ก็ยังต้องการให้มี ให้ทำให้ได้ทั้งที่เหตุการณ์ปกติ แต่หากเป็นกรณีนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าจะออกทางไหน แต่รัฐธรรมนูญถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายสูงสุดเมื่อไม่มีทางแก้ก็ต้องใช้ข้อกฎหมายที่ทำได้

ส่วนกรณีที่พรรค ปชป. ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ชัยเกษมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แล้วแต่ความคิดเห็น แต่ที่ผ่านมาก็เห็นว่าอีกฝ่ายเคยเสนอต้องการนายกฯ จากมาตรา 7 เช่นกัน

จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายอำมาตยาธิปไตยพยายามบีบให้เข้าสู่มาตรา 7 แล้วก็ตัดสินใจกันเอาเองว่าจะเป็นช่องทางให้คนนอกเข้ามาตามข้อเสนอของอำมาตย์โดยผ่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของชัยเกษมไม่ใช่การเสนอขอนายกฯ คนนอกหรือคนกลางแต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตรัสว่าการขอนายกฯ ตามมาตรา 7 มั่ว ไม่เป็นประชาธิปไตย ทาง รมว.ยุติธรรม จึงจะเสนอรัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวาย ตามมาตรา 7 ให้เป็นพระบรมราชวินิจฉัยว่าจะมีทางออกอย่างไร จตุพร กล่าวว่า คนไทยรู้ว่าข้อเสนอของสุเทพไม่ว่าจะอ้างตามมาตรา 3 หรือ มาตรา 7 หรืออ้างประเพณีการปกครอง ไม่มีช่องทางใดที่เปิดช่องให้มีนายกฯ ได้เนื่องจากพระองค์ตรัสเอาไว้ดังกล่าว เมื่อมีคณะบุคคลเสนอตรงกันข้ามกับพระราชดำรัสจึงต้องทูลเกล้าฯ ถวาย ให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของชัยเกษมพูดในเชิงกฎหมายในฐานะที่เคยเป็นอัยการสูงสุด แต่พรรค พท.ยืนยันยังยึดมั่นระบบรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ไม่ว่าแง่มุมใดก็ตาม เพราะไม่ใช่ทางออกของประเทศ วันนี้ทางออกที่ถูกต้องคือเร่งหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด


สุริยะใสชี้รัฐบาลพท-ไร้ความชอบธรรมเสนอมาตรา7

จาก โพสต์ทูเดย์

สุริยะใสชี้รัฐบาลเพื่อไทยไม่มีความชอบธรรมเสนอมาตรา7 เพราะใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์จนทำให้บ้านเมืองเสียหาย เชื่อกลับลำเห็นด้วยเพราะรู้ชะตากรรม

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนและกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ข้อเสนอและแนวคิดของนายชัยเกษม นิติศิริ รักษาการ รมว.ยุติธรรม ที่จะให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หากเกิดสุญญากาศทางการเมือง ทั้งที่พรรคเพื่อไทยต่อต้านเรื่องนี้มาโดยตลอดนั้น คงเป็นเพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเห็นว่ากระแสสังคมอึดอัดกับวิกฤตที่ไม่มีทางออกประเทศติดหล่มยาวนาน และอยากเห็นรัฐบาลและคนมีอำนาจเสียสละตัวเอง ลาออกเพื่อเปิดรูหายใจให้สังคม คนทั่วไปจึงเริ่มคลัอยตามข้อเสนอ กปปส. ให้มีนายกฯเฉพาะกาล มาทำหน้าที่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งกระแสนี้สูงและได้รับการยอมรับมากขึ้น ในขณะที่กระแสเลือกตั้งกีอนปฏิรูปไปต่อไม่ได้และความชอบธรรมลดลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินของ ปปช.และศาลรัฐธรรมนูญกระทบต่อสถานภาพของรัฐบาลรักษาการ ก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องเข้าสู่เงื่อนไข รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 โดยใช้ช่องทาง มาตรา 3 เพื่อสถาปนารัฐบาลเฉพาะกาลโดยประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยขึ้นมาบริหารบ้านเมืองในช่วงสุญญากาศ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็คงคาดการณ์ได้อยู่แล้วว่าสภาวะแบบนี้มาถึงแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว จึงขอชิงธงเสนอ นายกฯ มาตรา 7 ด้วยตัวเอง

"เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้และไม่มีความชอบธรรม เพราะรัฐบาลเพื่อไทยยังถือว่ามีรัฏฐาธิปัตย์ ใช้รัฏฐาธิปัตย์บางระดับ อยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าต้องพ้นสถานภาพรัฐบาลรักษาการ ตามคำวินิจฉัยองค์กรอิสระ พรรคเพื่อไทยไม่มีแม้แต่สิทธิจะคิดขอเป็นผู้เสนอนายกฯ มาตรา 7 เพราะพรรคเพื่อไทยใช้รัฏฐาธิปัตย์ จนทำให้บ้านเมืองเสียหาย ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ตกเป็นทรราชย์ ยังจะมาเสนอตัวเป็นผู้เสนอรัฏฐาธิปัตย์นั้น จึงเป็นไปไม่ได้และคงไม่มีใครยอมรับ"นายสุริยะใสกล่าว

นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า การเสนอตัวเพื่อเป็นผู้ขอนายกฯ มาตรา 7 ทั้งที่พรรคเพื่อไทยคัดค้านและโจมตีคนที่เสนอเรื่องนี้มาตลอด ว่าเป็นกบฎ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญนั้น แสดงว่าค้านไม่จริง ที่ผ่านมาค้านเพราะกลัวตัวเองเสียอำนาจตกเก้าอี้เท่านั้น มาวันนี้จะขอเป็นผู้เสนอเองแสดงว่า นายกฯ มาตรา 7 สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เพื่อไทย เข้ามุมอับ แก้ลำ ชิงเสนอ มาตรา7

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view