หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,996,390
Page Views 23,557,088
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ทางรอดประเทศไทย

ทางรอดประเทศไทย

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




สถานการณ์ทางการเมืองกำลังงวดลงถึงขั้นสุดท้าย เมื่อ กปปส. ประกาศระดมพลเป็นครั้งสุดท้ายในการโค่นล้มระบอบทักษิณในวันที่ 5, 13 และ 14 พฤษภาคม

ในขณะเดียวกันแกนนำเสื้อแดง หรือ นปช. เองก็ประกาศชุมนุมต่อต้านในวันที่ 10 พฤษภาคม ด้วยเช่นกัน ซึ่งเงื่อนเวลาทางการเมืองงวดเข้ามาเนื่องจากองค์กรอิสระ คือ ป.ป.ช. ที่กำลังจะมีการชี้มูลความผิดของรักษาการนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และสองศาลรัฐธรรมนูญเองก็จะมีคำวินิจฉัยถึงคดีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคง โดยมิชอบ ซึ่งในคดีที่สองนี้ได้มีคำตัดสินของศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดไปแล้วในต้นปีนี้

ฝ่ายต่างๆ ก็ได้มีความพยายามในการหาทางออกให้กับประเทศไทย และที่พูดถึงกันมากคือ การเลือกตั้งที่คนกลุ่มหนึ่งเชื่อกันว่าการการเลือกตั้งคือคำตอบสุดท้ายที่เป็นทางรอดของประเทศไทย โดยมิได้คำนึงถึงบริบทอื่นๆ ว่าการเลือกตั้งจะความสงบสันติกลับคืนมาได้จริงหรือ ความดึงดันให้มีเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพอจะตอบโจทย์ว่า นอกจากการสูญเสียเงินค่าใช้จ่ายไป 3,880 ล้านบาทไปอย่างน่าเสียดายโดยที่ไม่มีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ความไม่สงบที่เกิดขึ้นยังจะสะท้อนว่าการดึงดันจะเลือกตั้งก็จะเผชิญกับการต่อต้านจากคนจำนวนมาก ที่สำคัญกว่านั้นคือหากจะเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปทางการเมืองหรือกฎหมายเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ชัดเจนว่าจะได้นักการเมืองกลุ่มเดิมหน้าเดิม และรัฐบาลที่ประกอบไปด้วยนักการเมืองหน้าเดิมและประเทศก็กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองเดิมๆ

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นควรจะมีความเที่ยงธรรมและบริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ที่ทุกพรรคการเมืองสามารถที่จะเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นอิสระในทุกพื้นที่ โดยไม่เผชิญกับการต่อต้านจากฝ่ายตรงกันข้าม และคณะกรรมการเลือกตั้งจะต้องมีการกำกับดูแลการเลือกตั้ง ที่ในระยะหลังนี้ได้มีการหาเสียงโดยการใช้นโยบายการซื้อเสียงโดยสัญญาว่าจะให้ในรูปแบบต่างๆ ที่เรียกกันว่า "นโยบายประชานิยม"

นโยบายประชานิยม เป็นการหาความนิยมระยะสั้นจากประชาชนโดยการใช้เงินภาษีมาใช้จ่ายที่ปราศจากการคำนึงถึงผลกระทบถึงความเสียหายที่จะเกิดตามมา และที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่มีการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดที่รองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เคยกล่าวไว้ในปี 2554 ว่าหากโครงการรับจำนำข้าวมีความเสียหาย (ขาดทุน) มากกว่า 6 หมื่นล้านบาทเขาในฐานะที่เป็นรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบ จนถึงปัจจุบันที่ความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวที่นอกจากขาดทุนหลายแสนล้านบาท มิหนำซ้ำยังติดค้างหนี้เงินค่าข้าวชาวนาอยู่อีกประมาณแสนล้านบาทและชาวนาฆ่าตัวตายไปแล้ว 16 ราย ตลาดการส่งออกข้าวไทยตกต่ำจากที่เคยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลกลงมาเป็นอันดับที่สามเนื่องจากสูญเสียตลาดส่งออกข้าวให้กับประเทศคู่แข่งอย่างอินเดียและ เวียดนาม ที่ยังไม่มีนักการเมืองคนใดออกมารับผิดชอบ

นโยบายประชานิยมอีกประการที่สร้างความอ่อนแอให้กับประชาชนแล้ว ยังกระตุ้นการก่อหนี้สินของประชาชน เช่น โครงการรถยนต์คันแรกที่ต้องใช้เงินจำนวนประมาณ 90,000 ล้านบาทมาสำหรับคืนภาษีให้กับประชาชนประมาณ 1 ล้านราย และนโยบายนี้ทำให้ประชาชนมีหนี้เพิ่ม ทำให้มีการใช้นำมันที่ต้องมีการนำเข้าน้ำมันและชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์เพิ่มขึ้น ประกาศจะกระชากค่าครองชีพให้ประชาชน ที่ราคาสินค้าปรับขึ้นระนาว ที่มีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็นต้นไป เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้ราคาเป้าหมายเท่ากับราคาตลาดโลกคือ 36 บาท/กิโลกรัม ทำให้ราคาก๊าซหุงต้มขนาดถังละ 16 กิโลกรัมจะมีการปรับขึ้นปีละอย่างน้อย 120 บาทต่อถังในรอบปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันที่มีการปรับค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้มและราคาอาหารต่างขึ้นๆ แต่กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจให้ตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 6 เดือนโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ

หรือกรณีการหาเสียงที่ประกาศอย่างชัดเจนว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ หรือ การลดแลกแจกแถมเงินที่จะแจกให้กับประชาชน เช่น เงินกองทุนหมู่บ้าน กองทุนสตรี การพักหนี้เกษตรกร หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งนโยบายเหล่านี้ในที่สุดแล้วจะเป็นภาระต่อรายจ่ายของแผ่นดินแทนที่สามารถจะนำไปพัฒนาประเทศหรือลงทุนในโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ แต่สิ่งที่ได้มาคือความอ่อนแอของประชาชนที่แบมือรอคอยเงินแจก ในขณะที่รัฐบาลเองก็มีหนี้สินเพิ่มขึ้นทุกวันที่เป็นความเสี่ยงต่อฐานะการการคลังของประเทศที่จะเกิดภาวะล้มละลายได้ ซึ่งรัฐบาลที่เสนอนโยบายเหล่านี้ควรที่จะมีการแสดงถึงแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในโครงการเหล่านี้อย่างชัดเจน และประกาศรับผิดชอบต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นของนโยบายเหล่านี้ ไม่ให้นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งแข่งขันในการคิดนโยบายเพื่อหวังเพียงชนะการเลือกตั้งอีกต่อไป


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ทางรอดประเทศไทย

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view