หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,995,083
Page Views 23,555,720
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

มองให้เห็น...ปรับตัว เจอ วิกฤต ก็มีโอกาสยืนรอดได้

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ ชั้น5ประชาชาติ โดย วิไล อักขระสมชีพ oilday@yahoo.com

"ประชาชาติธุรกิจ" ต้องขอแสดงความยินดีกับประธานสมาคมธนาคารไทยคนใหม่ "คุณบุญทักษ์ หวังเจริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ค่ายธนาคารทหารไทย (TMB) ที่ได้รับคัดเลือกความไว้วางใจจากสมาชิกแบงก์ให้นั่งเก้าอี้ใหญ่นี้แทน "คุณชาติศิริ โสภณพนิช" หรือ "โทนี่" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ที่หมดวาระไปเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา

และเป็นจังหวะเดียวกับที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับเกียรติจาก "คุณบุญทักษ์" ที่จะมาร่วมเสวนางานใหญ่ประจำปีของเรา ในหัวข้อ "สร้างโอกาสการลงทุน ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต" ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะมาให้มุมมองต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต

จริง ๆ แล้วชื่อซีอีโอหนุ่มคนนี้ ติดอันดับเดอะสตาร์แบงเกอร์มาหลายปี ด้วยเขาเข้ามาปฏิวัติวงการแบงก์ ตั้งแต่เริ่มจากคำว่า"Change" ก้าวมาสู่การสร้าง "Make the Difference" ในวันนี้ และที่สำคัญเขากล้าที่จะทำสวนทิศแบงก์อื่น ๆ ด้วยการเป็นผู้เริ่มประกาศยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม ฝาก ถอน โอนเงินสด และฝากเช็คข้ามเขตระหว่างบัญชีของธนาคารทหารไทย ผ่านทุกช่องทางบริการโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจเข้ามาเดินบัญชีกับธนาคารมากขึ้น

ซึ่งการยอมเฉือนค่าธรรมเนียม โดยช่วงแรก ๆ ที่ดำเนินการจะต้องแบกภาระดังกล่าวนี้เอง แต่สิ่งที่ได้กลับมาต่อธุรกิจในเวลาต่อมา คือ สามารถทำผลดำเนินงานให้กับแบงก์พลิกกลับมามีกำไรได้ไม่ต่ำกว่า5 พันล้านบาทในปัจจุบัน ต่างจากตอนแรกที่เข้ามาบริหารแบงก์มีผลขาดทุนสะสมกว่า 1 แสนล้านบาท

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นเรียกน้ำย่อยก่อนเสวนาจริงจะเกิดขึ้นจากซีอีโอหนุ่มคนนี้ว่าท่ามกลางวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ ซึ่งจากที่เขาได้พบกับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคาร พบว่ามีการปรับตัวเร็วรับกับสถานการณ์เวลานี้ ซึ่งจะต่างกับบริษัทรายใหญ่ที่จะปรับตัวช้ากว่า เพราะความใหญ่ของธุรกิจ

โดยจากที่ธนาคารได้เข้าไปคลุกคลีกับลูกค้า มีการจัดกลุ่มให้เอสเอ็มอีพบกับกลุ่มซัพพลายเชน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีคอมมิวนิตี้กันด้วย สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมีการแชร์ข้อมูลกัน เช่น ทั้งปีคุณจะมียอดขายเท่าไหร่ การจะสต๊อกสินค้าเป็นอย่างไรเป็นต้น ซึ่งเป็นอีกทางที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารที่ดีขึ้นได้ ที่สำคัญ การที่คุณจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต้องให้คู่ค้าประสบความสำเร็จก่อน

นี่เป็นอีกมุมที่เห็นต่างจากกระแสที่ปรากฏทุกวันนี้ ที่พูดถึงแต่ว่า การเมืองทำเศรษฐกิจตก ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีย่ำแย่แล้ว ซึ่งคุณบุญทักษ์ก็ไม่ได้ปฏิเสธภาพที่เกิดขึ้นนี้ เพราะเห็นว่า จริง ๆ ก็เกิดขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเกษตร หรือบางภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากคู่ค้าจ่ายเงินช้า ก็จะดึงกันไป เพราะปกติเอสเอ็มอีจะสายป่านสั้นกว่าอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเหนื่อยภายใต้สถานการณ์นี้

แต่อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือ การปรับตัว ถ้าทำได้เร็วก็อยู่รอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และกลับมาดูตัวเองและเตรียมพร้อมตัวเอง ก็ถือเป็นโอกาสจริง ๆ

แต่ขณะเดียวกัน ถ้าธุรกิจไม่ปรับตัวในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้ที่อ่อนแอกว่าในธุรกิจนี้ก็ต้องตายไป หรือถูกรายใหญ่กว่าเข้ามาแทนที่และมีโอกาสทางธุรกิจในการสร้างกำไร หรือมองอีกมุมคือ ช่วงที่วิกฤต ก็จะเป็นจังหวะของการจัดการคนอ่อนแอกว่าหลุดออกไป

"วิกฤต" จึงเป็นโอกาสที่ดีของคนที่มองมุมต่าง และมีความกล้าที่จะทำ

อย่างไรก็ตาม คุณบุญทักษ์ก็ได้สะท้อนถึงบางมุมที่น่าเป็นห่วงที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และการลดจำนวนชั่วโมงจ้างทำงาน ซึ่งทำให้คนที่ทำงานอยู่มีรายได้ลดลง ขณะที่คนที่เพิ่งจบใหม่ก็หางานทำยากขึ้น

ภาวะการหางานที่ยากขึ้นนี้ ทำให้ปัญหาการว่างงานออกอาการมากขึ้นในเวลานี้ เป็นปัญหาที่ต้องระวังเหมือนกันโดยทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า สัญญาณอ่อนแอของตลาดแรงงานได้เริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีแล้ว ทำให้ไตรมาสแรกมีจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นมามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.44 แสนคนต่อเดือน เพิ่มขึ้น 28.2% หรือประมาณ 75,700 คน จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้อัตราการว่างงานเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่อัตรา 0.7% และคาดว่าปีนี้ทั้งปีจะเห็นอัตราว่างงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานดังกล่าวยังเป็นระดับที่ต่ำมาก

แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ ถ้าคนว่างงานมากขึ้น คนมีรายได้น้อยลง ก็ดึงกำลังใช้จ่ายลดหายไป ซึ่งก็กระทบต่อภาคการบริโภคปีนี้ น่าเป็นห่วงขึ้นไปอีก

ในภาวะซบเซาเช่นนี้ ใครมองเห็นโอกาสได้เร็วกว่า ก็จะทำให้ตัวเองมีพื้นที่ยืนและอยู่รอดได้

ขอเพียงมีความกล้าที่จะทำ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มองให้เห็น ปรับตัว เจอวิกฤต มีโอกาส ยืนรอดได้

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view