http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,118,730
เปิดเพจ23,733,045

กล้านรงค์-หวังสื่อให้ความรู้ประชาชนปมคอร์รัปชั่น

บทบาทสื่อมวลชน

จาก โพสต์ทูเดย์

บทบาทของสื่อจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการนำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดความเสียหายอะไรบ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ขาดศีลธรรม คุณธรรม ทำลายเศรษฐกิจ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไปจนถึงการล่มสลายของชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาของประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป

-นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวปาฐกถาพิเศษ “บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 4 ก.ค. 57  อ่านต่อ : http://bit.ly/1mqBUMd


สื่อมวลชนต้องพัฒนาคนข่าวต่อต้านโกง

จาก โพสต์ทูเดย์

สื่อต้องให้ความรู้นำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นคือบ่อนทำลายไปจนถึงขั้นล่มสลายของชาติ

หมายเหตุ: สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาเรื่อง “บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ

กล้าณรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมีอิทธิพบต่อการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณะได้มาก แต่การดำรงอยู่ของสื่อนั้นจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีกลุ่มทุนให้การสนับสนุน ด้วยการลงโฆษณาและคนที่มีอำนาจในการลงโฆษณามากที่สุดคือรัฐบาล หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจะเข้ามามีบทบาทในการคุมทิศทางสื่อได้ และเมื่อสื่อมวลชนให้การสนับสนุนรัฐบาล ก็จะลดการตรวจสอบลง ซึ่งเปิดโอกาสให้การทุจริตคอร์รัปชั่นดำเนินไปโดยไม่มีใครเฝ้าจับตา แต่ถ้าหากไม่ลดการตรวจสอบก็ยากที่รัฐบาลจะสนับสนุนโฆษณาต่อไป ดังนั้นสื่อมวลชนจะต้องคงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับสาเหตุของการคอร์รัปชั่น เกิดจาก 5 ประการ 1.วัตถุนิยม 2.โครงสร้างของไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ เป็นสังคมแนวดิ่งเช่น นักการเมืองกับข้าราชการประจำ 3.กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง เนื่องจากองค์กรอิสระถูกกดดัน 4. แทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล และ5.ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายเพิกเฉยต่อปัญหา

ทั้งนี้ การคอร์รัปชั่น ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมเป็นการรับสินบนมาเป็นการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย เช่นการออกพระราชกำหนด ,พระราชบัญญัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลหนึ่งไม่ใช่เพื่อสาธารณะ ถือเป็นการกระทำผิดต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยมีผลจากการสำรวจจากเอแบคโพล พ.ศ.2556 พบว่า ประชาชนพบเห็น ปัญหาการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง คิดเป็น 87.5%  การลัดคิวข้ามขั้นตอน 87.0% การให้สินบนเจ้าหน้าที่ 80.2% 

ถัดมาพบว่า ข้าราชการเคยออกไปทำธุรกิจส่วนตัวโดยไม่ขออนุญาต 81.2% ข้าราชการเคยยักยอกทรัพย์สิน 83.6% และคนที่ทำให้เกิดปัญหาการคอร์รัปชั่นมากที่สุดคือ นักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ทั้งหมดสะท้อนภาพปัญหาที่คนในสังคมไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ตลอด 

ดังนั้นบทบาทของสื่อจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการนำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดความเสียหายอะไรบ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ขาดศีลธรรม คุณธรรม ทำลายเศรษฐกิจ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไปจนถึงการล่มสลายของชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาของประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนมีบทบาทช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้ด้วยการทำข่าวเชิงสืบสวน เนื่องจากข้อมูลที่สื่อหามาได้นั้น ทางป.ป.ช.สามารถนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ แต่สื่อต้องยึดข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และเสนอข่าวที่ให้โอกาสแก่องค์กรที่กำลังถูกตรวจสอบด้วย เปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบได้ชี้แจงเหตุผลที่แท้จริง ซึ่งถ้าสื่อมวลชนเจาะลึกเรื่องราวให้รู้จริง จะเกิดผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อมวลชนได้

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของคดีมีสำคัญกว่าข้อกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริงจะแสดงให้เห็นถึงเหตุและผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นบทบาทของกฎหมายจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ถูกต้องตรงจุด ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงต้องพยายามหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อสาธารณะ จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

จักรกฤษ เพิ่มพูน ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวถึงภูมิทัศสื่อยุคใหม่ว่า สิ่งที่ประชาชนกำลังรับชมเนื้อหาสาระในทีวีดิจิทัลอยู่ขณะนี้ ยังไม่มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะทีวีดิจิทัลกำลังเร่งระดมออกข่าวมาเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตข่าวอย่างเดียว ทำให้ความใส่ใจในคุณภาพข่าวนั้นน้อยลง ด้านหนึ่งบทบาทของสื่อมวลชนก็ทำข่าวสืบสวนสอบสวนน้อยลงด้วยเช่นกัน เมื่อพูดถึงเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น จึงดูเหมือนเป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น ไม่มีการลงมือทำให้เห็นข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ซึ่งผู้ที่กำลังทำหน้าที่จึงควรกลับมาทบทวนถึงคุณภาพข่าวอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพของคนดูให้มากขึ้นตามไปด้วย

ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถ้านักข่าวไม่มีความเป็นมืออาชีพมากพอก็ไม่จำเป็นต้องมีนักข่าวอีกต่อไป เพราะใครก็ตามสามารถเป็นสื่อมวลชนได้ ประชาชนทุกคนมีช่องทางนำเสนอ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ นักข่าวต้องมีความมืออาชีพ คือ การเรียนรู้ว่าสิ่งที่รายงานนั้นเป้าหมายต้องการให้เกิดผลอย่างไร เพราะข้อมูลข่าวสารที่ใครก็สื่อสารได้นั้นไม่มีการกลั่นกรองหรือคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นจากการนำเสนอ

สุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ภาคพื้นดินระดับชาติ กล่าวว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านของสื่อหลากหลายประเภท มาเป็นทีวีดิจิทัลยุคใหม่ที่มีจำนวน 24 ช่อง คือ ทุกช่องกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากถูกบังคับโดยข้อกำหนดที่ต้องมีข่าวทุกต้นชั่วโมง จึงเป็นการทำงานข่าวที่ทำให้ประชาชนถูกบังคับให้บริโภคข่าวซ้ำไปซ้ำมา ทุกวันนี้เป็นการแข่งกันว่าของใครนำเสนอได้ดีกว่ากัน บางครั้งอาจถึงขั้นสร้างให้ผู้ชมเกิดความรู้สึก “ดราม่า”มากกว่าการรับรู้ข้อเท็จจริง การนำเสนอเช่นนี้ทำให้สุดท้ายข่าวไม่ใช่ข่าว แต่กลายความบันเทิง อย่างไรก็ตามถ้าหาก24ช่องนี้ยังไม่มีการปรับตัวให้แตกต่างจากทีวีดาวเทียม ก็จะตายในไม่ช้า เพราะทุกวันนี้มีการแข่งขันจากหลายสื่ออย่างมาก


กล้านรงค์-หวังสื่อให้ความรู้ประชาชนปมคอร์รัปชั่น

จาก โพสต์ทูเดย์

สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาบทบาทสื่อกับการตรวจสอบ "กล้านรงค์"  หวัง สื่อมีบทบาทให้ความรู้-เข้าใจประชาชนปมคอร์รัปชั่น

เวลา11.00น. วันที่ 4 ก.ค.  สภาการหนังสือพิมพ์ จัดเสวนาเรื่อง “บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยมีนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ

นายกล้านรงค์ เปิดเผยว่า สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นสูง แต่สื่อนั้นจะอยู่ไม้ได้หากไม่มีกลุ่มทุนให้การสนับสนุน ด้วยการลงโฆษณาและคนที่มีอำนาจในการลงโฆษณามากที่สุดคือรัฐบาล หรือบริษัทใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจะเข้ามามีบทบาทในการคุมทิศทางสื่อได้  และเมื่อสื่อให้การสนับสนุนรัฐบาล ก็จะลดการตรวจสอบลง แต่ถ้าหากไม่ลดการตรวจสอบก็ยากที่รัฐบาลจะสนับสนุนโฆษณาต่อไปได้ ดังนั้น สื่อมวลชนจะต้องคตงไว้ซึ่งบทบาทหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใดทั้งสิ้น

สำหรับสาเหตุของการคอร์รัปชั่น เกิดจาก 5 ประการ 1.วัตถุนิยม  2.โครงสร้างของไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ เป็นสังคมแนวดิ่งเช่น นักการเมืองกับข้าราชการประจำ 3.กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง เนื่องจากองค์กรอิสระถูกกดดัน 4. แทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล และ5.ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายต่อปัญหา

อย่างไรก็ตาม การคอร์รัปชั่น ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมเป็นการรับสินบน เปลี่ยนเป็นคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย เป็นการกระทำผิดต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยมีวิกฤติผลจากการสำรวจพบว่า เรื่องทุจริต คือ การจัดซื้อจัดจ้าง การลัดคิว การให้สินบน ดังนั้นบทบาทของสื่อจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ด้วยการนำผลเสียของการทุจริตมานำเสนอให้ประชาชนรับรู้ ว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดความเสียหายอะไรบ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ขาดศีลธรรม คุณธรรม ทำลายเศรษฐกิจ เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไปจนถึงการล่มสลายของชาติ ซึ่งการแก้ปัญหาของประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อนำไปกำหนดทิศทางของประเทศต่อไป

ด้านการปราบปราม สื่อมวลชนสามารถทำข่าวเชิงสืบสวน ที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะข้อมูลที่ได้ ทางป.ป.ช.สามารถนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนต่อไป แต่สื่อต้องยึดข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และเสนอข่าวที่ให้โอกาสแก่องค์กรที่กำลังถูกตรวจสอบด้วย เปิดโอกาสให้ผู้ถูกตรวจสอบได้ชี้แจงเหตุผลที่แท้จริง ดังนั้นถ้าสื่อไม่รู้จริง จะเกิดผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อมวลชนได้ ซึ่งได้มีการใช้ข้อกฎหมายหมิ่นประมาท ในการสกัดกั้นการตรวจสอบ ทั้งที่แท้จริงแล้วกฎหมายนี้สร้างขึ้นเพื่อปกป้องคนดีไม่ให้ถูกกล่าวหา ใส่ร้าย

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงของคดีมีสำคัญกว่าข้อกฎหมาย เนื่องจากข้อเท็จจริงจะแสดงให้เห็นถึงเหตุและผลของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นบทบาทของกฎหมายจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ถูกต้องตรงจุด ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงต้องพยายามหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อสาธารณะ จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


'กล้านรงค์'หวังสื่อให้ปชช.รู้ผลกระทบคอร์รัปชั่น

"กล้านรงค์" อดีตปปช. ตั้งความหวัง สื่อมีบทบาทให้ความรู้-เข้าใจปชช.ปมคอร์รัปชั่นกระทบชีวิต

โรงแรมเดอะสุโกศล - 4 ก.ค. 57 - นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่า สังคมไทยมีปัญหาเรื่องการทุจริตมาอย่างเรื้อรัง

โดยปัญหาดังกล่าวนั้นมีมานาน นับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่จากการบอกเล่าพบว่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มีการฉ่อราษฎร์บังหลวง แต่การทุจริตนั้นไม่ความรุนแรง เพราะสังคมสมัยนั้นไม่ยอมรับ และมีการต่อต้านกดดันทำให้คนฉ้อราษฎร์บังหลวงไม่กล้า แต่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดคำว่าเศรษฐีสงครามขึ้น และเป็นผลสะท้อนสังคมไทยปัจจุบัน คือ ไม่รู้สึก หรือไม่รังเกียจการคอรัปชั่น

ดังนั้นในช่วงที่เป็นวิกฤตแห่งการทุจริต คอร์รัปชั่นนั้น อยากให้สื่อมวลชนใช้เป็นโอกาสที่ต้องระดมให้ประชาชนเลิกและรังเกียจการคอร์รัปชั่น ที่เป็นในรูปแบบของการติดสินบน, การยักยอก และอุปถัมภ์บุคคลที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ทั้งนี้ในประเทศต่างๆ ที่ได้รับการจัดอันดับให้มีความโปร่งใสสูงนั้น ปัจจัยสำคัญ คือ ความเป็นประชาธิปไตยและสื่อมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น ดังนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรคงหมวดที่ 7 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนไว้ เพื่อไม่ให้นักการเมืองเข้าไปแทรกแซง

“ผมมองว่าสื่อมีเสรีภาพถือเป็นความทางนิตินัย แต่ทางพฤตินัยเป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่าสื่อจะอยู่ได้มีต้นทุนและได้รับการสนับสนุนจากการซื้อโฆษณา จากทุนรายใหญ่ คือ รัฐบาล หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ที่จะเข้ามาเป็นหางเสือต่อการนำพาสื่อไปในทิศทางใด ทั้งนี้ยอมรับว่าหากสื่อ นำเสนอการตรวจสอบองค์กร หรือรัฐบาล อาจจะลดการซื้อโฆษณาเพื่อกดดันให้ลดการตรวจสอบ ส่วนตัวผมสงสารนักข่าวภาคสนาม อย่างนักข่าวที่ทำข่าวที่สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งต้องใช้เวลารอทำข่าวนานและเมื่อเขียนข่าวไปแล้ว บางสื่อไม่ลง หรือลงไม่ครบ หรือลงข่าวที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะส่วนกลางไม่ได้นำไปลงเนื่องจากขึ้นอยู่กับหางเสือที่มอิทธิพลต่อสื่อ ดังนั้นหากสื่อมีเสรีภาพสูงจะเป็นประโยชน์ในการต่อต้านการคอรัปชั่น” นายกล้านรงค์ กล่าว

นายกล้านรงค์ กล่าวเสนอแนะการทำหน้าที่สื่อฯ ด้วยว่าบทบาทสำคัญคือการให้ความรู้กับประชาชน ต่อสาเหตุและผลของการคอร์รัปชั่นที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและบริการสาธารณะของประชาชนอย่างไร ทั้งนี้ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่า การคอร์รัปชั่นจะสร้างความเสียหายอย่างไร ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำอย่างไร หรือการสูญเสียงบประมาณด้านพัฒนาประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร ดังนั้นเป็นส่วนสำคัญที่สื่อต้องชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความเสียหายจากการคอร์รัปชั่น และให้ประชาชนรับทราบถึงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนอย่างถูกต้องที่สุด ทั้งนี้องค์กรสื่อจำเป็นต้องทำเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง เพราะเป็นองค์กรเดียวที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ในงานครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยังมีการประกาศเกียรติคุณพร้อมมอบโล่ให้กับบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดีเด่นและชมเชย ประจำปี 2556 ทั้งหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย โดยรางวัลบทบรรณาธิการดีเด่น ส่วนของหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง เป็นของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในบทบรรณาธิการ เรื่อง ก.ม.ป้องกันรัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค คือหนังสือพิมพ์เสียงสาริกา จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “หายไปไหน?” และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย คือ หนังสือพิมพ์บ้านกล้วย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรื่อง จิตรกรที่เรียกว่าสื่อ และกระดาษขาวที่ชื่อ วัยรุ่น

ด้านรางวัลบทบรรณาธิการชมเชย จำนวน 2 รางวัล โดยหนังสือพิมพ์ส่วนกลางที่ได้รับรางวัล ได้แก่ 1.หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “ปฏิรูปการเมือง ทางออกประเทศไทย” และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “เมืองไทยไม่ใช่สนามรบของคนไทย”, จากหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1. หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ เรื่อง “ความหวังขอลำน้ำวัง” และ หนังสือพิมพ์ประชามติ (ตราด) เรื่อง หน้าที่ของ “ข้าราชการ” และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1.หนังสือพิมพ์มหาวิทยาลัย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง วิชาทำประชามติ เพื่อให้นักศึกษาหาข้อยุติในสังคม และ 2. หนังสือพิมพ์หอข่าว ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เรื่อง เยาวชนต้องรู้เท่าทันโลกออนไลน์

ทั้งนี้ได้มีการมอบรางวัลคลิปหนังสั้นส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพสื่อ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 โดยรางวัลดีเด่น จำนวน 2 รางวัล คือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คลิปเรื่อง “เชื่อหรือคิด” และมหาวิทยาลัยศิลปากร คลิปเรื่อง 1+X=X และ รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คลิปเรื่อง “ประชาชนปลายปากกา” และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เรื่อง จรรยาบรรณ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : กล้านรงค์ หวังสื่อ ให้ความรู้ประชาชน ปมคอร์รัปชั่น

view

*

view