หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,184
Page Views 23,554,763
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

บทเรียนจาก แท็บเลต

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย สมปอง แจ่มเกาะ

ถึงวันนี้ คงทราบผลกันไปเรียบร้อยแล้วว่า ทีมอินทรีเหล็ก เยอรมนี หรือทีมฟ้า-ขาว อาร์เจนติน่า ใครเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่เพิ่งจะรูดม่านลงไป จากนี้ไปความสนุกสนานจากชมการถ่ายทอดสดที่เคยคึกคักก็คงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

และคงยังไม่สายเกินไปที่จะขอแชร์ประสบการณ์ตรงของนโยบายประชานิยมโครงการ "1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเลต) ต่อ 1 นักเรียน" (One Tablet Per Chid & OTPC) ที่เพิ่งได้ประสบมา

หากยังจดจำกันได้ นี่คือหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฝากรอยจารึกไว้ให้กับแวดวงการศึกษาไทย ซึ่งวันนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว และกำลังจะปรับมาเป็นโครงการสร้างห้องเรียนอัจฉริยะหรือสมาร์ทคลาสรูม

ขอเริ่มดังนี้ครับ กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ลูกชาย เรียนอยู่ชั้น ม.2 ยื่นจดหมายจากโรงเรียนให้ พร้อมกับกำชับว่า "วันอาทิตย์ พ่อต้องไปประชุมและรับแท็บเลตที่ห้องประชุมโรงเรียนด้วยนะ..."

หลังจากตกปากรับคำลูกชายไปแล้ว รับจดหมายมาเปิดอ่าน พร้อมกับมีคำถามตามมาในใจว่า "จะเอามาทำอะไร ที่บ้านก็มีอยู่แล้ว?"

เจ้าลูกชายสาธยายต่อไปอีกว่า "เพื่อน ๆ เขาลงชื่อจะรับกันทุกคน" ด้านคุณแม่เธอก็เสริมว่า "ไปรับมาก็ไม่เสียหายอะไร หากไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไรนี่ หากครูประจำวิชาเขาสั่งให้เรียนหรือส่งงานด้วยแท็บเลต เราก็จะได้ทำงานส่งได้"

สรุปผมต้องไปรับแท็บเลต

ตอนแรกก็งง ๆ ว่า ทำไมโรงเรียนเพิ่งจะมาแจกแท็บเลตเอาตอนนี้ แต่ก็ถึงบางอ้อครับ เมื่อท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งว่า ที่มาแจกเอาตอน ม.2 แทนที่จะแจกตอน ม.1 เพราะโครงการมีความล่าช้า และโรงเรียนก็เพิ่งได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ท่านรอง ผอ. ย้ำว่า ที่ต้องเชิญผู้ปกครองมาทำสัญญายืมไปใช้ ก็เพราะเป็นเรื่องของระเบียบของราชการว่าด้วยเรื่องพัสดุครุภัณฑ์ เมื่อครบ 3 ปี หรือเมื่อจบ ม.3 ก็จะต้องนำมาคืน และขอให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ที่เกี่ยวกับการศึกษาจริง ๆ และขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ หรือในกรณีที่ชำรุด ใช้งานไม่ได้ ต้องแจ้งโรงเรียน หากอยู่ในช่วงประกันก็ซ่อมฟรี หากเสีย ซ่อมไม่ได้ ต้องส่งคืนโรงเรียน เพื่อนำส่งต่อไปยังเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สพฐ. และกรณีสูญหาย ผู้ยืมต้องชดใช้ (สถานเดียว) เพราะแท็บเลตเป็นครุภัณฑ์ของราชการ

1 เดือนมาแล้วครับ ลูกชายเอามานั่งลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น และยังไม่เคยหยิบใส่กระเป๋าไปโรงเรียนเลย

ดีนะครับที่เก็บใส่กล่องไว้อย่างดี ฝุ่นเลยไม่จับ

ไม่รู้ว่าโรงเรียนอื่น ๆ หรือนักเรียนที่ได้รับแท็บเลตไปแล้วได้ใช้ประโยชน์ของแท็บเลตในการเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีไปถึงพื้นที่ห่างไกลหรือยัง มีครูผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีรองรับหรือไม่ คุณภาพเครื่องเป็นอย่างไร ฯลฯ

ด้วยความเคารพ ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ ? แต่สำหรับผม...มันน่าเสียดายมาก

นี่คือ ความล้มเหลว ความสูญเปล่า ที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทย เสียทั้งเงินงบประมาณ ที่เบ็ดเสร็จไม่น่าจะต่ำกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งน่าจะนำไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาให้กับเยาวชนของชาติได้มากกว่านี้ เสียทั้งเวลาและโอกาสที่ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้

นี่คือ บทเรียนและกรณีศึกษาที่คนไทยจะต้องศึกษาเรียนรู้ จะได้ไม่หลงเชื่อและไม่ตกเป็นเหยื่อของนักการเมือง

ที่ใช้เล่ห์กลเพื่อหาช่องทางในการโกงกิน คอร์รัปชั่น ด้วยภาพฝันที่สวยหรู ลวงตาให้คล้อยตาม

ตอนนี้ ได้แต่อนุโมทนา สาธุ ที่ คสช.ยกเลิกโครงการนี้ไป

หากเป็นไปได้ ช่วยกระชากหน้ากากขบวนการนี้ออกมาประจานทีเถอะ !...ชั่งทำได้ลงคอ ใจร้ายสิ้นดี


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : บทเรียน แท็บเลต

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view