http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,005,165
เปิดเพจ23,589,523

อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ดูรายการทีวีหนึ่ง ที่มีการพูดถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

กับการแข่งขันของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ผู้เขียนมีเกร็ดความรู้ที่อยากจะแบ่งปันให้ทราบถึงที่ไปที่มาถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในวันนี้ ที่ในปี 2555 ประเทศไทยสามารถผลิตและส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนได้มากกว่า 2 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศและส่งออกในสัดส่วนประมาณร้อยละ 50: 50 และไทยกลายเป็นผู้ส่งออกยานยนต์รายใหญ่ระดับ 1 ใน 10 ของโลก (ได้แก่ จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา บราซิล ไทย เยอรมนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เม็กซิโก และอินโดนีเซีย)

ในวันนั้นก็มีการพูดถึงว่าประเทศไทยทำไมไม่มีนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ที่มีแบรนด์เนมของตัวเอง ที่เรียกกันว่า national car เช่น รถยี่ห้อโปรตอนของ มาเลเซีย ในเรื่องนี้ประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการเปิดเสรีอุตสาหกรรมยานยนต์มาโดยตลอด และทำให้ประเทศไทยได้กลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนมาโดยตลอด จำได้ว่าในประมาณปี 2530-2531 ในสมัยที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี มหาเดห์ ของมาเลเซีย ได้เดินทางมาเยือนไทย และในครั้งมีโปรแกรมมาเยือนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีหน้าที่วางแผนเศรษฐกิจระยะปานกลาง/ระยะยาวของประเทศ ซึ่งในขณะนั้น มี ดร. พิสิฐ ภัคเกษม เป็นเลขาธิการ หัวข้อหนึ่งในการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน เป็นเรื่องของนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ ในครั้งนั้นประธานาธิบดี มาเลเซียได้บอกด้วยความภาคภูมิใจว่า มาเลเซียมีนโยบายจะส่งเสริมผลิตรถยนต์แห่งชาติ คือ รถยนต์ยี่ห้อ โปรตอน ซากา ท่านเลขาธิการ ดร. พิสิฐ ภัคเกษม ได้ตอบไปว่าสำหรับประเทศไทยจะส่งเสริมการผลิต international car

จุดยืนดังกล่าวของทั้ง 2 ประเทศ ไม่มีใครถูกหรือผิด แต่ 25 ปีให้หลังจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทยมีการเติบโตก้าวหน้ามาโดยต่อเนื่อง ที่มีการผลิตยานยนต์เพื่อการส่งออก และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของชิ้นส่วนยานนยนต์ เพราะไทยไม่ปิดกั้นการเข้ามาลงทุนของบริษัทต่างประเทศ ดังนั้น จึงมีการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่เฉพาะบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บริษัทยานยนต์ขนาดใหญ่ค่ายประเทศตะวันตกต่างเข้ามาตั้งโรงงานการผลิตในประเทศไทยจนเกือบครบทุกบริษัท ซึ่งทำให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่ในกรณีของรถปิกอัพ ประเทศไทยสามารถใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยได้เกือบทั้งหมด และการใช้ยี่ห้อรถต่างประเทศก็ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องไปทำการตลาดในการแนะนำยี่ห้อใหม่ๆ ที่ต้องจะแข่งขันกับรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า ฮอนด้า หรือ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส เบนซ์ ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับโลก

และที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ที่เรียกได้ว่ามีความเชี่ยวในระดับต้นของอาเซียน และ 25 ปีให้หลังนับตั้งแต่ปี 2531 ที่เริ่มมีการผลิตเพื่อการส่งออกจนสามารถส่งออกได้มากกว่า 1 ล้านคันในปี 2555 นั้นเป็นจำนวนการส่งออกมากกว่าประเทศในอาเซียนทั้งหมดรวมกัน ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลมาจากนโยบายเปิดเสรีของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งถ้าหากประเทศจะส่งเสริมการผลิตรถยนต์ที่มียี่ห้อของตนเอง ก็จะต้องใช้มาตรการในการปิดกั้นการแข่งขันจากรถยนต์จากต่างประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยังต้องให้การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อมีการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศก็จะทำให้การพัฒนาของเทคโนโลยีเกิดขึ้นเกิดขึ้นได้ช้า

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คือปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีจะเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ จะมีผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ ก็เช่นกันที่จะต้องศึกษาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงแนวทางในการปรับตัวในการรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ที่ครอบคลุมไปถึงนโยบายการเปิดตลาดแข่งขันที่เสรีมากขึ้นของประเทศเพื่อนบ้าน ที่กำลังจะเกิดขึ้นของประเทศคู่แข่งขัน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้ตลาดนี้มีประชากรรวมประมาณ 600 ล้านคน รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของประชาชนชั้นกลางจำนวนมาก จะซึ่งทำให้มีความต้องการยานยนต์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่จะตามมาก็คือ การแข่งขัน แต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป โดยจะแข่งกันในด้านคุณภาพสินค้ามากกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากการกีดกันมาตรการทางภาษีมีแนวโน้มลดลงจนเป็นศูนย์ ดังนั้น ประเทศที่มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ประเทศไทยที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความได้เปรียบ

แต่ประเทศคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างก็มีปรับตัวในด้านนโยบายเช่นกัน ดังนั้น ไทยจึงต้องมีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีด้วยการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ที่กล่าวได้ว่าต่างจะสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและสะอาด (eco car & green car) ซึ่งประเทศไทยอาจจะมีข้อได้เปรียบในเชิงภูมิเศรษฐกิจที่มีที่ตั้งที่อยู่ในใจกลางอาเซียน มีบุคลากรและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์จากการพัฒนาต่อเนื่องยาวนาน แต่ก็มีข้อจำกัดคือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และในระยะหลังนี้ก็มีปัจจัยเรื่องเสถียรภาพทางด้านการเมืองจนมีข่าวว่าบริษัทหลายแห่งจะย้ายฐานการผลิตที่จะเกิดขึ้นใหม่ไปยังประเทศอื่นๆ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : อนาคต อุตสาหกรรมยานยนต์ ประเทศไทย

view

*

view